posttoday
ไอทีของสปอร์ตแมน วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล

ไอทีของสปอร์ตแมน วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล

18 เมษายน 2556

ผมว่าเทคโนโลยีมีผลกับเรามากขึ้นทุกวันในแง่ชีวิตสะดวกสบาย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อยู่ในสังคมที่ไม่มีวันตกเทรนด์

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

“ผมว่าเทคโนโลยีมีผลกับเรามากขึ้นทุกวันในแง่ชีวิตสะดวกสบาย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อยู่ในสังคมที่ไม่มีวันตกเทรนด์ ใครพูดอะไรเราก็เข้าใจ เมื่อก่อนข่าวรายวันว่าเร็วแล้ว เดี๋ยวนี้รายชั่วโมงรายนาทีเร็วกว่า หลายคนจึงจดจ่ออยู่กับสมาร์ตโฟน ทั้งที่เราควรมีปฏิสัมพันธ์กับคนข้างๆ ที่เรารู้จักมากกว่าที่จะมาแชตกับคนที่อยู่ไกลออกไป” ผู้บริหารหนุ่มหล่อ จ๊อบวรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท อาดิดาส พูดถึงปัญหาการใช้เทคโนโลยีที่มีทั้งด้านดีและด้านลบที่ทำให้มนุษย์ไม่เป็นอย่างที่ควรจะเป็น

วรวรรธน์ เป็นผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง เรียนจบปริญญาตรีด้านการบริหารทั่วไปที่เอแบค เริ่มงานแรกที่ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ทำให้เขาค้นพบตัวเองว่าชอบทางด้านการตลาดมากที่สุด จึงตัดสินใจต่อปริญญาโทที่ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ โคโลราโด (University of Colorado) ทางด้านการตลาดโดยเฉพาะ กลับมาทำงานที่บริษัท ยูนิลีเวอร์ ซึ่งถือว่าเป็นโรงเรียนสอนด้านการทำการตลาดของจริงให้กับเขา จากนั้นไม่นานจึงย้ายมาทำงานให้กับ อาดิดาส จนถึงปัจจุบัน

มองหาความสุขในการทำงาน

จ๊อบ บอกกับเราว่า ตอนที่ย้ายมาอยู่กับอาดิดาส เขาตัดสินใจได้ไม่ยากเลย เพราะพื้นฐานครอบครัวก็เป็นนักกีฬาเกือบทั้งบ้าน ดังนั้น การทำงานทั้งงานที่เรารักและกิจกรรมที่เราชอบอย่างการเล่นกีฬามารวมกันจึงเป็นอะไรที่มีความสุข

“เราต้องสนุกกับงาน เป็นคำพูดที่ดูธรรมดามากๆ แต่ไม่ว่าคนจะทำงานอะไรเราก็เบื่อได้ทั้งนั้น ไม่ว่างานของคุณจะวิเศษน่าทำแค่ไหน พอถึงจุดหนึ่งคุณก็จะมีความรู้สึกเบื่อกับงานตรงนั้น แต่ถ้าเรามีความสนุกกับงานเราจะไม่เบื่อ มันขึ้นอยู่กับทัศนคติที่ใส่ลงไป หามุมที่ชอบและนึกถึงวันแรกที่เขารับเรามาทำงานที่นี่ ความรู้สึกนั้นยังอยู่ไหม ถ้ายังอยู่เราก็ต้องเอามาพัฒนาตัวเองต่อไป

เพราะปัญหาในที่ทำงานมีอยู่ทุกที่ ไปที่ไหนเราต้องเจอหมด ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องออกมาเป็นนายของตัวเองเพื่อเจอปัญหาในอีกรูปแบบหนึ่ง ถ้าเรามัวแต่โฟกัสแต่สิ่งที่ตัวเองไม่ชอบเราจะทำงานไม่ได้ สู้เราเอาพลังไปลงกับสิ่งที่ตัวเองชอบและหาเวลาแก้ปัญหาในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบจะดีกว่า” จ๊อบ พูดถึงแนวคิดในการทำงาน ที่ทำให้เรามีพลังงานในการทำงานที่เรารักต่อไป เพราะไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหนย่อมต้องมีปัญหาอยู่ในทุกๆ ที่

ออกกำลังกายไปกับเทคโนโลยี

โดยปกติแล้วหากมองในเรื่องของการทำงาน จะเห็นได้ว่าเขาเป็นเวิร์กกิงแมนคนหนึ่ง แม้แต่เวลาไปเที่ยวก็ต้องขอพกโน้ตบุ๊กไปเพื่อความสบายใจเวลาที่มีการติดต่องานด่วนเข้ามา แต่ในเวลาว่างแล้วเขาขอเลือกเล่นกีฬาและการอยู่กับครอบครัวให้มากที่สุด

จ๊อบ เล่าถึงการแบ่งเวลาในการทำงาน เวลาครอบครัวและออกกำลังกายของเขาว่า เวลางานจะทำเต็มที่จันทร์ถึงศุกร์ ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์ก็มีวุ่นๆ บ้าง มนุษย์เงินเดือนหลายคนก็เป็นแบบนี้ แต่ทั้งหมดเขาคิดว่าคนเราไม่มีเวลาออกกำลังกายนั้นไม่จริง ทุกคนมีเวลาเท่ากันหมด เพียงแต่ว่าเราจะแบ่งเวลาไปออกกำลังกายอย่างไรเท่านั้นเอง

“สำหรับผมวันอาทิตย์เป็นอะไรที่ผมต้องตีกอล์ฟ วันธรรมดาไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ บ้าง ใครไปเตะอะไรตรงไหนอย่างไรก็นัดกันมา ถ้าผมว่างก็ไปตอนเย็นๆ ถ้าว่างไม่ตรงกันการเข้ายิมเป็นอะไรที่ผมสะดวกสุด เพราะไม่จำเป็นต้องนัดกับใคร ไปคนเดียวเมื่อไหร่ก็ได้ที่ว่าง ถ้าวันไหนไม่ได้ออกกำลังกายต้องคุมอาหารแทน เช่น วันนี้ไม่ได้ออกกำลังกายก็กินน้อยลงนิดนึง แบ่งสัดส่วนอาหารให้พอเหมาะพอดี แต่สำคัญที่สุดคือต้องทำจนเป็นวินัยชีวิต”

สุดท้าย จ๊อบ บอกกับเราว่า เทคโนโลยีที่เอามาใช้ในเกมกีฬาเป็นสิ่งพัฒนาไปควบคู่กัน เทคโนโลยีช่วยให้การออกกำลังกายของเราสนุกขึ้น ออกกำลังได้ดีและตรงเป้าหมายที่ต้องการมากขึ้น นั่นคือเหตุผลที่เราเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการกีฬา ถ้าการออกกำลังกายต้องการอะไรบางอย่างที่ต้องการแรงผลักดัน เทคโนโลยีก็จะทำให้เขาอยากออกกำลังกายมากขึ้น ถ้าจะให้ดีกว่านั้นคือการที่เราได้ออกกำลังกายและมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนหรือคนในครอบครัวนั่นเอง

การใช้เทคโนโลยีสไตล์จ๊อบ

1.เลือกใช้แบล็คเบอร์รี่ในการทำงาน เพราะการส่งข้อความเป็นอะไรที่สะดวกมากสำหรับผมในการส่งข้อความติดต่องานสั้นๆ แต่ได้ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือมากกว่าการโทรคุย และข้อความทุกอย่างก็ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานอ้างอิงการสั่งงาน

2.เราควรแบ่งเวลาให้ถูก และเน้นการสร้างวิธีการสื่อสารกับคนแบบอยู่ต่อหน้ามากกว่าสื่อสารในโซเชียลเน็ตเวิร์ก เพราะในสองโลกนี้เรามีบุคลิกที่แตกต่างกัน ต่อหน้าสาธารณะไม่กล้าแสดงออก แต่ในเว็บบอร์ดแสดงเต็มที่ เป็นนักเลงคีย์บอร์ดใส่เต็มที่ ผมไม่ได้บอกว่าไม่ดี แต่จะบอกว่าเป็นเครื่องมือที่ต้องระมัดระวัง

3.เวลาอยู่ที่บ้านผมจะมีกติกาที่เรารู้กันก็คือจะไม่เล่นมือถือระหว่างที่เราอยู่ด้วยกัน เช่น กินข้าว ดูหนัง นั่งอยู่ด้วยกัน เราจะให้ความสำคัญกับคนที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่า พอเสร็จแล้วค่อยไปจัดการงานต่อ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท