
เปิดสูตรสำเร็จ...บูล เอเลเฟ่นท์ ร้านอาหารไทยระดับโลก
หลายคนคงเคยรู้จักร้านอาหารไทยชื่อดัง “บลู เอเลเฟ่นท์” (Blue Elephant)
หลายคนคงเคยรู้จักร้านอาหารไทยชื่อดัง “บลู เอเลเฟ่นท์” (Blue Elephant) กันบ้างแล้ว และมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดคิดว่าบลู เอเลเฟ่นท์ เป็นร้านอาหารไทยสายพันธุ์ต่างชาติ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บลู เอเลเฟ่นท์ เป็นร้านอาหารไทยของคนไทยอย่างแท้จริง
นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ กรรมการและผู้ก่อตั้งร้านอาหารไทย “บลู เอเลเฟ่นท์” กล่าวว่า บลู เอเลเฟ่นท์ เป็นร้านอาหารไทยสายพันธุ์ไทยตั้งแต่วัตถุดิบ สูตรอาหาร วิธีการจัดแต่ง เชฟ ไปจนถึงการตกแต่งร้าน ล้วนเป็นไทยแท้ๆ
ปัจจุบัน บลู เอเลเฟ่นท์ มีทั้งหมด 11 สาขาทั่วโลก เช่น ลอนดอน ปารีส บรัสเซลส์ โคเปนเฮเกน ดูไบ เป็นต้น ส่วนในประเทศไทยมีอยู่ 2 สาขา คือ บ้านโบราณอายุกว่าร้อยปีในย่านสุรศักดิ์ กรุงเทพฯ และที่ จ. ภูเก็ต
หัวใจสำคัญที่ทำให้ร้านอาหารไทยระดับไฮเอนด์ บลู เอเลเฟ่นท์ ประสบความสำเร็จมาตลอดระยะเวลายาวนานถึง 33 ปี จนเป็นที่รู้จักและนิยมอย่างสูงของชาวต่างชาติ เชฟนูรอ เล่าว่า เป็นเพราะรสชาติอาหารที่คงความเป็นไทยแท้ มาตรฐานรสชาติที่เหมือนกันทุกสาขา และมาตรฐานการบริการ
นั่นถือเป็นสิ่งที่ทำให้บลู เอเลเฟ่นท์ เป็นร้านอาหารไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก โดยในส่วนของรสชาติอาหาร แม้ว่าอาหารไทยจะมีรสจัดสำหรับชาวต่างชาติ แต่นี่คือรสชาติที่แท้จริง ที่คนต่างชาติต้องการสัมผัส บลู เอเลเฟ่นท์ จึงไม่ปรับสูตร คงความเป็นรสชาติไทยแท้
ในขณะที่วิธีการนำเสนออาหาร ได้ปรับให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้า โดยเดิมที บลู เอเลเฟ่นท์ จะเสิร์ฟอาหารแบบขันโตกที่รับประทานร่วมกัน แต่เพื่อให้เหมาะกับลูกค้ากลุ่มนักธุรกิจ ได้จัดอาหารเป็นเซตที่มีหลากหลายเมนูใน 1 เสิร์ฟสำหรับ 1 คน
“ลูกค้านักธุรกิจ หรือลูกค้าชาวต่างชาติบางรายอาจไม่สะดวกที่จะรับประทานร่วมจานกัน เลยคิดวิธีนำเสนอแบบเซต ซึ่งได้รับความนิยมมาก แต่ลูกค้าบางส่วนก็ยังชื่นชอบแบบขันโตก ก็สามารถสั่งได้ เรียกว่าทำตามความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก”
ทางด้านมาตรฐานรสชาติและการบริการ แม้ว่าจะมีด้วยกัน 11 สาขา และอยู่ในต่างแดน แต่ปัจจัยที่ทำให้รสชาติยังเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพราะบลู เอเลเฟ่นท์ มีการพัฒนาบุคลากร ด้วยการมีโรงเรียนสอนทำอาหารเพื่อผลิตเชฟป้อนให้กับสาขาต่างๆ
นอกจากนี้ โรงเรียนสอนทำอาหารบลู เอเลเฟ่นท์ ยังเปิดกว้างสอนทำอาหารให้กับผู้สนใจเรียนทำอาหารทั้งแบบมือสมัครเล่น และแบบมืออาชีพ รวมถึงสอนในเชิงธุรกิจการเปิดร้านอาหารไทยด้วย โดย นูรอ กล่าวว่า โอกาสของธุรกิจร้านอาหารยังมีสูงมาก อาหารไทยยังเป็นที่ต้องการของทั้งชาวไทยในต่างแดนและชาวต่างชาติ
“การเรียนรู้อาหารไทยไว้เป็นทักษะอาชีพ จึงถือเป็นโอกาสที่จะทำให้เติบโตได้ทั้งในตลาดเมืองไทยและตลาดระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชฟอาหารไทยมีความต้องการสูงมาก มีการชิงตัว ซื้อตัวอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาบุคลากรเองของบลู เอเลเฟ่นท์ จึงถือเป็นทางออกที่ดีท่ามกลางภาวะการชิงตัวบุคลากรอย่างหนักเช่นนี้”
นั่นเป็นส่วนของการปรุงอาหาร แต่ส่วนของวัตถุดิบก็มีส่วนสำคัญที่จะรักษารสชาติอาหารไว้ได้ โดยปัจจุบัน บลู เอเลเฟ่นท์ ได้ผลิตวัตถุดิบอาหารไทย เช่น เครื่องแกง สมุนไพร น้ำสลัดต่างๆ ส่งออกไปยัง 11 สาขา ส่งออกไปยังร้านอาหารนอกเครือ และยังส่งออกไปยังตลาดค้าปลีกทั่วโลกด้วย ซึ่งสามารถสร้างรายได้มากถึง 80100 ล้านบาทต่อปี
ปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาเป็นองค์ประกอบของรสชาติอาหาร อีกหนึ่งหัวใจสำคัญ คือ มาตรฐานการบริการ ซึ่งเรื่องนี้จะโยงกลับไปยังโรงเรียนสอนทำอาหาร ก็จะมีการฝึกอบรมบุคลากรอย่างเข้มข้น เพื่อให้เข้าถึงหัวใจของการบริการที่แท้จริง เพื่อให้บริการกับลูกค้าได้อย่างประทับใจ
นี่ก็คือ บลู เอเลเฟ่นท์ ร้านอาหารไทยที่โด่งดัง ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ มีโรงเรียนสอนทำอาหารไทย รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์สำหรับปรุงอาหารไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นสูตรสำเร็จที่ผสมผสานกันจนเกิดความสำเร็จอย่างลงตัว
ติดตามชมเรื่องราวดีๆ ของ “บลู เอเลเฟ่นท์” ในรายการธุรกิจติดดาว วันศุกร์ที่ 26 เม.ย.นี้ ทางช่อง 5 เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป







