
วิลาสินี ปานใจ กับชีวิตที่เลือกได้
ชีวิตของทุกคนมีสิทธิเลือกที่จะเป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบและอยากทำ บางคนอาจไม่สมหวัง
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
ชีวิตของทุกคนมีสิทธิเลือกที่จะเป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบและอยากทำ บางคนอาจไม่สมหวัง แต่หลายคนก็กระหยิ่มยิ้มหวานกับความสมหวังของตัวเอง สาวสวยคนนี้ “ปุ้ย-วิลาสินี ปานใจ” ก็เช่นกัน เธอเลือกที่จะเป็นในสิ่งที่ตัวเองชอบและอยากเป็น ก็คือ “อัยการ” ซึ่งน้อยนักที่สาวสมัยใหม่จะเลือกเป็น นอกจากนี้อัยการในเมืองไทยส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชาย
จุดเริ่มของการเป็นอัยการในปัจจุบันของเธอมาจากความชอบในเรื่องของกฎหมายตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นหลังเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียนสตรีวิทยา เธอก็ไม่ลังเลในการตัดสินใจเรียนกฎหมายและเลือกนิติศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยไม่ต้องคิดมากว่าจะเรียนอะไร เพราะปุ้ยชอบเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมแล้ว มองว่าชีวิตของคนเรามีความเกี่ยวโยงกับกฎหมายตลอด ตั้งแต่ตื่นนอนจนกระทั่งเข้านอน และเราต้องใช้กฎหมายทุกวัน เช่น ถ้าเราขับรถชนคนจะเกิดอะไรขึ้น จะทำยังไงต่อไป หรือถ้าทำสัญญาแพ่งซื้อขายอะไรกับใคร สัญญามีข้อบกพร่องหรือช่องโหว่อะไรไหม ปุ้ยจะชอบคิดเรื่องแบบนี้ พอเรียนมหาวิทยาลัยก็เลือกนิติศาสตร์เลย ต่างจากผู้หญิงทั่วไปที่มักเลือกเรียนคณะอื่น เช่น นิเทศศาสตร์” อดีตเด็กสตรีวิทย์ กล่าว
หลายคนอาจขยาดกับการเรียนกฎหมาย เพราะเหตุผลต่างๆ นานา เช่น คิดว่าต้องท่องจำมาตราต่างๆ ให้แม่นยำ อีกทั้งหนังสือกฎหมายทั้งหลายเล่มหนาทั้งนั้น แต่ละเล่มสองสามร้อยหน้าขึ้นไป ทว่าสำหรับปุ้ยเธอมีความสุขกับการเรียนและสนุกกับการอ่านหนังสือเล่มหนาๆ แบบไม่ได้รู้สึกเบื่อแต่อย่างใด
“หลายคนคิดว่ากฎหมายคือการท่องจำ แต่ปุ้ยคิดว่าสำคัญมากคือต้องเข้าใจด้วย ถ้าเราเข้าใจภาพรวมก็จะมาปรับได้กับทุกอย่างที่เป็นกฎหมาย สำหรับปุ้ยบอกตรงๆ เกิดมาไม่เคยอ่านหนังสือเยอะขนาดนี้มาก่อน แล้วหนังสือกฎหมาย 200300 หน้าขึ้นทั้งนั้น แต่ก็ชอบนะ ไม่รู้สึกเบื่อ อ่านแล้วได้คิดต่อไปเรื่อยๆ อยากเปิดอ่านทุกวัน ตอนเรียนเป็นคนบ้าตำราไปเลย ส่วนเพื่อนๆ หลายคนบอกว่าอ่านเยอะเครียด สำหรับปุ้ยถ้าให้คำนวณ พวกวิทย์ ฟิสิกส์ ก็เครียดเหมือนกัน สู้อ่านแบบนี้ไม่ได้ สนุกกว่าเยอะ”
อัยการสาวเล่าวิธีอยู่กับหนังสือหลายหน้านานๆ อย่างไม่รู้สึกเบื่อว่า ไม่ได้มีเคล็ดลับพิเศษอะไร แต่เธอบอกว่า ถ้าตราบใดที่มี “ความอยากรู้” อยู่ตลอดเวลา ก็จะสามารถอยู่กับหนังสือนั้นๆ ได้นานๆ อย่างมีความสุข
“ความอยากรู้คือตัวการทำให้เราอยากอ่านและอยากอยู่กับหนังสือนานๆ สมมติเราอ่านบทหนึ่งแล้วก็คิดว่าบทต่อไปจะมีอะไรต่อ ถ้าเรื่องเป็นอย่างนี้ ต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งก็อยู่ในตำราที่เราต้องดู และในตำราก็มีคำพิพากษาต่างๆ ซึ่งเราจะต้องรู้ด้วยว่าถ้าชีวิตจริงเกิดขึ้นศาลจะตัดสินยังไง อันนี้คือเสน่ห์ของการเรียนกฎหมาย” อัยการคนสวย เผยเคล็ดลับอยู่กับหนังสือกฎหมายไม่ให้เบื่อ
เมื่อเป้าหมายของเธออยู่ที่การเป็นอัยการมิใช่ศาล ดังนั้นหลังเรียนจบปริญญาตรีและโทนิติศาสตร์ เธอจึงไปเรียนเนติบัณฑิต ซึ่งไม่ว่าใครก็ต้องสอบให้ผ่านด่านนี้ไปให้ได้ก่อนสำหรับปุ้ยแล้วเธอทำได้ และเมื่อสอบอัยการ เธอก็ทำได้เช่นกัน
เธอบอกว่า การสอบอัยการได้มาจากความขยันในการอ่านตำราล้วนๆ เพราะชีวิตในแต่ละวันในช่วงของการเตรียมตัวสอบนั้น มี 3 เรื่องเท่านั้นให้ทำ คือ กิน นอน และอ่านหนังสือ วันหนึ่งๆ เป็น 810 ชั่วโมง
ตำแหน่งของเธอในปัจจุบัน คือ อัยการประจำสำนักอัยการสูงสุด ประจำสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี ศาลแขวงดุสิต รับผิดชอบเกี่ยวกับคดีอาญา ก่อนนี้เคยประจำอยู่ที่สำนักงานอัยการจังหวัดหนองคาย 2 และสำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา 1 ปี ก่อนจะย้ายมาประจำสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี ศาลแขวงดุสิต ในปัจจุบัน
ขณะที่บทบาทอัยการ เธอเล่าคร่าวๆ ว่า เมื่อได้รับสำนวนคดีต่างๆ จากตำรวจแล้ว ต้องอ่านสำนวนทุกหน้าและทำการบ้านเป็นอย่างดี แต่ละเคสมีความแตกต่างกัน ฉะนั้นต้องดูว่าในสำนวนมีอะไรบกพร่องหรือมีอะไรต้องเพิ่มเติมเพื่อให้สำนวนมีความสมบูรณ์และรัดกุม ไม่ว่าพยานหลักฐานคนหรือเอกสารก่อนส่งฟ้องศาล นอกจากนี้ในชั้นของการสืบพยานก็ต้องมีเซนส์ มีเทคนิคเพื่อชี้ให้ศาลได้เห็นชัดตามสำนวนที่ได้ส่งฟ้อง
ทุกวันนี้เธอมีความสุขกับการทำงานตรงนี้มาก รวมทั้งได้ประสบการณ์หลากหลายจากคดีต่างๆ สารพัด แต่เหนืออื่นใดก็คือการได้ทำหน้าที่เชิงสังคมไปด้วย
“ทำงานตรงจุดนี้เจอสารพัดคดีเลยนะ เช่น คดีเด็กหญิงถูกข่มขืน คดีลูกเกลียดแม่ตัวเองแล้วเอากาวตราช้างหยอดตาแม่ คดีเด็กวัยรุ่นเอามีดไล่ฟันคนอื่น ซึ่งคดีแบบนี้เราก็จะสอดแทรกหน้าที่เชิงสังคมไปด้วยในชั้นของการสืบพยาน เช่น คดีเอามีดไล่ฟันคนอื่น วัยรุ่นเขาว่าเท่ ทำแล้วได้รับการยอมรับจากเพื่อน เราก็จะบอกว่าถ้าจะเท่จริงๆ เราเท่ได้หลายแบบ ไม่ใช่เท่ตามเสียงเพื่อนแบบนั้น เรียนเก่งๆ เรียนสูงๆ เท่จะตาย ก็คอยสอนเขา เด็กพวกนี้ก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่เราก็ต้องมีเทคนิค” อัยการสาวทิ้งท้าย
เกร็ดชีวิตเล็กๆ ของปุ้ย
ครอบครัว : บุตรของ “วิเชียร ปานใจ” ข้าราชการบำนาญ กรมชลประทาน และ อมรา ปานใจ โดยเป็นลูกคนสุดท้องในพี่น้อง 3 คน หญิงทั้งหมด โดย ปูกมลชนก ปานใจ นางแบบ นักแสดง นักเขียน คือพี่สาวคนโต
อายุ : 35 กำลังย่าง 36 ปี
การศึกษา : ปริญญาตรี นิติศาสตร์ จุฬาฯ ปริญญาโท นิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์
ตำแหน่งงาน : อัยการประจำสำนักอัยการสูงสุด ประจำสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดี ศาลแขวงดุสิต
บุคลิกนิสัย : เข้ากับคนได้ดี
คำคม : ตำแหน่งเพียงหัวโขน เราก็คนธรรมดาทั่วไป ตกเย็นก็คือจบ
งานอดิเรก : วันหยุดชอบท่องเที่ยว ตอนทำงานที่ต่างจังหวัดก็จะไปเที่ยวอำเภอต่างๆ และอ่านหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพและการลงทุน เช่น ลงทุนเรื่องหุ้น เป็นต้น
ออกกำลังกาย : เล่นแบด เล่นยิม
อาหารที่ชอบ : อาหารไทยรสจัดจ้าน ส้มตำปูปลาร้า ของโปรด







