
ต๊ะ กันตนา เสียชีวิต วัย61 รอครอบครัวแถลงสาเหตุ
วงการบันเทิงสูญเสียผู้กำกับชื่อดัง“ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก” รอครอบครัวแถลงสาเหตุเสียชีวิต จัดพิธีรดน้ำศพ29 ต.ค.65 ศาล10 วัดมกุฏฯ
ยังเติร์ก คหบดี กัลย์จาฤก บุตรชาย “ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก”หรือ “ต๊ะ กันตนา” โพสต์ภาพขาวดำคู่กับบิดา พร้อมแคปชั่นว่า
“เพิ่งทราบข่าวร้าย จะรีบอัปเดตเร็วๆ นี้ครับ”
หลังการโพสต์ดังกล่าว ผู้ที่ทราบข่าวร้ายต่างคอมเมนต์แสดงความเสียใจกันเป็นจำนวนมาก
การโพสต์ภาพและข้อความดังกล่าว ท่ามกลางข่าวว่า ต๊ะ นิรัตติศัย ได้เสียชีวิตเมื่อช่วงเวลาตี 2 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จะพิธีรดน้ำศพและสวดอภิธรรมที่วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร วันที่29 ต.ค.65 ศาลา 10
ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต มาจากอาการโรคภูมิแพ้ หอบหืดกำเริบ เมื่อช่วงเวลาตี2 ของคืนวันที่ 28ต.ค.65 ขณะนี้ครอบครัวอยู่ในขั้นตอนของการชันสูตร และออกใบมรณบัตร
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" เกิดเมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2504 เป็นทายาทคนที่ 4 ของประดิษฐ์ กัลย์จาฤกและสมสุข กัลย์จาฤก ผู้ก่อตั้งค่ายละคร กันตนา จบการศึกษาศิลปศาสตร์มหาบัณฑิตระดับเกียรตินิยม ภาควิชา Thai Classical Dance and Dramatic Arts จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต และ Hon.Prof. Nirattisai kaljareuk Ph.D, ศ.ดร.กิตติมศักดิ์ สาขาสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเวิลด์พีชยูนิเวอร์ซิตี
ผลงาน "ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก"มีทั้งใน ฐานะ นักแสดง ผู้กำกับ ไม่ว่าจะเป็น ละครตี๋ใหญ่ (2528 กำกับ)ชาติมังกร (2529), ละครอรุณสวัสดิ์ (2535 กำกับ), ละครสารวัตรใหญ่ (2537 กำกับ), ภาพยนตร์กาเหว่าที่บางเพลง (2537 กำกับ)
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" เติบโตมาในวงการบันเทิง ได้เริ่มงานกับคณะละครวิทยุกันตนากับคณะละครส่งเสริมศิลปิน ตั้งแต่วัยเยาว์ในฐานะนักแสดง เขาเริ่มงานเบื้องหลังการถ่ายทำละครโทรทัศน์ครั้งแรก จากการเป็นช่างภาพในกองถ่ายละครกันตนา ตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ จากนั้นได้ร่วมบุกเบิกงานละครทั้งในหน้าที่ผู้ตัดต่อ ผู้กำกับภาพ ผู้กำกับรายการ ผู้ช่วยผู้กำกับ จนได้รับมอบหมายให้ทำผู้กำกับการแสดงให้กับละครของบริษัท กันตนา วิดีโอโปรดัคชั่น จำกัด มาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส พ.ศ. 2536-2540 ดูแลการผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดของบริษัทฯ รับเป็นที่ปรึกษาการถ่ายทำในประเทศไทยสำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ เมื่อปึ 2536 รับเป็นที่ปรึกษาการผลิตมิวสิควิดีโอของวงดนตรี “บอนโจวี่” จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทย
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" มีผลงานฝากไว้ในประวัติศาสตร์ของวงการบันเทิงไทยมากมายทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้จัด และนักแสดง แต่ผลงานที่สร้างความนิยมและชื่อเสียงให้กับเขาคือผลงานจากการเป็นผู้กำกับละครโทรทัศน์และภาพยนตร์ไทยที่ พิสูจน์ได้กว่า 40 รางวัลทั้งในไทยและต่างประเทศ เขาได้คว้ามาครองจากผลงานการกำกับและควบคุมการผลิต [2]นิรัตติศัยกำกับภาพยนตร์ครั้งแรก เรื่อง “กาเหว่าที่บางเพลง” ในพ.ศ. 2537
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" ร่วมกับบริษัทกันตนา ซึ่งเป็นบริษัทในครอบครัวกัลย์จาฤก ก่อตั้งวิทยาลัยนานาชาติ Kantana Institute แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล และยังเป็นอาจารย์รับเชิญ ตามมหาวิทยาลัยอีกหลายแห่งด้วย นอกจากนั้นเขายังเคยเป็นผู้อำนวยการบริหาร Kantana Movie Town ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2002,เคยเป็น ผู้อำนวยการบริหารบริษัท Kantana Animation Co. Ltd.,และเคยเป็น ประธานกรรมการบริหารบริษัท Kantana Video Production Co. Ltd. อีกด้วย[2]
"ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส พ.ศ. 2536-2540 ดูแลการผลิตภาพยนตร์ทั้งหมดของบริษัทฯ รับเป็นที่ปรึกษาการถ่ายทำในประเทศไทยสำหรับกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างประเทศ เมื่อปึ 2536 รับเป็นที่ปรึกษาการผลิตมิวสิควิดีโอของวงดนตรี “บอนโจวี่” จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเดินทางมาถ่ายทำในประเทศไทย
ปัจจุบัน "ต๊ะ นิรัตติศัย กัลย์จาฤก" แยกตัวออกมาจากกันตนาเพื่อเปิดบริษัทป๊าสั่งย่าสอนและดราเมจิคกรุ๊ป ผลิตรายการและละครของตัวเองโดยให้ลูกชายทั้งสองคน "ยังเติร์ก" คหบดี กัลย์จาฤก และ "จูปีเตอร์" รฤกฤกษ์ กัลย์จาฤก อยู่เบื้องหน้า ส่วนตัวเองดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาและอยู่เบื้องหลังได้รับรางวัลยอดเยี่ยมตามมาอีกมากมายกับการเปลี่ยนบทบามมาอยู่เบื้องหลัง อาทิ รางวัลเนตรนาคราช ครั้งที่ 2 ประจำปี 2557 - สาขา ผู้จัดละครสร้างสรรค์สังคม ละครดีเด่นเรื่อง'พายุเทวดา' ซึ่งโดดเด่นในด้านพระธรรมะและความรักครอบครัว
ต่อมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เรื่องคำพิพากษาให้ล้มละลาย ในคดีหมายเลขแดงที่ ล.2528/2564 ศาลล้มละลายกลาง กองบังคับคดีล้มละลาย 5 กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรมว่าด้วยคดีเรื่องนี้ ศาลล้มละลายกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2565 ให้ นายนิรัตติศัย กัลย์จาฤก ลูกหนี้ล้มละลาย ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483







