posttoday
มุมศิลป์ (เล็กๆ) ถิ่นเชียงใหม่

มุมศิลป์ (เล็กๆ) ถิ่นเชียงใหม่

21 เมษายน 2556

ทุกครั้งที่ไปแอ่วเชียงใหม่ คนส่วนใหญ่ก็มักมุ่งไปจุดที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

ทุกครั้งที่ไปแอ่วเชียงใหม่ คนส่วนใหญ่ก็มักมุ่งไปจุดที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญ ถนนนิมมานเหมินทร์ นั่งจิบกาแฟสวยๆ กินอาหารร้านเก๋ๆ ไม่ก็ซื้อของฝากตลาดวโรรส ตลาดต้นพยอม บางรายก็อาจหลงใหลบรรยากาศตลาดคนเดิน ถ้าอารมณ์อยากชิลปนสบายหน่อยก็แวะห้างหรูซะเลย แต่ล่าสุดที่เราได้มีโอกาสไปแอ่วเชียงใหม่ ผิดถนัด!!! เมื่อทริปของเราค่อนข้างจะต่างจากที่ว่ามาอย่างสิ้นเชิง เพราะเราไปย่ำเยือนมุมเล็กๆ ของเชียงใหม่ อันเปี่ยมด้วยเสน่ห์ น่ามอง น่าชม และน่าสัมผัส ในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม

ชุมชนทำเครื่องเงิน ย่านวัวลาย

ไปเดินถนนคนเดินวัวลายมาก็บ่อย แต่ไม่เคยรู้ว่าย่านนี้เป็นศูนย์กลางเครื่องเงิน ครั้งหนึ่งที่นี่ถือเป็นย่านเครื่องเงินชั้นนำ สร้างชื่อให้แก่เชียงใหม่มายาวนาน ใครมาเชียงใหม่อยากได้เครื่องเงินดีๆ สวยๆ ก็ต้องมาที่นี่แหละ

แต่วันนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป เปลี่ยนแปลงไปตามแรงกระเพื่อมไหวของกระแสความทันสมัย คนหันไปนิยมเครื่องประดับอย่างอื่น ทำให้ลมหายใจของช่างทำเครื่องเงินใกล้รวยรินเต็มที

โชคดีที่มีคนเห็นคุณค่า จึงริเริ่มที่จะรวบรวมช่างเครื่องเงินรุ่นเดอะมาถ่ายทอดภูมิปัญญาแก่เยาวชนรุ่นเกรียน เพื่อหวังสืบสานตำนานการทำเครื่องเงินให้คงอยู่

ชาวชุมชนย่านวัวลายผนึกพลังรวมกลุ่มกันทำเครื่องเงินอีกครั้ง ภายใต้ชื่อกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดศรีสุพรรณ ใกล้ๆ กับถนนคนเดินนั่นไง

เสียงตอกป๊อกๆ ดังเป็นระยะ เมื่อเดินเข้าใกล้ลานวัดศรีสุพรรณ เสียงนั้นดูเหมือนจะมาจากฝั่งซ้ายของพระวิหารอายุ 100 กว่าปี ชาวบ้านกำลังละเลงลีลาตอกโลหะอย่างมุ่งมั่น แม้อากาศจะร้อนระอุ แต่ก็ไม่มีใครคิดวางมือ ยังคงสมาธิจดจ่อกับการทำหน้าที่ของตัวเองต่อ

“พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ” เจ้าอาวาส เป็นคนพาทัวร์ เราถึงได้เห็นกระบวนการฝึกหัด ตลอดจนการเรียนรู้แบบเปิดกว้างสำหรับผู้สนใจทั่วไปที่อยากเป็นช่างเครื่องเงิน ชายหญิง เด็กผู้ใหญ่ เรียนได้หมด ไม่มีการแบ่งเพศ ไม่มีแบ่งวัย ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายค่าครู จะเสียก็เพียงค่าอุปกรณ์นิดหน่อย

“ภารกิจของช่างเครื่องเงินที่นี่มี 3 ภารกิจ หนึ่ง คือ ทำหน้าที่สอนและถ่ายทอดวิชาเครื่องเงินแก่ผู้สนใจ สอนพระกับสามเณรที่วัดด้วย ช่างที่เป็นครูสอนมีไม่เยอะ แต่ก็พร้อมจะถ่ายทอดวิชาให้ ถ้าคนคนนั้นพร้อมรับวิชา สอง คือ รับออร์เดอร์จากลูกค้า ใครอยากได้เครื่องเงินแบบไหนที่นี่ก็พร้อมจะทำตามออร์เดอร์ สุดท้ายคือภารกิจทำพระอุโบสถที่กำลังสร้างกันอยู่ ซึ่งจะเป็นพระอุโบสถเงินทั้งหลังแห่งแรกของโลก สะท้อนภูมิปัญญาและศิลปะท้องถิ่น เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้กันต่อไปในอนาคต” พระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เล่า

การเรียนการสอนเครื่องเงินของกลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ ได้จุดประกายให้เกิดกลุ่มหัตถศิลป์อื่นๆ ของเชียงใหม่ตามมา แม้วันนี้ยังขาดแรงสนับสนุน แม้วันนี้เด็กๆ รุ่นใหม่จำนวนมากยังหมางเมินใส่ แต่เชื่อว่าที่นี่จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมที่น่าภาคภูมิใจสืบไป ยิ่งเฉพาะคนเชียงใหม่เอง ย่อมจะต้องตระหนักรู้ถึงคุณค่า ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

(กลุ่มหัตถศิลป์ล้านนาวัดศรีสุพรรณ ถนนวัวลาย โทร. 053-200-332)

วัดพวกแต้ม ชุมชนทำฉัตร

ออกจากย่านวัวลาย เรามุ่งสู่แถวๆ ต.พระสิงห์ ที่หมายของเราคือชุมชนวัดพวกแต้ม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการทำฉัตร

จากหลักฐานที่วัดระบุไว้ วัดพวกแต้มนั้นสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2026 โดยคำว่า “พวก” หมายถึงหัวหน้าหมู่บ้าน มีเป็นขุนนางยศต่ำ ส่วน “แต้ม” น่าจะเป็นขุนนางที่มีหน้าที่ควบคุมด้านช่าง ยิ่งเฉพาะด้านการเขียนภาพจิตรกรรมและการลงรักปิดทอง นั่นจึงเป็นที่มาของวัดพวกแต้ม

ที่นี่ดูร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่โอบล้อมให้ร่มเงา ใครที่มาเยือนก็อย่าลืมแวะไปชมความงามของพระวิหารและหอธรรม รวมถึงเจดีย์ที่สะท้อนงานช่างสมัยโบราณ

มาที่วัดแห่งนี้ หนึ่งภูมิปัญญาที่เชิดหน้าชูตาที่ควรค่าแก่การสัมผัสก็คงหนีไม่พ้นงานช่างทำฉัตร ชาวชุมชนร่วมแรงร่วมใจทำขึ้น ถือเป็นงานฝีมือที่อาศัยความชำนาญและความประณีต

“ปรางค์ทิพย์ ไชยยา” ชาวชุมชนที่คลุกคลีกับการทำฉัตรมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ในวัย 20 กว่า เธอยอมรับว่าเรียนรู้และฝึกหัดมาจากหลวงตา อาศัยครูพักลักจำ จนเก่งกาจในฐานะช่างทำฉัตรรุ่นใหม่

“ช่วงปิดเทอมก็จะมีละอ่อนมาฝึกทำค่ะ แต่ก็ไม่เยอะ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นละอ่อนที่สนใจจริงๆ ก็ว่าเขาไม่ได้ค่ะ เพราะเด็กสมัยนี้มีกิจกรรมให้ทำเยอะแยะ การทำฉัตรมันต้องใจรักถึงจะอยู่กับมันได้ อย่างหนูมันทำมานาน มันก็เลยเข้าเส้นเลือดแล้วล่ะค่ะ”

ช่างทำฉัตรที่นี่มีงานให้ทำตลอด เมื่อออร์เดอร์จากลูกค้ามาถึง ก็เป็นหน้าที่ของช่างแต่ละคนจะทำหน้าที่ของตัวเอง บ้างก็ขึ้นรูป บ้างก็ฉลุลาย บางก็ลงสี บ้างก็ลงรักปิดทอง อยู่ที่ว่าใครถนัด แต่ส่วนมากทุกคนจะผ่านทุกขั้นตอน จึงสามารถทำแทนกันได้

เอกลักษณ์ของฉัตรจะโดดเด่นด้วยลวดลาย กนก เถาวัลย์ล้านนา ประยุกต์สวยงามทั้งแบบฉัตร 7 ชั้น ฉัตร 5 ชั้น และฉัตรชุมสาย ขณะที่สีสันก็เน้นหนักเป็นสีเหลืองทองผ่องอำไพ ขนาดใหญ่น้อยขึ้นอยู่กับลูกค้าว่าต้องการขนาดใด

“แต่ละชิ้นจะทำมาจากทองเหลือง ใช้เวลานานค่ะ กว่าจะเสร็จ บางชิ้นเป็นเดือน 3 เดือน เป็นปีก็มี ที่นานมันทำยากและต้องละเอียดส่วนหนึ่ง แต่นานเพราะรอคิวก็เยอะ เพราะทุกชิ้นช่างจะทำก็ต่อเมื่อมีออร์เดอร์มาเท่านั้น” อุไรลักษณ์ สุรินทร์ ช่างทำฉัตรอีกรายแจง

(ชุมชนทำฉัตร วัดพวกแต้ม ถนนบำรุงศรี โทร. 053-278-061)

ของเก่าเก็บ เฮือนข้าเจ้า

ร้านอาหารที่มีความเด่นไม่ซ้ำใครตั้งแต่ทางเดินจนถึงตัวร้าน บ้านไม้ทั้งหลังเก่าเกินกว่าจะประมาณค่าได้ เรียงรายเชื่อมติดกัน จนกลายเป็นร้านอาหารขนาดใหญ่

ลานด้านหน้ามีไว้สำหรับแขกนั่งกินข้าวบนเสื่อพร้อมชมการแสดงเป็นอาหารตา มากกว่านั้นสิ่งที่เราสะดุดตาจังๆ ก็คงจะเป็นของเก่าเก็บใต้ถุนบ้านที่ชวนให้ย้อนรำลึกถึงวันเก่าๆ (บ่งบอกอายุนะเนี่ย?)

บรรยากาศไม่เป็นพิพิธภัณฑ์ซะทีเดียว อารมณ์เหมือนร้านโชห่วยมากกว่า เดินลอดใต้ถุนคนตัวสูงจงระวังศีรษะเดี๋ยวจะไปทักทายกับคานบ้านนะเออ แล้วก็ระวังอีกนิดยามเมื่อเท้าเหยียบบนพื้นไม้ เสียงออดแอดดังอยู่ใกล้หูราวกับมันจะหักเยี่ยงนั้น

สายตานำทางเราสำรวจดูข้าวของที่เจ้าของเก็บสะสม มีหลายอย่างเก่ามากๆ จำได้ว่าสมัยเด็กๆ เคยเห็นในโฆษณา ตอนนี้ก็หายจ้อยเหลือเพียงความทรงจำ มาที่นี่ก็เหมือนได้ฟื้นความทรงจำยังไงยังงั้น

ของเก่าที่นี่ไม่ได้แบ่งประเภทชัดเจน เท่าที่คะเนจากสายตาเป็นของใช้กับของกินซะส่วนมาก จะโผล่แวบๆ มาให้เห็นบ้าง เช่น โปสเตอร์หนังยุคคุณปู่ซู่ซ่าคุณย่าสุดเปรี้ยว เราเองก็เกิดไม่ทันกันหรอก แต่สนุกดีไม่หยอกกับการเดาว่าใครเป็นใครดาราในโปสเตอร์

อีกอย่างที่ข้าวของดูเหมือนจะใส่ใจเป็นพิเศษ กระติกน้ำร้อน ปิ่นโตกับหม้อหิ้ว ชามตราไก่ แก้วน้ำลายลูกกวาด ตะเกียงเจ้าพายุ บางมุมก็ให้อารมณ์เหมือนนั่งในสภากาแฟแถวบ้าน มีที่นั่งโต๊ะเก้าอี้เก่าไว้ต้อนรับ สำหรับการพบปะพูดคุย

เด็ดยิ่งกว่าเด็ด เจ้าของตั้งใจแปะป้ายร้านนี้ว่า “เกิดทันไหม เคยใช้หรือเปล่า” ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนที่ร้องอ๋อและอินกับข้าวของเครื่องใช้เหล่านี้ก็ย่อมจะเป็นพวก “สว.” แน่นอน (555)

นอกจากใต้ถุนบ้าน ก็ขอเชิญเดินขึ้นบนบ้าน ชมพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวของเจ้าบ้าน ที่ไม่ใช่ใครจะสามารถเดินดุ่มๆ ไปยลเองได้ ต้องรอให้เจ้าบ้านเป็นคนพายลเท่านั้น เพราะเขากลัวเราเดินเองจะทำข้าวของเสียหาย หลายสิ่งอย่างหายากและราคาแพงมากกกกกกก มีอะไรบ้างนั้นได้โปรดไปชมกับตาตัวเองดีกว่า

(เฮือนข้าเจ้า ถนนแก้วนวรัฐ โทร. 053-262-905)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท