
ฝัน บ้า ประสา สกอร์เซซี
...แหนงดู
"ฉันไม่ได้ทำสงคราม มันคือ ฆาตกรรม ฉันเบื่อการฆ่าคน ...”
“จากนั้นทหารหนุ่มก็ลาสนามรบแห่งสงครามโลกครั้งที่ 2 มาเป็นตำรวจศาล ระหว่างช่วงสงครามเย็น ขณะที่ทั่วทั้งโลกถูกครอบด้วยความเคร่งเครียด ทุกเรื่องราวต่างมีกลอุบายซ่อนอยู่ เขาถูกส่งตัวไปเกาะลึกลับซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของโรงพยาบาลสำหรับฆาตกรโรคจิต เพื่อสืบหาคุณแม่ยังสาวผู้ฆ่าลูกทั้ง 3 คนของตัวเองด้วยการกดให้จมน้ำ ผู้ที่หายตัวไปจากห้องที่มีการ์ดดูแลอย่างดีตลอด 24 ชั่วโมง
เพราะพายุกระ หน่ำทำให้ตำรวจหนุ่ม เท็ดดี แดเนียลส์ (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) และชัค อุล (มาร์ค รัฟฟาโล) คู่หูต้องติดอยู่บนเกาะ ระหว่างนั้นเท็ดดีถูกทรมานด้วยภาพอดีตทั้งจากสนามรบและภาพความทรงจำเกี่ยวกับภรรยา (มิเชลล์ วิลเลียมส์) รวมทั้งอาการไมเกรนกำเริบ
ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน นายตำรวจหนุ่มต้องพบกับเรื่องลี้ลับจากอดีตและปัจจุบันของตัวเขา เพื่อนร่วมงาน เกาะ คนไข้ หมอ ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ การทดลองทางการแพทย์ที่ผิดศีลธรรม หรือจิตใจมนุษย์
ทั้งหมดทำให้ยากที่จะค้นหาคำตอบอันแท้จริง ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้เขาค้นหาความจริงได้ นานเข้าตำรวจหนุ่มก็ต้องเผชิญกับสิ่งที่เขากลัว รวมถึงความลับที่ถูกซ่อนไว้ ในแวบหนึ่งเขาตระหวัดคิดว่า อาจจะไม่รอดไปจากเกาะนี้
ดูเหมือนพายุเฮอริเคน ที่ว่ารุนแรงบ้าคลั่งนั้นจะเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาต้องเผชิญ เพราะระหว่างคนดีกับคนบ้า ระหว่างความจริงกับความฝันที่แท้มีเพียงแค่เส้นบ้างๆ กั้นอยู่
และแม้จะรู้ตัว ในบางครั้งบางคนก็เลือกที่จะบ้าหรือฝัน มากกว่าดีหรือจริง
เพราะความจริงมักจะโหดร้าย หลายคนจึงขออยู่กับความฝันที่งดงาม
การกลับมาร่วมงานกันอีกครั้งระหว่างมาร์ติน สกอร์เซซี และลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ แตกต่างกว่าครั้งก่อนๆ เมื่อไม่ได้เป็นหนังในแนวแก๊งสเตอร์ที่เคยทำ เมื่อผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์เลือกนวนิยายทริลเลอร์ขายดีของเดนนิส ลีเฮน มานำเสนอ (งานเขียนเรื่อง Mystic River ของเขา คลินท์ อีสต์วูด นำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ที่ภายหลังได้รับรางวัลออสการ์)
Shutter Island นั้นประกอบด้วยองค์ประกอบอย่าง มุมกล้อง แสง เงา ดนตรีประกอบ ฯลฯ ที่ประณีตบรรจง เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแบบกอธิก ผสมฟิล์มนัวร์ ทั้งเรื่องครอบคลุมด้วยความหม่นมืดและปริศนาราวกับเป็นฝันร้าย ทำให้คิดถึงภาพยนตร์เก่าบางเรื่อง รวมทั้งภาพยนตร์เกรดบีในอดีต เพียงแต่ว่านี่เป็นภาพยนตร์เกรดบีที่สร้างจากมือของอัจฉริยะ
เรื่องนี้ “โกลเด้นบอย” อย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ก็ “เข้ม” ได้ใจ ส่วนสาว มิเชลล์ วิลเลียมส์ ที่ปรากฏบนจอเพียงน้อยนิดแต่เสน่ห์นั้นแรงเหลือเหมือนเก่า
ด้วยเรื่องราวที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา รายละเอียดเยอะชนิดพลาดไม่ได้ ท้าทายคนดูมากมาย ทุกคนต้องรอถึงฉากสุดท้ายจึงจะสามารถปะติดปะต่อทุกอย่างและเข้าใจทุกรายละเอียด ยกเว้นคนที่เดาออกมาเรื่องจะหักมุมจบยังไง ใครที่เคยชอบลับสมองประลองปัญญากับภาพยนตร์อย่าง Memento ก็น่าจะได้ดูเรื่องนี้
ขอเตือนสำหรับคนเป็นโรคไมเกรน ดูแล้วอาการของคุณอาจจะกำเริบ
และคนที่ปลื้มที่สุดเมื่อเห็นคุณเป็นอย่างนั้นคงจะเป็น มาร์ติน สกอร์เซซี !!!







