
กระเป๋าหนังรักษ์โลกจากเศษวัสดุ
จันจิ
บริษัท สุวิโน ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องหนังส่งออกเพียงไม่กี่ราย จากกลุ่มผู้ผลิตเครื่องหนังส่งออกจำนวนมาก ที่สามารถใช้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนขยะจากเศษของเหลือใช้ในโรงงานให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ลดการสร้างขยะให้โลก
ด้วยกำลังการผลิตที่มีไม่น้อยกว่า 1 หมื่นชิ้น จากการผลิตที่ใช้ฝีมือแรงงานในการตัดและเย็บ หรือเรียกได้ว่าเป็น งานแฮนด์เมด ทำตั้งแต่กระเป๋าขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ทำให้มีเศษเหลือจากการผลิตเป็นจำนวนมากและหลากหลาย เช่น เศษเหลือจากการตัดชิ้นงานของผืนหนังและผ้า หรือชิ้นส่วนที่ไม่ผ่านคิววี รวมประมาณ 510 ตัน/ปี คิดเป็นมูลค่ากว่าล้านบาท
หากดูในรายละเอียดตั้งแต่การได้ชิ้นหนัง มาจนถึงการผลิตเป็นชิ้นงาน อาจมีการสูญเสีย 3040%
นพรัตน์ วิญญูประดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุวิโน กล่าวว่า แม้บริษัทจะพยายามคัดแยกชิ้นส่วน เพื่อรอการนำกลับมาใช้ใหม่ แต่ก็ยังมีการทิ้งสะสมในปริมาณมาก
อีกทั้งเศษวัสดุที่หลากหลายนี้ต้องสิ้นเปลืองในการจัดเก็บและคัดแยก บางครั้งอาจขายเป็นเศษให้แก่ผู้รับซื้อบ้างในราคาถูก ซึ่งไม่บ่อยนักและไม่คุ้ม เพราะหนังที่ใช้เป็นสินค้านำเข้าราคาแพง
การเก็บเศษไว้ ทำให้เกิดการสะสมต่อเนื่อง เสียพื้นที่จำนวนมาก และเสียกำลังคนในการคัดแยก อีกทั้งการขนทิ้งที่ปฏิบัติอยู่นั้นถือเป็นภาระและต้นทุน รวมทั้งสร้างมลภาวะอีกต่างหาก
ดังนั้น บริษัทจึงต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับเศษวัสดุเหลือใช้ด้วยการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ใช้แรงงานและเครื่องมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน จึงได้มาเข้าร่วมในโครงการพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์จากเศษเหลือใช้ ภายใต้
“โครงการเปลี่ยนขยะให้เป็นทอง : รับกระแสโลกร้อนและสร้างคุณค่าให้วัสดุเหลือใช้”เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องเรือนไทย ร่วมกันจัดขึ้น
จนนำมาสู่สินค้าประเภทของตกแต่งบนโต๊ะทำงาน หรือของตกแต่งบ้าน (โฮมเดคคอร์) เช่น หมอน เก้าอี้ ตะกร้าสาน เป็นต้น
ส่วนการออกแบบ หรือการให้สีสันและการตัดเย็บนั้น เป็นงานถนัดของบริษัทอยู่แล้ว จึงสามารถนำมาประยุกต์จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีความหลากหลายดังกล่าว
ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผลิตจากเศษวัสดุนี้ บริษัทเตรียมนำออกสู่ตลาด เน้นตลาดในประเทศภายใต้แบรนด์
“more OR less” เจาะกลุ่มวัยรุ่น วัยทำงาน ที่ชอบสินค้าแฟชั่นแนวโบฮีเมียร์ หรือยิปซี และผู้ที่ชื่นชอบเครื่องหนังที่มีกำลังซื้อ ตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป เป็นการขยายการทำตลาดให้ครอบคลุมลูกค้าในหลายกลุ่มมากขึ้น แทนที่จะมุ่งเฉพาะเรื่องการส่งออกเพียงอย่างเดียว






