posttoday
สวย รักบ้านเกิด แบบ ‘มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์’

สวย รักบ้านเกิด แบบ ‘มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์’

24 เมษายน 2556

เมื่อไม่นานมานี้ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เปิดเผยรายการเรียลิตีรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

เมื่อไม่นานมานี้ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้เปิดเผยรายการเรียลิตีรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร เป็นรายการเรียลิตีที่เฟ้นหาผู้หญิงที่มีจิตใจรักบ้านเกิด โดยไม่เน้นหน้าตาและไม่เน้นเสียง นั่นก็คือรายการ มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์

“รายการมิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์ เป็นรายการเรียลิตีรูปแบบใหม่ที่ทางช่อง 3 ตั้งใจคัดสรรมามอบให้คนไทยได้รับชมกัน ด้วยความโดดเด่นของรูปแบบรายการที่แตกต่างและเป็นประโยชน์กับผู้ชม ในการได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชุมชนที่งดงาม วัฒนธรรมอันเก่าแก่ที่ซุกซ่อนอยู่ในแต่ละท้องถิ่นของผู้เข้าแข่งขัน พร้อมกับแง่มุมอันเปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่าของสาวไทย ซึ่งเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหา รวมทั้งความสามารถและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยไว้อย่างที่คุณผู้ชมคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

ที่สำคัญรายการนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจให้คนไทยหันกลับไปรักและพัฒนาชุมชนบ้านเกิดของตัวเองมากขึ้น และเกิดความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทย ซึ่งเป็นความมุ่งหวังของทางสถานีที่ต้องการนำเสนอสิ่งแปลกใหม่เพื่อตอบแทนให้กับคุณผู้ชม พร้อมกับการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสังคม ด้วยการสร้างจิตสำนึกรักชุมชนบ้านเกิด และสนับสนุนผู้ที่มีความฝันให้สามารถสานฝันให้เป็นจริงได้”

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้บอกเล่าถึงรูปแบบรายการ ซึ่งรายการนี้จะมีทั้งหมด 13 เทป โดยมี “น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” รั้งตำแหน่งผู้บันดาลฝัน (ผบ.) ผู้ดำเนินรายการประจำ พร้อมด้วยสุดยอดนักสรรหาทูตสาวบ้านนา ไม่ว่าจะเป็น บอย-พิษณุ นิ่มสกุล เมย์ เฟื่องอารมย์ จิ๊ก เนาวรัตน์ แจ็ค แฟนฉัน ก้อง-สรวิชญ์ สุบุญ เจ๊แหม่ม-วินัย สุขแสวง และนักสรรหาปริศนา กับการบุกตะลุยไปยัง 7 หมู่บ้าน 7 จังหวัด เพื่อค้นหาตัวแทนสาวมากความสามารถ ที่มีจิตสำนึกรักชุนชนบ้านเกิด และไม่ลืมรากเหง้าในวัฒนธรรมของท้องถิ่นตนเอง โดยมี “หนูอิมอิม ก้าวมหัศจรรย์” ผู้ช่วยผู้บันดาลฝัน (ผช.ผบ.) พิธีกรภาคสนาม คอยแฝงตัวอยู่ทุกพื้นที่ ทุกซอก ทุกซอย เพื่อช่วยเหลือเหล่าทีมนักสรรหาให้ปฏิบัติภารกิจค้นหาสาวงามที่เปี่ยมด้วยความสามารถและความฝันเพื่อชุมชนให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี

จนมาถึงวันเสาร์ที่ 20 เม.ย.ที่ผ่านมา ผู้ชมทั่วประเทศไทยคงได้เห็นเทปแรก ที่ บอย พิษณุ ได้ประเดิมออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจ 48 ชั่วโมง เพื่อค้นหาสาวมีฝันเพื่อชุมชน ณ ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย แม้จะต้องฝ่าแดดฝ่าลม แต่หนุ่มบอยก็ไม่หวั่น

และสาวมีฝันเพื่อชุมชนที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นทูตสาวบ้านนาคนแรก จากนักสรรหาอย่าง บอย พิษณุ เธอมีชื่อว่า “น้ำฝน-นฤมล แสงภักดี” เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตึก ที่มีอายุเพียง 22 ปีเท่านั้น

ความฝันของน้ำฝน “อยากให้ชาวบ้านมีความเป็นอยู่ดีขึ้น”

“สวัสดีค่ะ น้ำฝนนฤมล แสงภักดี อายุ 22 ปีค่ะ ตอนนี้ฝนเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย โดยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์ ฝนเรียนส่วนภูมิภาค เรียนเองที่บ้าน แล้วไปสอบที่ศูนย์อุตรดิตถ์ ในส่วนของการทำงาน ฝนทำงานอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตึก รับผิดชอบส่วนโยธา เป็นผู้ช่วยธุรการค่ะ ฝนทำงานที่นี่มาตั้งแต่ปลายปี’52 จบ ม.6 ก็ทำเลย”

ทูตสาวบ้านนาคนนี้กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า การทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย ก็สนุกไปอีกแบบ

“ที่สนุกคงเป็นเพราะงานของฝนได้พบปะผู้คนเยอะแยะมากมายค่ะ”

น้ำฝน เล่าว่า กับชุมชนที่ตัวเองเกิดและโตมา นั่นคือ ต.บ้านตึก อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย เป็นชุมชนที่มีความเป็นส่วนตัวดี เงียบสงบ และคนที่นี่ก็อัธยาศัยดี มีน้ำใจ มีอะไรก็แบ่งปันกัน

“วิถีชีวิตของคนที่นี่เรียบง่ายค่ะ ตื่นกันแต่เช้า ต่างคนต่างออกไปทำงาน บ้างก็ทำไร่ไถนา ตกเย็นก็กลับมากินข้าวกินปลากับครอบครัว เสร็จแล้วก็ออกมาพบปะกันกับเพื่อนบ้าน พอครึ้มอกครึ้มใจ ก็กลับบ้านนอน”

สิ่งหนึ่งที่น้ำฝนภาคภูมิใจในชุมชนของตัวเอง นั่นคือประเพณีสรงน้ำเจ้าพ่อหมื่นด้ง ซึ่งเป็นประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของชุมชนบ้านตึก

“ฝนภูมิใจในประเพณีสรงน้ำเจ้าพ่อหมื่นด้ง จัดขึ้นในวันที่ 1719 เม.ย.ของทุกปี ซึ่งปีนี้จัดเป็นปีที่ 539 แล้ว หนูทำงานที่นี่ ก็มีส่วนร่วมทุกปี มีการแสดง หน้าปะรำพิธีของเจ้าพ่อด้วยนะคะ ปีนี้ฝนร่วมแสดงด้วย เป็นนางรำหน้าเจ้าพ่อค่ะ”

นับตั้งแต่น้ำฝนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อนร่วมรุ่นของเธอต่างแยกย้ายไปเรียนที่อื่น เรียนพิษณุโลกบ้าง พะเยาบ้าง อุตรดิตถ์ กรุงเทพฯ บ้าง แต่เธอไม่ได้คิดว่าไม่ได้ไปเรียนที่อื่นแล้วจะรู้สึกน้อยใจ “อยู่ที่นี่ดีที่สุดแล้วค่ะ เพื่อนกลับมาบ้านก็ค่อยแวะไปหา ถ้าให้ฝนไปอยู่ที่อื่น หรืออยู่กรุงเทพฯ คงไม่ไปค่ะ อย่างที่รู้ๆ ว่ากรุงเทพฯ ค่าครองชีพสูง รถติด การจราจรไม่สะดวก อากาศไม่ดีเท่าต่างจังหวัด”

กับชุมชนตำบลบ้านตึก น้ำฝนค้นพบปัญหาว่า ที่นี่ชาวบ้านมีรายรับไม่พอกับรายจ่าย

“ที่นี่ไม่มีแหล่งส่งเสริมอาชีพอย่างจริงจัง ไม่ค่อยมีหน่วยงานสนับสนุน ถ้าเรามีแหล่งส่งเสริมอาชีพที่ทำให้ชาวบ้านมีงานทำที่มั่นคง ชาวบ้านจะมีรายได้เพิ่มขึ้น พอมีพอกินพออยู่ ความเป็นอยู่อาจจะดีขึ้น ความฝันของฝนก็อยากจะสร้างศูนย์จำหน่ายสินค้าประจำตำบล และอยากจะส่งเสริมอาชีพให้คนในชุมชนบ้านตึกค่ะ”

กับการได้รับการคัดเลือกให้เป็นทูตสาวบ้านนาคนแรกของรายการ มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์ เธอมองว่ารายการนี้จะให้โอกาสเธอได้ประชาสัมพันธ์ตำบล ให้เธอได้มีกระบอกเสียง และทำให้เธอได้ทำตามความฝันเพื่อชุมชน ซึ่งเราคงต้องเอาใจช่วยให้เธอตามความฝันจนไปถึงจุดสูงสุดอย่างที่เธอได้ฝันเอาไว้

(แทรกล้อมกรอบ)

“ผมต้องการผู้หญิงชาวบ้าน ที่มีความเป็นผู้หญิงบ้านนา ที่รักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของ ต.บ้านตึก และน้ำฝนก็ตอบโจทย์มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์ ครับ” บอย พิษณุ กล่าว

เมื่อได้ทำความรู้จักผู้เข้ารอบ มิส คันทรี่ เกิร์ล ไทยแลนด์ คนแรกไปแล้ว เรามาทำความรู้จักผู้หญิงที่มีใจรักบ้านเกิด ตัวจริงเสียงจริง ซึ่งปัจจุบันเธอคือผู้บริหารศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ที่เป้าหมายในอนาคตเธออยากเป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่สามารถทำงานด้านการรักษาวัฒนธรรมและประเพณีล้านนาให้ยังคงอยู่

“ขิม มนัสวัฑฒก์” มิส คันทรี่ เกิร์ล ตัวจริง เสียงจริง (+ภาพที่ 7 ขิม มนัสวัฑฒก์)

ใครที่เคยไปเชียงใหม่ น่าจะเคยไป ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ที่ซึ่งเป็นที่รวบรวมศิลปะและวัฒนธรรมของล้านนาไทยไว้ อีกทั้งยังมีหมู่บ้านชาวเขาให้เที่ยวชม ส่วนในตอนกลางคืนจะมีการรับประทานอาหารเย็น ที่เรียกกันว่า “ขันโตก” โดยจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศมารับประทานขันโตกเป็นประจําทุกวัน โดยได้รับชมการแสดงฟ้อนพื้นเมืองไปพร้อมๆ กัน

และศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้ บริหารงานโดยทายาทรุ่นที่ 3 “ขิมมนัสวัฑฒก์ ชุติมา” ที่หลังจากเธอสำเร็จการศึกษาจากคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เธอก็กลับมาสานต่อกิจการของครอบครัว ด้วยใจรักในถิ่นฐานบ้านเกิด และมีความุม่งมั่นที่จะสานต่อประเพณีและศิลปวัฒนธรรมล้านนาให้ยังคงอยู่ เธอจึงมีความมุ่งมั่นอยากจะเป็นตัวแทนของผู้หญิงยุคใหม่ที่รักษาอดีตอันงดงามของล้านนาไว้ แต่ก็ก้าวเดินไปตามโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“ขิมมีความรู้สึกว่าเราต้องรู้ว่าตัวเราเป็นใคร รากเหง้ามาจากไหน แต่ก็เปิดรับวัฒนธรรมอันหลากหลาย แล้วเลือกสิ่งที่ดีที่สุดมาปรับใช้กับตนเอง โดยไม่ดูถูกวัฒนธรรมของคนอื่น และก็ไม่ดูถูกวัฒนธรรมของตัวเอง”

ด้วยความเป็นคนเชียงใหม่แต่กำเนิด แม้จะห่างบ้านไปศึกษาต่อ แต่เมื่อกลับมามนัสวัฑฒก์ก็ยังมีความภาคภูมิใจในความเป็นเชียงใหม่แบบสร้างสรรค์

“ขิมมองว่าแม้สภาพแวดล้อมของเชียงใหม่จะเปลี่ยนแปลงไป แต่เชียงใหม่ก็ยังมีความอบอุ่นแบบชาวเหนืออยู่ แม้วัฒนธรรมจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ขิมรู้ว่าคนเชียงใหม่ยังพูดภาษาเหนือ ยังทานกับข้าวเมืองกันอยู่ อย่างคนที่ไปเรียนเมืองนอก ก็ยังต้องโทรศัพท์ให้ทางบ้านส่งอาหารเหนือไปให้ทาน นี่ทำให้เห็นว่า ต่อให้คนเชียงใหม่ หรือคนเหนือไปอยู่ที่ไหน ความเป็นเหนือก็ยังอยู่ในสายเลือด รากเหง้ามันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของเราชาวเหนือไปเรียบร้อยแล้ว”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท