
บอลไทย...ละเหี่ยใจ
ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้พอนึกถึงบอลไทยแล้วมันรู้สึกเศร้าเพลียละเหี่ยใจซะเหลือเกิน ซึ่งมีหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน แต่หนักไปทางแย่ล้วนๆ
ต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้พอนึกถึงบอลไทยแล้วมันรู้สึกเศร้าเพลียละเหี่ยใจซะเหลือเกิน ซึ่งมีหลายอารมณ์ในเวลาเดียวกัน แต่หนักไปทางแย่ล้วนๆ
คงไม่ต้องย้อนไปถึงความพ่ายแพ้น่าอับอายของทีมฟุตบอลไทยที่สร้างผลงานชิ้นโบดำ ตกรอบแรกศึกซีเกมส์ถึง 2 สมัยติดต่อกัน ทั้งที่ไทยเราเป็นพี่ใหญ่มาตลอดในเกมระดับนี้ รวมทั้งรายการอื่นๆ ที่ก่อนจะเริ่มแข่งบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการลูกหนังต่างพากันคาดหวังสูง โดยมองถึงแชมป์กันเลยทีเดียว แต่แล้วเราก็มือเปล่าไร้ถ้วยมานานเท่าไหร่แล้ว
เอากันแค่แมตช์ล่าสุดเมื่อวันศุกร์ที่แล้วก็พอ ซึ่งแข้งไทยบุกไปพ่ายยับให้ “เจ้าถิ่น” เลบานอน ถึง 2-5 ในศึกเอเชียน คัพ 2015 รอบคัดเลือก กลุ่มบี นัดที่ 2
เราคงไม่ต้องมาพูดถึงว่าทีมไทยยังมีความหวังที่จะไปแข่งรอบสุดท้ายที่ออสเตรเลีย รึเปล่า เพราะนัดแรกก็ไปพ่าย คูเวต 13 เอาเป็นทางทฤษฎีถือว่ายังเป็นไปได้ แต่ทางปฏิบัติบอกได้เลยว่าอย่าไปฝันเลยดีกว่า
สาเหตุที่บอลไทยตกต่ำหรือยังตกต่ำได้อีกนั้น อย่าไปโทษนักกีฬาเลย เพราะเชื่อว่านักเตะทุกคนต่างรักชาติและพร้อมจะทุ่มเทเต็มที่ แต่ระบบการทำทีมมันไม่ไหวจริงๆ แล้วเด็กจะเอาความสามารถและเรี่ยวแรงที่ไหนไปสู้กับเขาได้
สิ่งที่เห็นชัดๆ ในวันนั้นก็คือ “สปีดบอล” เราสู้ เลบานอน ไม่ได้เลย เหมือนบอลคนละคลาสกันเลย ทั้งที่สถิติที่เจอกันมาไทยไม่เคยแพ้
ขอให้เลิกฝันถึง “บอลไทยไปบอลโลก” (ชั่วคราว) แล้วมามุ่งพัฒนาบอลไทยอย่างจริงจังกันดีกว่า เพราะถึงเวลาแล้วที่ควรจะนำเอา “วิทยาศาสตร์การกีฬา” และ “โภชนาการ” เข้ามาเป็นตัวช่วยสร้างทีมอย่างจริงจังเสียที เริ่มปั้นจากรุ่น 7-8 ปีกันเลย รับรองหลังผ่านไป 10 ปีน่าจะเห็นผลชัดเจน
หลายคนชอบมาถามผมว่า ทำไมลีกบอลไทยแข็งแกร่ง แต่ทีมชาติไทยถอยหลังจัง คิดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ดีทีเดียว







