
สุข อยู่กับหลาน
“ความสุขของผมอยู่กับหลานๆ ขอให้หลานเป็นคนดี ดูแลสังคม
โดย...โสภาวดี ธเนตปราโมทย์
“ความสุขของผมอยู่กับหลานๆ ขอให้หลานเป็นคนดี ดูแลสังคม ไม่เอาเปรียบแต่ยอมให้ถูกเอาเปรียบ เราต้องทำตัวอย่างให้หลานๆ เห็นด้วย ซึ่งหลานทั้ง 4 ก็นำมาปฏิบัติ” (ไฮไล – ลบคำว่า “ไฮไล” ออกด้วย)
สำเริง มนูญผล นักลงทุนระยะยาววัย 77 ปี เจ้าของอาคาร “มนูญผล 12” และเอ็ม เธียเตอร์ ย่านเพชรบุรี แม้ว่าจะเกษียณจากงานประจำในเครือสหพัฒน์แล้ว แต่ปัจจุบันยังถูกร้องขอให้อยู่ช่วยงานในตำแหน่งกรรมการและรองประธานกรรมการบริหาร สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง (SPI)
ด้วยทรัพย์สินในอสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์ที่ไม่นับมูลค่าแล้ว “สำเริง” ในวันนี้และทุกๆ วัน คงใช้ชีวิตติดดินตามปกติเหมือนคนเกษียณทั่วๆ ไป แต่จะดูต่างตรงที่มีการตื่นตัวต่อข่าวสารรอบตัวเพื่อการลงทุนอยู่ตลอดเวลา
ความสุขแท้จริงของสำเริง ใช่อยู่กับทรัพย์สินที่หามาได้มากไปกว่าครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่นในรั้วเดียวกัน ซึ่งล้อมรอบไปด้วยลูก สะใภ้เล็ก พี่จิรายุ มนูญผล และหลานชายวัยรุ่นหนุ่มน่ารักทั้ง 4 คน ที่วันนี้มานั่งเชียร์ให้กำลังใจ “อากง” อยู่ข้างๆ อย่างอบอุ่น สนิทสนม ซึ่งนั่นไม่ใช่การสร้างภาพวันที่ “@ WEEKLY” มาสัมภาษณ์ แต่เป็นการปฏิบัติตัวที่ “อากง” มีต่อหลานๆ และหลานๆ มีต่อ “อากง” อย่างสม่ำเสมอ
เห็นได้จากบางช่วงบางตอนการสนทนา หลานๆ และอากงจะแซวกันตลอด
น้องบิ๊ก หลานคนกลาง วัย 26 และน้องแบงก์ หลานชายคนเล็ก วัย 24 พูดถึง “อากง” ว่า ก่อนออกไปทำงานต้องไปหอมอากงและอาม่า ร่วมโต๊ะอาหารกับอากงและอาม่าบ้างในบางวัน ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ จะไปกันเป็นครอบครัวใหญ่ 10 คน ไปทำบุญ ตบท้ายด้วยการกินข้าวร่วมกัน
น้องแบงก์ บอกว่า อากงคุยได้ทุกเรื่อง เหมือนเพื่อน ไม่ได้ทำตัวเหมือนอากง การคุยกับอากงทำให้ได้มุมมองใหม่ๆ ส่วนเรื่องการตัดสินใจเป็นของหลานๆ
น้องบิ๊ก บอกว่า อากงสอนให้หลานๆ มีความกตัญญู ไม่ให้ลืมบุญคุณบรรพบุรุษ หรือผู้ที่เคยให้ความช่วยเหลือ ให้มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเมตตากรุณาต่อผู้ที่อ่อนแอกว่า
อากงพูดถึงน้องแบงก์ที่ออกอาการเอาดีด้านการเงินการลงทุน (หุ้น) เหมือนอากง เพราะเห็นอากงลงทุนมาตั้งแต่เด็กๆ มีอยู่ครั้งหนึ่ง น้องแบงก์นั่งรถกับอากง ผ่านอาคารสินธร ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของตลาดหลักทรัพย์ ก็พูดขึ้นมาและชี้ว่า “นั่นๆ ตลาดหลักทรัพย์ของอากง”
“สำเริง” ในวัยเกษียณ นอกจากความสุขที่ได้รับจากลูกชาย สะใภ้ และหลานๆ แล้ว ความสุขที่สุดของเขายังอยู่ที่การให้ที่ไม่มีวันหยุด และไม่หวังผลตอบแทนใดๆ กลับมา แม้จะออกตัวว่า “ไม่ใช่คนรวย” แต่พอใจสิ่งที่มี และสิ่งที่คืนให้กับสังคมหรือผู้ที่อ่อนแอกว่า
ไม่ดิ้นรนหาอะไรให้เหนื่อยอีก รู้จักพอ ถ้าไม่พอก็จะงกไปเรื่อยๆ ในที่สุดจะหาความสุขไม่เจอ การให้หรือทำบุญ อย่าหวังผล บุญจะไม่บริสุทธิ์ เป็นคำที่อากงสอนหลานๆ มาตลอด
“ใครที่มาใช้สถานที่เอ็ม เธียเตอร์ ทำกุศล ผมจะดีใจมาก บางครั้งไม่รับค่าเช่าแต่ยังควักกระเป๋าให้กลับไป เราก็มีความสุขแล้ว ผมเคยได้รางวัลชนะเลิศจากการแข่งโบว์ลิ่ง เงินรางวัลผมทำบุญกับสภากาชาดหมด ไม่ให้อย่างเดียวคือถ้วยรางวัล” สำเริงภูมิใจกับการให้
การให้และเผื่อแผ่ของ “สำเริง” ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินเงินทอง แม้กระทั่งการปักธูปก็ยังวางแผน หากอากงปักธูปก่อน จะปักข้างๆ กระถางรอบนอกก่อน เพื่อเหลือที่ว่างให้ลูกหลาน ไม่ให้คนข้างหลังโดนธูปที่ปักแล้ว
บทสนทนาวันนี้ ทำให้เรารู้ว่าความรู้แท้จริงใช่ทรัพย์สินเงินทองที่กองอยู่ข้างหน้า แต่เป็นความสุขที่ได้รับจากคนรอบตัว อย่างที่ “สำเริง” ได้รับในวันนี้







