posttoday
ฮุกวงใน...ลูกผู้ชายไม่ได้โม้ สมรักษ์ คำสิงห์

ฮุกวงใน...ลูกผู้ชายไม่ได้โม้ สมรักษ์ คำสิงห์

06 เมษายน 2556

สมัยก่อนหากถามว่ากีฬาประจำชาติแห่งเมืองสยามของเราคืออะไร เชื่อได้ว่ามวยไทยคงเป็นคำตอบของใครหลายๆ คนเป็นแน่

สมัยก่อนหากถามว่ากีฬาประจำชาติแห่งเมืองสยามของเราคืออะไร เชื่อได้ว่ามวยไทยคงเป็นคำตอบของใครหลายๆ คนเป็นแน่

โดย...มิวโกโตะ

สมัยก่อนหากถามว่ากีฬาประจำชาติแห่งเมืองสยามของเราคืออะไร เชื่อได้ว่ามวยไทยคงเป็นคำตอบของใครหลายๆ คนเป็นแน่ แต่ปัจจุบันคำตอบเหล่านั้นกำลังจะเลือนหายไป ศิลปะป้องกันตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยที่เคยภาคภูมิใจกำลังเริ่มถูกคนรุ่นใหม่ละเลย

เมื่อเป็นเช่นนั้น เรือเอก สมรักษ์ คำสิงห์ (ร.น.) นักชกฮีโร่คนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทองในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก จึงตัดสินใจหวนสู่เวทีผืนผ้าใบอีกครั้ง ด้วยการสวมนวมขึ้นชกในวัย 40 กะรัต ไปหาคำตอบพร้อมๆ กันว่าอะไรคือแรงบันดาลใจให้ชายคนนี้กลับมาขึ้นสังเวียนอีกคำรบ

ทันทีที่เห็นพี่บาสเดินมาผมก็รู้ได้ทันทีว่าวันนี้ต้องสนุกแน่ เพราะพี่แกสวมชุดทหารเรือเดินยิ้มแฉ่งมาแต่ไกล หลังจากกล่าวสวัสดีทักทายกันเสร็จ ผมก็ขออนุญาตเคาะซิกแพ็กพี่เค้าเพื่อเช็กฟิต ปรากฏกล้ามท้องยังแกร่งทั่วแผ่น จากนั้นผมไม่รอช้าเริ่มยิงคำถามแรกทันที ว่าวัยปูนนี้แล้ว ทำไมพี่ท่านยังคึกคัก และคิดยังไงถึงคืนสังเวียนอีกครั้ง

“บอกตรงๆ วงการมวยไทยในปัจจุบันซบเซาลงมาก เดี๋ยวนี้คนไทยไม่เข้ามาดูแล้ว ซึ่งน่าแปลกตรงที่ชาวต่างชาติกลับรุมคลั่งไคล้ แต่โปรโมเตอร์และเจ้าของกลับต้องมาลุ้นว่าทัวร์ไหนจะมายางแตกหน้าเวทีมวย ผมเลยคิดว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้มีหวังมวยไทยเหลือแค่ชื่อแน่ๆ เลยลุกขึ้นมาจับนวมอีกครั้งเพื่อปลุกกระแส (ได้ผลมั้ย) ชัวร์อยู่แล้ว ระดับสมรักษ์ใส่นวมขึ้นชกเป็นใครก็ต้องอยากดู (มั่นใจงั้นเชียว) แน่นอน...บอกไว้ก่อนว่าลีลาแม่ไม้มวยไทยผมไม่ธรรมดา ไม่เชื่อไปถามแฟนประจำ พิมพ์อรัญเล็ก ศิษย์อรัญ (ชื่อสมัยชกมวยไทยของสมรักษ์) ดู ว่าทำไมถึงชอบตามดูนักมวยชื่อนี้”

จากนั้นนักชกเจ้าของฉายาติดปากใครต่อใครว่าไม่ได้โม้ก็เผยถึงเป้าหมายหลักที่วางไว้ว่า จริงๆ แล้วการกลับมาชกครั้งนี้ลึกๆ คืออยากขึ้นสังเวียนกับ บัวขาว ป.ประมุข สักครั้ง (ต้องเป็นคู่หยุดโลกแน่เลย) แน่นอนถ้ามีโปรโมเตอร์คนไหนจัดไฟต์นี้ได้ รับรองกระแสมวยไทยกลับมาแน่ เผลอๆ จะดังกว่าเดิมด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องมาตรฐานในการชกนั้นได้หมด ขอให้ได้สาดแข้งกับบัวขาวเป็นพอ แต่มีสิ่งหนึ่งนะที่ผมว่าบัวขาวเองก็ยังไม่กล้าวัดกับผม นั่นคือเชิงมวย (ขนาดนั้นเชียว) ไม่ได้โม้ (หัวเราะ)”

ด้วยวัยที่เข้าสู่หลักสี่ (40) มีหลายอย่างที่พี่บาสต้องปรับตัว เมื่อหวนคืนสังเวียนอีกครั้ง ซึ่งอดีตพระเอกละครนายขนมต้มได้เปิดใจกับผมว่าสิ่งแรกที่ทรมานคือต้องกลับมามีวินัยอีกครั้ง แถมต้องมากกว่าเดิมด้วย เพราะอายุเยอะแล้ว ต้องคุมอาหาร กลับมาซ้อม ลงนวม ทำเหมือนสมัยชกหมด แต่อาจไม่หนักเท่า ผมเลยถามต่อไปแบบซื่อๆ ว่าหวังแค่กระแสทำไมลงทุนหนัก จนถึงบางอ้อในที่สุด

“จุดนี้ใครไม่ได้อยู่ในวงการมวยคงไม่เข้าใจ เวทีมวยเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกครั้งที่ขึ้นไปบนเวทีและเสียงระฆังเริ่มขึ้น คำว่าศักดิ์ศรีมันทำให้เราต้องเต็มที่ อย่าง 2 ไฟต์ล่าสุดที่ผมชกกับ จอมโหด เกียรติอดิศักดิ์ ปกติเราเป็นพี่น้องกัน แต่พออยู่บนเวทีเราก็จัดเต็มใส่กันทั้งคู่ ส่วนจะชกอีกนานมั้ย คงไม่นานหรอกถ้ากระแสกลับมาจริง คงกลับมาเป็นเจ้าของค่ายตามเดิม”

ลูกผู้ชายที่ชื่อ สมรักษ์ คำสิงห์ เก๊กหน้าเข้มและบอกกับเราต่อว่า “มีวันนี้ได้ก็เพราะมวย ชื่อเสียงทรัพย์สินทุกอย่างมาจากมวยล้วนๆ ฉะนั้นจึงอยากตอบแทนวงการที่ชุบเลี้ยงมา”

พร้อมยืนยันหนักแน่นว่า ไม่เหนื่อยเลยเพราะทำทุกอย่างด้วยใจ ถ้าวงการอื่นคิดแบบคุณคงดี “ป่านนี้ประเทศเราจะเจริญไปไหนต่อไหนแล้ว (หัวเราะ) ผมไม่ได้พูดเพราะอยากเป็นฮีโร่หรอก แต่คิดดูถ้าทุกคนไม่ลืมกำพืดตัวเอง และหันไปตอบแทนบ้าง ผมว่ามันก็น่าจะดีกว่านี้”

นอกจากนี้ “ซูเปอร์บาส” ยังเผยเคล็ดลับสำหรับนักมวยที่อยากประสบความสำเร็จบนอาชีพนี้ หลักๆ ที่ขาดไม่ได้คือใจ ถ้าขาดตรงนี้ซ้อมให้ตายก็แพ้ (มันมีนักกีฬาชนิดอื่นด้วยที่อยากเป็นฮีโร่ อยากรวยแบบสมรักษ์) “สมรักษ์ยังไม่รวยเลย ฮ่าๆๆ คือจะบอกแบบนี้ไม่ว่ากีฬาไหน ถ้าอยากไปให้ถึงฝันสิ่งสำคัญคือต้องมีความรักความซื่อสัตย์ในอาชีพ เริ่ม 2 อย่างนี้ก่อน จากนั้นก็ขยันซ้อม ซ้อม ซ้อม รับรองรุ่ง (พี่มีคติประจำใจหรือเปล่า) สู้ !!! (สั้นจัง) คำนี้คำเดียวทำอะไรก็ได้เชื่อผม ไม่ได้โม้ (ไอดอลสมรักษ์คือใครครับ) ไม่มีหรอก ผมเริ่มชกมวยเพราะพ่อบังคับ เลยไม่มีหรอกนักมวยในดวงใจ (แล้ววงการอื่นล่ะ) นึกไม่ออกจริงๆ”

เห็นพี่เขากำลังโชว์เข้มผมเลยลองชิงแย็บดูว่าอุปสรรคครั้งสำคัญคืออะไร จึงได้คำตอบมาว่า ในชีวิตทุกครั้งเวลาแพ้ แล้วมีคนคอยต่อว่า มันคืออุปสรรค (เรื่องธุรกิจด้วยหรือเปล่า) ทั้งหมดเลย ธุรกิจก็เหมือนมวยแหละ มีวันแพ้วันชนะ วันไหนชนะอะไรก็ดีไปหมด แต่ถ้าแพ้ขึ้นมาคนเหล่านั้นก็พร้อมต่อว่าและหัวเราะเยาะ ซึ่งฮีโร่บาสก็เคยเจอ

“ตอนปิดร้านหมูกระทะ มีคนเคยสมน้ำหน้าผมด้วย ตอนนั้นโกรธมากแต่เราไม่รู้จักเขา ก็ทำอะไรไม่ได้ เลยตัดสินใจปล่อยเลยตามเลย ช่างมันใครจะพูดอะไรก็เรื่องของเขา ขอแค่คนในครอบครัวคนรอบข้างเข้าใจ แค่นี้ก็พอแล้ว เพราะเราเองยังเข้าใจคนอื่นทุกคนไม่ได้ คนอื่นก็คงเป็นแบบเรา”

สำหรับตอนนี้หลักๆ ฮีโร่ของเรารับราชการทหารเรือ และเปิดค่ายมวย ส.คำสิงห์ ส่วนงานละครมีรับบ้างถ้าผู้จัดติดต่อเข้ามาก็ยินดี เรื่องค่ายพี่บาสดูแลเองทั้งหมดตั้งแต่เปิดมา แต่ตอนนี้ได้พี่เทิดไท เทพสุทิน มาช่วยดูเพิ่มเติมด้วย ก็ถือว่ายกระดับนักมวยในค่ายได้มากขึ้น เนื่องจากนักมวยคนไหนชกแบบได้ใจก็จะมีเบี้ยเลี้ยงพิเศษให้ ใครที่อยากเป็นนักชกค่ายพี่เค้า ก็แค่ถามใจตัวเองก่อนว่ารักมวยจริงหรือเปล่า ถ้าคำตอบคือใช่ แบกกระเป๋ามาได้เลย ค่ายมวยของเขาตั้งอยู่ในซอยนวมินทร์ 95 เพราะค่ายนี้ไม่มีคัดตัว ขอแค่นักมวยที่ดีแค่นั้น

“นักมวยที่ดีไม่ใช่นักมวยที่เก่ง ต้องแยกแยะให้ออก ของอย่างนี้แค่ขยันฝึกซ้อมไม่พอ สิ่งสำคัญที่จะขาดไม่ได้คือความกตัญญูรู้คุณ ค่ายผมไม่เคยมานั่งเซ็นสัญญากับนักมวย เราดูแลกันเหมือนญาติพี่น้อง (ไม่กลัวเกิดปัญหาดังแล้วแยกทางหรอ) ไม่กลัวหรอก ถ้าบอกดีๆ ผมก็ให้ไป แต่ถ้าใครเลือกวิธีเนรคุณ ผมเชื่อว่าคนคนนั้นไม่มีทางเจริญแน่นอน ไม่เฉพาะนักมวยนะ คำสอนเรื่องกตัญญูใช้ได้กับทุกอาชีพ”

ต้องขอบอกเลยว่าการได้มานั่งคุยกับพี่บาสอดีตฮีโร่โอลิมปิกปี 1996 ทำให้ผมค้นพบสัจธรรมของชีวิตข้อหนึ่ง ว่าการได้อยู่และทำในสิ่งที่เรารัก นั่นคือการค้นพบความสุขอย่างแท้จริง เพราะทุกครั้งที่เจ้าของฉายาโม้อมตะเอื้อนเอ่ยเกี่ยวกับเรื่องมวยนั้น ใบหน้าของพี่เค้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความสุข

ฉะนั้นอยากฝากคุณผู้อ่านทุกคนให้ลองตั้งสติ ปลีกตัวจากชีวิตเร่งด่วนในสังคม ค่อยๆ คิดและตามหาว่าแท้จริงแล้วชีวิตคุณต้องการอะไรกันแน่ จากนั้นเมื่อค้นพบ จงมุ่งมั่นตั้งใจ...และบินไปให้ถึงฝัน สิ่งนั้นแหละคือความสุขที่ยั่งยืนแท้จริง!!!

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท