
Q: อยากให้ปัญหาข้อพิพาทเขาพระวิหารจบลงอย่างไร?
“แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะเสียพื้นที่ประเทศตัวเองให้กับผู้อื่น
วิวัฒน์ เดชภิบาล
พนักงานบริษัทเอกชน
“แน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากจะเสียพื้นที่ประเทศตัวเองให้กับผู้อื่น หลักการเป็นเช่นนั้นอยู่แล้ว แต่ข้อเท็จจริงก็ต้องว่ากันเป็นกรณีตามกระบวนการต่อสู้ไป ส่วนตัวเป็นห่วงคนที่อาศัยอยู่แนวชายแดนและบริเวณพื้นที่พิพาทมากกว่า และก็ไม่อยากให้ใครกระทำการยั่วยุ หรือสร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง”
ปวริศ หวังเกียรติ
นักเรียนแพทย์
“จะเป็นการดีมากหากสองประเทศสามารถบริหารร่วมกันได้ อยากให้ปัญหาจบลงโดยไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ ไม่อยากให้ทหารทั้งสองประเทศต้องปะทะกัน ไม่อยากให้ชายแดนเกิดบรรยากาศอึมครึมหรือหมดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และอยากให้รัฐบาลอธิบายความจริงและสถานการณ์จริงให้กับประชาชนซึ่งจะทำให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ให้ข้อมูลด้านเดียวเพื่อปลุกชาตินิยมเพียงเท่านั้น มันไม่เกิดประโยชน์”
จิรเวทย์ รักชาติ
นักศึกษาปริญญาเอก
“ถึงเวลาที่ต้องยอมรับ ไม่ว่าศาลโลกจะมีคำตัดสินออกมาในทิศทางไหนก็ตาม เพราะถ้าไม่เชื่อศาลก็ไม่ควรไปต่อสู้ในเวทีนี้ตั้งแต่แรก เข้าใจว่ามันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของรัฐชาติ แต่ถ้าหากคำตัดสินออกมาไม่ถูกใจแล้วดื้อแพ่งไม่ยอมรับจะทำให้ภาพของประเทศเสียหาย ที่สำคัญปัญหามันจะไม่จบ อึมครึมไปเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็พัฒนาต่อไปไม่ได้สักที”
อภิชน สมมิตร
พนักงานมหาวิทยาลัย
“อยากให้ทั้งสองฝ่ายยอมรับคำตัดสิน ไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดีกับฝ่ายใดก็ตาม ดีกว่าต้องรบกันหรือใช้ความรุนแรง ซึ่งจะทำให้เกิดความสูญเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย หากเป็นไปได้อยากให้เจรจาใช้ประโยชน์จากพื้นที่โดยรอบตัวปราสาทร่วมกัน เพราะแม้มันจะคลุมเครือว่าเป็นพื้นที่ของใคร มันก็ยังยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและไม่ทำให้เป็นปัญหาระดับประเทศ แต่พอต้องการสร้างความชัดเจน มันก็มีทั้งคนได้และคนเสียเลยกลายเป็นปัญหาขึ้นมาทันที”







