
วัยใกล้เกษียณให้เงินทำงาน
พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี วัย 62 ปี
พนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี วัย 62 ปี
ด้วยความเป็นเจ้าของกิจการและมีฐานะมั่นคงแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเขาทุ่มเทให้กับงาน
ดังนั้น การบริหารการเงินส่วนตัวจึงมอบความไว้วางใจให้มืออาชีพที่เป็นผู้จัดการกองทุนดูแล ทั้งในรูปของการซื้อกองทุนรวม และให้ผู้จัดการกองทุนดูแลกองทุนส่วนบุคคล
“ผมเลือกบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี ที่มีประสบการณ์บริหารหุ้นทั้งในและนอกประเทศเป็นผู้ดูแลพอร์ตของผม”
ทั้งนี้ ก่อนที่จะได้เป็นผู้จัดการกองทุนของชายคนนี้ บลจ.ดังกล่าวต้องมานำเสนอข้อมูลการลงทุนให้เขาเลือกก่อนตัดสินใจให้ความไว้วางใจ
สำหรับกองทุนรวมที่เขาลงทุนนั้นจะเน้นหนักไปที่กองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดเล็กในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) และหุ้นพลังงาน
ในช่วง 1-2 ปีนี้ ตลาดหุ้นเป็นขาขึ้นมาตลอด ส่งผลให้พอร์ตของเขาที่ให้มืออาชีพบริหารนั้นได้รับผลตอบแทนดีปีละ 30%
“กองทุนดังกล่าวเน้นลงทุนหุ้นพื้นฐานดี และหุ้นปันผลเยอะ”
เขาเล่าว่า ช่วงนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นมามากแล้ว จึงถือเงินสดเยอะขึ้นเป็น 20-30% จากเดิมลงทุนกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคลทั้งหมด
“เขาจะรายงานสถานะของกองทุนให้เราทราบทุกเดือน ทุกสัปดาห์ โดยลูกสาวผมจะเป็นคนทำสรุปให้ผมฟังอีกทอดหนึ่ง”
ปัจจุบันนอกจากถือหุ้นใหญ่และบริหารงานในบริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายถ่านหินสะอาดคุณภาพสูงให้กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศแล้ว ยังถือหุ้นทั้งหมดในบริษัท เอเชียไบโอแมส บริษัทนำเข้าและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชีวมวลครบวงจรที่เริ่มทำมาตั้งแต่รุ่นบิดาของ “พนม”
ปัจจุบันลูกสาวคนโตและคนรองเริ่มเข้ามามีบทบาทในการร่วมบริหารงานในทั้งสองบริษัทมากขึ้น โดยลูกสาวคนโต “ปณิตา” เข้ามาเป็นกรรมการบริหารในบริษัท เอเชียกรีนเอนเนอจี ได้ประมาณ 2 ปี โดยมีหน้าที่ดูแลด้านข้อมูลและสารสนเทศ รวมถึงกิจกรรมสังคมของบริษัท
ส่วน “ธิญาดา” ลูกสาวคนรองวัย 26 ปี เป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท เอเชียไบโอแมส หลังจากฝึกงานที่บริษัทขนส่งที่สหรัฐมาแล้ว 1 ปีครึ่ง แล้วจึงเข้ามาเรียนรู้งานในบริษัทระยะหนึ่งจึงขึ้นมาเป็นผู้นำ
ด้วยสถานะปัจจุบันของเขาเรียกว่าพรั่งพร้อมด้วยทรัพย์และการจัดการทรัพย์สินอย่างเป็นระบบทั้งกิจการงานหลัก และการบริหารเงินส่วนตัว







