posttoday
เปรูออร์แกนิค... บนเส้นทางกาแฟสายอินคา

เปรูออร์แกนิค... บนเส้นทางกาแฟสายอินคา

12 เมษายน 2556

“Do you interest in Peru Coffee?”

“Do you interest in Peru Coffee?”

ข้อความสั้นๆ ที่ถูกถามทิ้งๆ ขว้างๆ ไว้โดยไม่รอคำตอบ กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการบ้านว่าด้วยเรื่องราวกาแฟจากเทือกเขาแอนดีส ชายนิรนามผู้โยนคำถามไว้ในกล่องข้อความบนกระดานโต้ตอบเฟซบุ๊ก ที่แท้เขากำลังโยนหินถามทางเพื่อปูทางไปสู่ธุรกิจค้าส่งเมล็ดกาแฟจากประเทศเปรู

เปรูอยู่ทวีปอเมริกาใต้ ทางซ้ายติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ส่วนทางขวาติดกับประเทศโคลัมเบีย บราซิล และโบลิเวีย มีแนวเทือกเขาแอนดีส (Andes Mt.) และทะเลสาบติติกากา (Titicaca Lake) เทือกเขาที่ยาวที่สุดและทะเลสาบที่สูงที่สุดในโลกเป็นปราการธรรมชาติ เฉพาะตัวเมืองคูซโกเมืองหลวงของอาณาจักรอินคาวัดความสูงแล้วอยู่ระดับ 3,400 เมตร จากระดับน้ำทะเล นี่ยังไม่รวมถึงพื้นที่สูงบนภูเขาที่อยู่ลึก สูง และไกลขึ้นไปอีก ทั้งความสูงและสภาพพื้นที่ที่มีร่มเงาสมบูรณ์ไม่น้อยไปกว่าพื้นที่ปลูกกาแฟดังๆ อย่างจาเมกาหรือฮาวาย

คิดเล่นๆ... จากความสูงและสภาพอากาศที่เหมาะสม เทือกเขาแอนดีสน่าจะเป็นสวรรค์ของกาแฟอราบิกาได้ไม่ยาก

ทว่า เส้นทางกาแฟสายอินคากลับไม่ได้หอมหวานอย่างที่คิด

ประวัติศาสตร์กาแฟเปรูเริ่มขึ้นปลายศตวรรษที่ 17 ว่ากันว่า ลึกขึ้นไปบนเทือกเขาสูง ลูกพระอาทิตย์ทายาทเชื้อสายแห่งอินคาจะเริ่มเก็บเกี่ยวผลเชอร์รีตั้งแต่เดือน พ.ค.ไปจนถึงเดือน ก.ย. ผ่านขั้นตอนการทำกาแฟแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า “Micro Wet Milling” โดยกาแฟที่ได้จะถูกเก็บรอไว้จนถึงวันเสาร์ซึ่งเป็นวันที่ตลาดกาแฟในเมืองเปิดรับซื้อผลผลิต วันนี้เองเป็นวันที่พวกเขาต้องเดินเท้าแบกกาแฟมายังตัวเมืองที่ใกล้ที่สุด ใช้เวลาเดินทางตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงไปจนถึง 8 ชั่วโมง เพื่อมาส่งขายกับพ่อค้ารายใหญ่ที่ผูกขาดราคาอยู่ในช่วงเวลานั้น

ชาวพื้นเมืองผู้เก็บเกี่ยวผลกาแฟจากเทือกเขาที่ห่างไกลไม่เคยได้รับความรู้ ยิ่งไม่ต้องพูดไกลไปถึงเรื่องรสชาติ แค่เรื่องการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้คุณภาพก็ยังไม่เคยรู้ พวกเขารู้เพียงว่าเมล็ดกาแฟที่เก็บเกี่ยวมาด้วยมือ ไม่ว่าจะประณีตแค่ไหนก็มีค่าน้อยนิดเท่ากับราคาที่ถูกกดจนต่ำ หนำซ้ำการให้ราคาตามน้ำหนักเป็นหลัก ทำให้กาแฟเปรูในตลาดส่วนมากไม่ค่อยมีคุณภาพ บ่อยครั้งที่พบทรายปนเปื้อนอยู่ในกระสอบหรือไม่เมล็ดกาแฟก็เปียกน้ำมาเพื่อถ่วงให้หนักมากที่สุด

หลายศตวรรษที่ผ่านมา... คนปลูกกาแฟที่อยู่ต้นทางถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิงจากคนดื่มกาแฟที่อยู่ปลายทาง

ทั้งปัญหาพ่อค้าคนกลางกดราคาและปัญหาการเดินทางที่ห่างไกลไม่สะดวก ปัญหาที่ไม่เคยถูกแก้เหล่านี้เอง ทำให้อุตสาหกรรมกาแฟเปรูไม่พัฒนาไปอย่างที่ควรจะเป็น ไม่แปลกใจเลยที่หนังสือ All About Coffee ไบเบิลแห่งโลกกาแฟซึ่งตีพิมพ์ในปี 1936 ได้บันทึกเรื่องราวกาแฟเปรู ว่าเป็นกาแฟที่ไม่ได้รับการใส่ใจ เป็นกาแฟที่มีรสชาติเปรี้ยวขื่นขมคอแตกต่างจากคาแรกเตอร์กาแฟในภูมิภาคเดียวกัน

อะแฮ่ม! จุดเปลี่ยนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อทศวรรษที่ผ่านมานี่เอง กลุ่มผู้ปลูกกาแฟที่เคยถูกเอารัดเอาเปรียบเริ่มเชื่อมโยงและทำงานอย่างเข้มเข็งร่วมกันในรูปแบบของสหกรณ์ กระทั่ง 1520% ของกลุ่มผู้ปลูกกาแฟในเปรูได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นกาแฟออร์แกนิกที่ได้รับการรับรองการค้าที่เป็นธรรม (Fair Trade)

ปัจจุบันเปรูส่งออกกาแฟออร์แกนิกเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ขณะที่กลุ่มสหกรณ์กาแฟของเปรูกลายเป็นซัพพลายเออร์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของตลาดกาแฟโลกที่ได้รับการรับรอง Fair Trade ซึ่งเป็นรองก็แค่ประเทศเม็กซิโก

กาแฟเปรูมาทีหลังแต่มาแรงและน่าสนใจไม่แพ้กาแฟจากเพื่อนบ้านอย่างบราซิลและโคลัมเบีย

เรื่องราวของกาแฟเปรูออร์แกนิกน่าสนใจพอๆ กับรสชาติของมันที่ยังคงน่าสงสัย

“Do you interest in Peru Coffee?” ก่อนที่จะถามว่าสนใจซื้อกาแฟเปรูมั้ย... ถาม “Do you know Peru Coffee?” ก่อนดีกว่ามั้ยอ่ะ!

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท