
Youtube เจ้าพ่อโลกวิดีโอ (2)
คราวที่แล้วเราว่ากันถึงเว็บไซต์วิดีโอ Youtube ที่ถ้าอยากดูอะไรเกี่ยวกับวิดีโอ ก็ต้องนึกถึง Youtube ก่อนเสมอ
คราวที่แล้วเราว่ากันถึงเว็บไซต์วิดีโอ Youtube ที่ถ้าอยากดูอะไรเกี่ยวกับวิดีโอ ก็ต้องนึกถึง Youtube ก่อนเสมอ
โดย...นายบรอดแบนด์
คราวที่แล้วเราว่ากันถึงเว็บไซต์วิดีโอ Youtube ที่ถ้าอยากดูอะไรเกี่ยวกับวิดีโอ ก็ต้องนึกถึง Youtube ก่อนเสมอ ว่ากันว่าตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป การบริโภควิดีโอจะเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยมากกว่า 50% จะเป็นเรื่องของวิดีโอ ในจีน เกาหลี และญี่ปุ่น Youtube ไม่ได้เป็นเว็บไซต์วิดีโอที่นิยมที่สุดนะครับ แต่ทั้ง 3 ประเทศมีเว็บไซต์ด้านนี้เป็นของตัวเอง
ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่า เกาหลีและญี่ปุ่น เป็นประเทศที่พัฒนาคอนเทนต์จำนวนมหาศาลให้คนทั่วโลกได้บริโภค ขณะที่จีนใช้ลักษณะของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ พัฒนางานและให้ประชาชนใช้เป็นหลัก (รวมถึงเว็บไซต์สำหรับค้นหา และโซเชียลเน็ตเวิร์กด้วย) ส่วนประเทศไทยถูกทำให้ดูเหมือนเป็นสังคมบริโภค จุดนี้ทำให้เสียโอกาสทางธุรกิจอย่างมหาศาลทีเดียว
เรื่องนี้มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากอันดับแรกจริงๆ แล้วไทยเป็นประเทศที่มีคอนเทนต์เฉพาะทางสูงมาก แต่ไม่ได้รับการพัฒนาขึ้นในลักษณะวิดีโอมากนัก จุดนี้สามารถทำได้ ส่วนต่อมาคือ หากเรานำคอนเทนต์ที่มีอยู่และคอนเทนต์ใหม่ๆ ขึ้นไปไว้บน Youtube ซะหมด ต้องรู้ก่อนว่า Youtube ไม่มีธุรกิจในไทย (แต่มีในสิงคโปร์ และอีกหลายประเทศในภูมิภาคนี้) ดังนั้นเจ้าของคอนเทนต์คนไทย จึงไม่ได้รับส่วนแบ่งรายได้จากโฆษณา แม้ว่าวิดีโอจะมียอดคนดูมหาศาลก็ตาม
นั่นคือเหตุผลที่ครั้งหนึ่งทำไมจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ถึงถอดมิวสิกวิดีโอในค่ายออกมา และพยายามพัฒนาเว็บไซต์วิดีโอของตัวเอง นั่นเพราะแม้เพลงของศิลปิน นักร้องคนใดจะมียอดผู้ชมมหาศาลแค่ไหน Youtube ก็ไม่มีส่วนแบ่งรายได้มาให้ แต่ล่าสุดได้มีเว็บไซต์หนึ่งชื่อ Viki ที่เปิดตัวชัดเจนว่าต้องการสร้างธุรกิจวิดีโอให้เกิดขึ้นในไทย เผยแพร่คอนเทนต์วิดีโอไปทั่วโลก และหากได้รับความนิยมมากจะแบ่งรายได้จากโฆษณาให้ 30-70% ขึ้นกับเงื่อนไขการเจรจา
ผมคิดว่านี่คือเรื่องที่น่าสนใจมากในทางธุรกิจสำหรับ เจ้าของลิขสิทธิ์ละคร เพลง รายการโชว์ต่างๆ ที่จะได้เผยแพร่ผลงานออกไปทั่วโลกและมีรายได้ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเว็บไซต์ใดเว็บไซต์หนึ่ง เราสามารถสร้างเว็บไซต์วิดีโอของไทยเองได้ เช่นเดียวกับ facebook ที่เราก็สามารถพัฒนาเว็บโซเชียลเน็ตเวิร์กเองได้ เช่น เว็บทอฝัน (www.thorfun.com) ที่สำคัญมีโมเดลแบ่งรายได้ให้คนเขียนด้วย (เข้าไปอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้)
รู้มั้ยครับ ทุกวันนี้เราใช้บริการออนไลน์ของต่างประเทศทั้งนั้นเลย เช่น google, facebook, youtube, gmail, hotmail, 4shared, dropbox และอื่นๆ อีกมากมาย ผมยังเชื่อว่ามีบริการของคนไทยที่มีประสิทธิภาพไม่แพ้กันอยู่ครับ
&<2288;
&<2288;







