
การกลับมาของโนเกียกับลูเมีย และวินโดวส์โฟน 8
ครั้งนี้ขอเขียนถึงสมาร์ตโฟนแบรนด์ โนเกีย ซึ่งเคยครองความยิ่งใหญ่ในไทยด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา
ครั้งนี้ขอเขียนถึงสมาร์ตโฟนแบรนด์ โนเกีย ซึ่งเคยครองความยิ่งใหญ่ในไทยด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา
โดย...หนุ่มไวไฟ
ครั้งนี้ขอเขียนถึงสมาร์ตโฟนแบรนด์ โนเกีย ซึ่งเคยครองความยิ่งใหญ่ในไทยด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 60% เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ในวันนั้นด้วยการยึดติดกับรูปลักษณ์เดิมๆ ทำให้โนเกียพลาดท่าให้กับแอปเปิล ที่เปิดไอโฟนออกมาปฏิวัติวงการมือถือ ตามมาด้วยซัมซุง ที่ตีตลาดจนยักษ์ใหญ่โนเกียเสียบัลลังก์แชมป์ไป แต่มาในวันนี้หลังจากร่วมมือกับไมโครซอฟท์ในการพัฒนาวินโดวส์โฟน 8 เห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว ก็ถึงเวลาหวนคืนสู่ตลาดแบบเต็มสูบ
อันดับแรกต้องบอกว่า คนที่ใช้วินโดวส์โมบายส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้ในองค์กร เพราะระบบการทำงานบนคอมพิวเตอร์และสมาร์ตโฟนนั้นเชื่อมต่อเข้าถึงกันได้เป็นอย่างดีที่สุด ดังนั้นการจับมือระหว่างโนเกียและไมโครซอฟท์ จึงเป็นโอกาสพลิกสถานการณ์ของทั้งสองฝ่าย นอกจากโนเกียแล้ว ไมโครซอฟท์เองก็ต้องการตีตลาดไอโอเอสและแอนดรอยด์ เพื่อขึ้นเป็น 3 ระบบหลักในตลาดให้ชัดเจนที่สุด
วันนี้โนเกียได้เปิดตัว สมาร์ตโฟน ลูเมีย ที่ครอบคลุมตลาดแทบจะทุกระดับไว้ เริ่มต้นด้วย ลูเมีย 920 มือถือระดับไฮเอนด์ที่เปิดตัวพร้อมกับรุ่นลูเมีย 820 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ราคาประมาณ 2.15 หมื่นบาท และ 1.66 หมื่นบาท ตามลำดับ การใช้วินโดวส์โฟน 8 นอกจากเรื่องภาษาไทยที่แก้ไขเรียบร้อยแล้ว การใช้งาน Tile หรือเจ้าก้อนสี่เหลี่ยมที่ช่วยให้การเข้าถึงใช้งานส่วนต่างๆ ทำออกมาได้ดีมาก ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการ เป็นสมาร์ตโฟนที่สร้างกระแสให้โนเกียได้ดีมาก
ต่อมาคือการเปิดตัว ลูเมีย 620 ซึ่งเป็นอีกครั้งที่โนเกียสร้างความฮือฮาให้วงการด้วยการเปิดตัวสมาร์ตโฟน พร้อมวินโดวส์โฟน 8 ที่ราคาประมาณ 8,250 บาท ถ้าเป็นในอดีตวินโดวส์โมบายไม่มีทางขายในราคาเท่านี้แน่นอน นี่คือการกระจายความเป็นวินโดวส์โฟนลงไปยังตลาดราคาต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เพิ่มประสบการณ์ที่น่าสนใจ ใช้งานได้ดีให้กับผู้บริโภคในวงกว้างได้
และมาล่าสุดโนเกียได้กระจายสินค้าให้ครอบคลุมมากขึ้นอีก ด้วยการเปิดตัวลูเมียอีก 2 รุ่น คือ 720 และ 520 ในราคา 1.09 หมื่นบาท และที่เจ๋งยิ่งกว่าคือ 520 ราคา 5,850 บาท แน่นอนว่าราคาระดับนี้ คงจะไม่ได้สมาร์ตโฟนที่ถ่ายรูปได้สุดยอด ให้เสียงเพลงไพเราะ วัสดุที่โดดเด่น หรือสเปกเครื่องที่แรงจนหยุดไม่อยู่ แต่สำหรับรุ่น 520 จะเหมาะมากสำหรับคนที่เริ่มต้นใช้สมาร์ตโฟน หรืออยากจะลองเปลี่ยนจากระบบอื่นมาใช้วินโดวส์โฟน 8 กับโนเกียดูสักครั้ง เพราะราคาเท่านี้เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ใช้งานให้ได้สัก 6 เดือน ก็คุ้มค่าแล้ว ส่วน 720 นั้น เรียกว่าออกมาเพื่อตอบตลาดให้ครบในทุกระดับราคา
เห็นภาพการรุกตลาดของโนเกีย ที่วางตลาดไล่ตั้งแต่ไฮเอนด์เรื่อยมาจนถึงกลุ่มผู้ใช้ใหม่ เป็นกลยุทธ์ที่ดีและมาพร้อมกับสินค้าที่น่าสนใจ ถ้าใครอยากลองใช้วินโดวส์โฟน 8 นี่คือตัวเลือกที่บอกได้ว่าดีที่สุดในเวลานี้ เรื่องข้อจำกัด เช่น แอพพลิเคชันที่อาจจะน้อยกว่าไอโอเอสหรือแอนดรอยด์นั้น เชื่อว่าไม่ใช่ปัญหาที่โนเกียจะปล่อยไว้ ต้องมีการพัฒนาออกมาต่อเนื่องอย่างแน่นอน และถ้าพูดถึงแอพเท่าที่ใช้งานกันประจำ เชื่อว่ามีครบถ้วนให้เลือกใช้ได้แล้ว
มองดู 920, 820, 720, 620 และ 520 แล้ว ไม่รู้ว่าต่อไปจะมี 420 รุ่นที่ย่อมเยาลงไปอีกหรือไม่ และแน่นอนว่า การมี 5 รุ่นนั้นไม่เพียงพอกับการหวนคืนตลาดสมาร์ตโฟนแน่นอน โดยเฉพาะรุ่นไฮเอนด์ที่เป็นเรือธงนั้น ช่วงปลายปีอาจได้เห็นรุ่นใหม่ๆ ออกมาต่อยอดตลาดกันอีกรอบ







