posttoday
บาปแสนหวาน มัมฟอร์ด แอนด์ ซัน

บาปแสนหวาน มัมฟอร์ด แอนด์ ซัน

02 เมษายน 2556

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง

นี่คืออัลบั้มซึ่งถูกพูดถึงมากที่สุดชุดหนึ่งของปีที่ผ่านมา เป็นอัลบั้มที่อยากให้คุณๆ ได้ลองฟังกันดูสักครั้ง

โด่งดังเป็นที่รู้จักด้วยอัลบั้มแรก Sigh No More ในปี 2009 สิ่งที่ทำให้ “มัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์” แตกต่างและโดดเด่นคือ การนำเสียงแบนโจเข้ามาสร้างสีสันให้กับเพลงโฟล์ก/ป๊อป/ร็อก ของพวกเขา

หลังจากอัลบั้มแรกประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล ทั้งในอังกฤษบ้านเกิด รวมไปถึงสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก คำถามของแฟนๆ หรือแม้แต่ตัววงเองคือ จะทำอะไรต่อ?

เพราะการทำอัลบั้มที่สองให้ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมมากเทียบเท่าหรือมากกว่างานชุดแรกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย บางคนถึงกับเรียกว่า อาถรรพ์อัลบั้มที่สอง!!!

แล้ว มัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์ ก็ตัดสินใจที่จะไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเพลงให้แปลกต่างไปจากงานชุดแรกนัก (ตามคำคมที่ว่า “if it ain’t broke, don’t fix it.”) พวกเขามุ่งพยายามที่จะพัฒนาซาวด์เดิมให้แน่นปึ้กขึ้นกับอัลบั้ม Babel

งานชุดที่สองของมัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์ ทำในแนชวิลล์ สหรัฐอเมริกา ไอเดียสดใหม่และเป็นธรรมชาติหลั่งไหลพรั่งพรูออกมา งานชุดนี้โปรดิวซ์โดย มาร์คุส ดราฟส์ ออกจำหน่ายพร้อมขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตความนิยม กลายเป็นอัลบั้มที่ขายเร็วที่สุดในปี 2012 ทั้งยังได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกมากมายจากบรรดานักวิจารณ์ และกลายเป็นอัลบั้มแห่งปีของ บริต อะวอร์ด และแกรมมี่ อะวอร์ด

นอกจากทำเพลงได้น่าฟังแล้ว วงนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นวงที่เล่นสดได้อย่างยอดเยี่ยมในวันประกาศผลแกรมมี่ 2011 พวกเขาได้แจมกับ บ็อบ ดีแลน เพื่อเล่นเพลงMaggie’s Farm ซึ่งสร้างความปลาบปลื้มให้ผู้คนอย่างมาก

ดูเหมือนพวกเขาจะทำลายอาถรรพ์หมายเลขสองลงไปได้อย่างถอนรากถอนโคน!!!

มัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์ ประกอบด้วยสมาชิกคือ มาร์คัส มัมฟอร์ด (ร้องนำ กีตาร์ กลอง เพอร์คัสชัน อูคูเลเล แมนโดลิน) เท็ด ดเวน (ร้องนำ เบส) เบน โลเวตต์ (ร้องนำ เปียโนคีย์บอร์ด แอกคอร์เดียน ฮาร์โมนิกา) วินสตัน มาร์แชลล์ (ร้องนำ แบนโจ แมนโดลิน โดโบร) สำหรับ มาร์คัส มัมฟอร์ด เขาเกิดในครอบครัวนักบวชและศิลปินเพลงซึ่งมีค่ายเป็นของตัวเอง พ่อแม่ของเขาเคยทำงานร่วมกับศิลปินดังบางคน สำหรับหนุ่มคนนี้ ดนตรีเป็นทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และบาปในเวลาเดียวกัน และหนุ่มคนนี้แหละที่เป็น “หัวใจ” ของวงดนตรีวงนี้ เขาทำให้เพลงของมัมฟอร์ด แอนด์ ซันส์ เป็นบาปอันแสนหวานซึ่งยากจะละเลิก

เสียงแบนโจและอะคูสติกกีตาร์ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของวง ขณะที่เนื้อเพลงเกี่ยวกับคู่รักและการแก้แค้นนำเสนอผ่านภาษาราวกับบทกวี ชื่ออัลบั้มและชื่อเพลงแทร็กแรก Babel มาจากชื่อหอคอยบาเบล ซึ่งเป็นการอ้างอิงเรื่องเล่าในคัมภีร์ไบเบิล เพลงนี้ทำให้อัลบั้มเริ่มต้นอย่างคึกคักเต็มเปี่ยมด้วยพลัง I Will Wait เป็นเพลงสุดป๊อป สมกับที่เลือกมาเป็นซิงเกิลแรก ฟังแล้วจะทำให้คนฟังโยกหัวตบเท้าไปตามจังหวะอย่างสนุกสนาน ดนตรีโดดเด่นด้วยเสียงเบส กลอง อะคูสติกกีตาร์ ขณะที่แบนโจคือสีสันที่ตราตรึง

อีกหนึ่งเพลงประทับใจคือ Broken Crown เสียงกีตาร์ เปียโน แบนโจ และเบส สอดคล้องประสานกันอย่างเยี่ยมยอด ขณะที่ Holland Road ก็น่าฟังไม่น้อยไปกว่ากัน เพลงบัลลาดอันงดงามอย่าง Ghosts that We Knew จะทำให้คุณฟังซ้ำมาซ้ำไปอย่างไม่อาจหยุด

หากคุณเคยชอบและฟัง Sigh No More มาก่อน งานชุดนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่หรือแตกต่างไปจากเดิมมากนัก แต่มองในอีกแง่หนึ่งก็ต้องบอกว่า นี่คือการทำสิ่งที่ทำได้ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท