
กฤษดา กวีญาณ อายุน้อย...ไม่หวั่นทำงานใหญ่
กฤษดา ถือเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เพราะตอนนี้เขาอายุเพียง 39 ปี แต่ผ่านงานองค์กรระดับมูลค่าแสนล้านมาแทบทั้งนั้น
กฤษดา ถือเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เพราะตอนนี้เขาอายุเพียง 39 ปี แต่ผ่านงานองค์กรระดับมูลค่าแสนล้านมาแทบทั้งนั้น
โดย รัฐพร คำหอม
ชายหนุ่ม...แต่งตัวลำลองเชิ้ตสีชมพู กางเกงยีนส์เสริมความกึ่งทางการนิดๆ ด้วยสูทสีเทาอ่อน กฤษดา กวีญาณ กรรมการ (บอร์ด) ประธานคณะกรรมการบริหาร (ซีอีซี-แชร์แมน ออฟ เอกเซ็กคิวทีฟ คอมมิตตี) บริษัท กสท โทรคมนาคม ยิ้มต้อนรับที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ที่พักย่านหลังสวนที่เน้นการเดินทางไปมาสะดวกในเมือง และที่สำคัญเมื่อมีพันธมิตรธุรกิจเดินทางมาพบ เขาต้อนรับที่นี่ได้สะดวกกว่า
กฤษดาใช้ที่พักย่านหลังสวนต้อนรับ “แขกไปใครมา” มากสุดในยุคที่เป็นผู้บริหารของบริษัท เลห์แมน บราเดอร์ส (ไทยแลนด์) อยู่ที่เลห์แมนมาถึง 8 ปี ก่อนที่บริษัทแม่จะประกาศล้มละลายปิดสาขาในไทยไปเมื่อปลายปี 2551 แต่ด้วยความเชี่ยวชาญด้านบริหารและการเงิน เขาว่างได้ไม่นานก็ได้รับการทาบทามจากผู้ใหญ่ให้มารับผิดชอบในหลายองค์กร หนึ่งในนั้นคือการเข้ามาเป็นบอร์ดของรัฐวิสาหกิจด้านสื่อสารโทรคมนาคมของไทย คือ กสทฯ นอกจากตำแหน่งบอร์ดเขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารอีกด้วย ถือเป็นผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุน้อย เพราะตอนนี้เขาอายุเพียง 39 ปี แต่ผ่านงานองค์กรระดับมูลค่าแสนล้านมาแทบทั้งนั้น แม้ในปัจจุบันก็เป็นองค์กรชั้นนำเช่นกัน
“ผมทำงานให้กับ กสทฯ มาได้ 10 กว่าเดือนแล้ว ทำให้เต็มที่เกือบฟูลไทม์เลย เดิมนั้นผมเรียกได้ว่าเป็นคนในแวดวงการเงิน ตั้งแต่ก่อนอยู่กับเลห์แมนก็อยู่จีอีมันนี่มาก่อน ดังนั้นเมื่อมาอยู่ กสทฯ ถามว่ายากมั้ย แรกๆ ยอมรับว่ายาก เป็นเรื่องที่เราไม่รู้ มีศัพท์เทคโนโลยียากๆ เมื่อเข้ามาก็เริ่มต้นหาความรู้ ตั้งใจหาข้อมูล ซึ่งก็แค่ให้ใครพูดอะไรมาแล้วเรารู้ว่า
เรื่องไหน ไม่ได้ถึงขั้นต้องเทคนิคมากเกินไป แต่อย่างน้อยที่สุดต้องรู้แนวโน้มเทคโนโลยี 3จี (ระบบโทรศัพท์มือถือ) อนาคตจะเป็นอย่างไร จะไปในทิศทางไหน”
รูปแบบการทำงานของ กสทฯ ที่เป็นรัฐวิสาหกิจที่แม้ปัจจุบันจะมีฐานะเป็นบริษัทแล้ว แต่ก็ยังไม่ถือว่าพ้นสภาพเสียทีเดียวเพราะอย่างไรก็มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ กฤษดาจากที่เคยทำงานในรูปแบบเอกชนมาตลอด บอกว่า ย่อมมีความแตกต่างเป็นธรรมดาระหว่างคำว่ารัฐกับเอกชน แต่เมื่อองค์กรต้องการปรับเปลี่ยน ฝ่ายบริหาร บอร์ด รวมไปถึงพนักงาน จึงพร้อมใจร่วมทำงานกันเป็นทีม และสิ่งที่กฤษดาพยายามกระตุ้นนั้นเขาบอกว่า “ผมเป็นกรรมการในเชิงรุก”
“โดยนโยบายนั้นผู้ใหญ่ให้เวลาผมเต็มที่ โดยส่วนตัวผมเองนอกจากทำงานเชิงรุกแล้ว ต้องเข้าใจ เข้าถึง เพื่อให้เกิดการพัฒนา เมื่อรวมกันหลายๆ อย่าง ผู้ใหญ่ช่วยเสริม และผมมีคอนเนกชันตั้งแต่ทำงานบริษัทเอกชน ก็ได้นำมาใช้ ทำให้เครือข่ายการทำงานกว้างขึ้น กับพนักงานผมอาศัยการปลุกจิตสำนึก และผลักดัน จากนั้นก็เป็นเรื่องของการเทรนนิง ต้องฝึกฝน แล้วมาแชร์กัน อีกอย่างการสื่อสารซึ่งกันและกันต้องทั่วถึง”
ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าจะเห็นว่าในบางวันกฤษดาเดินเข้าออกตึกโน้นตึกนี้ภายใน กสทฯ อาศัยความหน้าใหม่ พนักงานไม่รู้จัก ตรวจเยี่ยมการทำงานจริง อะไรที่เห็นว่าแนะนำได้ก็แนะนำ อะไรที่จะเก็บเป็นข้อมูลเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงเขาจะรีบทำทันที
กับปัจจุบันที่ชีวิตใกล้สละโสดกับสาวสวย เดียร์-ชาดา ทิชาชล เมื่อว่างจากงานการได้พูดคุยกับแฟนสาวเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุด







