posttoday
ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง กชกร เกียรติสมมารถ

ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง กชกร เกียรติสมมารถ

27 มีนาคม 2556

คนเก่งไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จกันทุกคน ผมเชื่อว่าการเป็นคนดีสำคัญกว่าการเป็นคนเก่ง เพราะลูกน้องจะอยู่กับเราได้

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ ภัทรชัย ปรีชาพานิช

“คนเก่งไม่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จกันทุกคน ผมเชื่อว่าการเป็นคนดีสำคัญกว่าการเป็นคนเก่ง เพราะลูกน้องจะอยู่กับเราได้”

นี่คือหลักการทำงานที่สำคัญสำหรับ แบงค์-กชกร เกียรติสมมารถ แบรนด์เมเนเจอร์รองเท้าสมาร์ตชูส์ “ซาราแมนดา” เพราะเขาถือว่าพนักงานโดยเฉพาะพนักงานขาย คือกำลังสำคัญในการผลักดันธุรกิจ เหมือนกับหากสนามการค้าคือสนามรบ คนเหล่านี้คือแม่ทัพและทหารที่ออกไปรบแทน

วัยเพียง 27 ปี แบงค์อาศัยพื้นฐานที่ทางบ้านเป็นโรงงานผลิตรองเท้า ได้คลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก บวกกับความรู้ด้านการตลาดที่ตั้งใจเรียนจนคว้าเกียรตินิยมอันดับ 1 มาได้ทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด บรู๊ค ประเทศอังกฤษ มาปลุกปั้นธุรกิจแรกของตัวเองอย่างจริงจัง

“ตอนแรกผมเคยคิดจะทำแบรนด์เอง แต่มองว่าสำหรับรองเท้าผู้ชายแบรนด์ไทยยังมีข้อจำกัดอยู่มาก ทั้งในเรื่องการตั้งราคา ทัศนคติของคนไทยที่ยังยึดติดว่าแบรนด์ไทยต้องราคาไม่สูงมาก ลูกค้าจะไม่สู้ราคาเท่ากับแบรนด์นอก ผมเลยมองว่าถ้าเราอยากผลิตสินค้าที่คุณภาพดี เน้นใส่สบาย แต่ราคาไม่สูงมาก คงทำยาก” ผู้บริหารหนุ่มเล่าถึงเหตุผลที่ทำให้เลือกนำเข้าแบรนด์รองเท้าจากออสเตรเลียมาเป็นธุรกิจแทนที่จะผลิตแบรนด์ของตัวเอง ทั้งที่ที่บ้านเป็นโรงงานผลิตรองเท้าให้แบรนด์ดังๆ มากมาย

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีแบรนด์จากออสเตรเลียมาชักชวนให้มานำเข้าแบรนด์มาทำตลาดในเอเชีย เจ้าตัวจึงไม่ลังเลที่จะทำ โดยกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์นี้ แบงค์ บอกว่า ตั้งใจให้เป็นรองเท้าสำหรับคนที่ต้องเดินทางบ่อยๆ ทั้งไปทำงานหรือไปต่างประเทศ และมองหารองเท้าที่สวมใส่สบาย ถนอมสุขภาพเท้า เพราะส่วนใหญ่รองเท้าที่ดูเป็นทางการมักใส่ไม่ค่อยสบาย แต่แบรนด์นี้จะตอบโจทย์ทั้งเรื่องดีไซน์และความสบาย

ทว่า แม้จะมีพื้นฐานด้านการผลิตรองเท้า แต่เส้นทางธุรกิจนี้ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะเวลา 1 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่เริ่มทำแบรนด์ แบงค์คือผู้อยู่เบื้องหลังทุกขึ้นตอน ตั้งแต่เลือกแบบสินค้า หาช่องทางการขายตามห้างสรรพสินค้า และการทำแบรนด์ให้รู้จัก

“ผมลองผิดลองถูกมาเยอะ พลาดมาก็มาก อย่างแรกๆ ตอนเลือกแบบรองเท้า เดิมผมตั้งเป้าว่าจะขายกลุ่มผู้สูงวัย แบบที่เลือกมาก็จะดูทีมๆ ไม่มีสีสัน ถามว่าขายได้มั้ย ก็ขายได้ แต่ยอดขายไม่ปรู๊ดปร๊าด แถมลูกค้าซื้อไป 1 คู่ ก็ใส่ได้นานกว่าจะเปลี่ยน ดังนั้นตอนหลังผมก็ต้องมาปรับกลุ่มลูกค้าใหม่ให้เด็กลง เพิ่มสีสันให้กับสินค้ามากขึ้น อีกปัญหาใหญ่คือ มาทำใหม่ๆ ประสบการณ์น้อย ไม่ได้คิดว่ารองเท้าต้องใช้เวลาทำ ดังนั้นพอถึงซีซันที่ต้องออกคอลเลกชันใหม่ ต้องมีการเตรียมการสั่งล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นก็จะผลิตสินค้าไม่ทัน ปรากฏว่าแบรนด์ออกมีสินค้าใหม่ๆ ออกมา แต่เราไม่มี”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะเจออุปสรรคมาบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ผู้บริหารเลือดใหม่ก็ภูมิใจที่ตอนนี้สินค้าของแบรนด์มีวางขายตามเคาน์เตอร์ในศูนย์การค้าใหญ่ๆ 14 แห่ง และกลางปีจะเปิดช็อปแห่งแรก พร้อมขยายไลน์สินค้าไปยังกลุ่มผู้หญิงด้วย ขณะเดียวกันอาจมีการวางแผนนำแบรนด์อื่นๆ เข้ามาเพื่อเพิ่มความหลากหลาย

“ผมวางแผนจะขยายไลน์สินค้าเพิ่ม และเพิ่มความพิเศษที่ชิปแห่งแรกด้วยการนำเข้าเครื่องสแกนเท้ามาจากสหรัฐ เพื่อให้รองเท้าที่เข้ามาได้รองเท้าที่ตรงกับลักษณะเท้าของตัวเองจริงๆ นอกจากนี้ผมยังกำลังคุยกับฟิลิปปินส์ เวียดนาม และพม่า ซึ่งเรามีโรงงานรองเท้าอยู่ ว่าจะนำแบรนด์เข้ามาตีตลาดอีกด้วย”

ขณะที่ธุรกิจแรกในชีวิตกำลังไปได้สวย ไม่น่าเชื่อว่า เมื่อถามถึงความฝันวัยเด็กของแบงค์ กลับต่างกับสิ่งที่เขาเป็นในวันนี้อย่างสิ้นเชิง เพราะความฝันสูงสุดของแบงค์ในตอนนั้นคือ การเป็นนักกีฬาทีมชาติ เนื่องจากชอบเล่นกีฬาอย่างฟุตบอล เทนนิส ทว่าความฝันต้องมีอันสะดุดและจบลง เมื่อทางบ้านไม่อนุญาตให้ไปเรียนต่อด้านนี้อย่างจริงจัง ทำให้แบงค์ผิดหวังอยู่พักหนึ่ง

“ตอนมัธยม ผมคิดอยากเทิร์นโปร อยากไปเรียนเมืองนอกที่มีสถาบันผลิตนักกีฬาโดยตรง แต่ทางบ้านไม่ให้ ผมก็โอเค ก็จบไป หมดหวังอยู่พักหนึ่ง จนพอจะเข้ามหาวิทยาลัย ทางบ้านกลัวผมจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ เพราะช่วงนั้นติดเพื่อน เกเรบ้าง แต่ไม่ได้เรียนไม่ดี ซึ่งผมเองก็คิดว่าถ้าเอนทรานซ์ก็น่าจะติด แต่ทางบ้านยื่นข้อเสนอให้ไปเรียนต่อที่อังกฤษกับพี่ชายฝาแฝด ผมก็เลยไป” แบงค์ย้อนถึงวันวานอย่างอารมณ์ดี

นอกจากประสบการณ์ที่สั่งสมจากธุรกิจทำรองเท้าของทางบ้านและความรู้ที่เรียนมา ความสำเร็จนี้คงมาจากอีกปัจจัยสำคัญคือความชอบในเรื่องแฟชั่นและรองเท้าของแบงค์ ถึงขนาดเก็บสะสมเป็นของรักของหวง ราว 50 คู่ แบงค์ บอกว่า ด้วยความชอบรองเท้าแนววินเทจ รองเท้าอิตาลีเป็นการส่วนตัว เลยชอบซื้อมาสะสมไว้ แต่ที่ไม่ธรรมดาคือ แบงค์ชอบซื้อแบบละหลายๆ สีเพื่อมาเก็บไว้เป็นคอลเลกชัน สร้างความสวยงามในแบบที่แบงค์เรียกว่า “ศิลปะ”

ยิ่งกว่านั้น แบงค์ยังเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการแต่งกาย โดยเฉพาะรองเท้า แบงค์ บอกว่า เขามักจะเลือกรองเท้าก่อนที่จะคิดว่าจะใส่ชุดไหน เพราะชุดที่ใส่ต้องเข้ากับรองเท้าที่เขาเลือกเท่านั้น

อายุ : 27 ปี

มัธยมปลาย : เตรียมอุดมศึกษา

ปริญญาตรีโท : มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด บรู๊ค ประเทศอังกฤษ

คติในการบริหารงาน : เน้นทีมเวิร์ก ให้อิสระกับพนักงานตามความถนัด

ข้อดีของการเป็นผู้บริหารอายุน้อย : ไฟแรง ตัดสินใจเร็ว

ข้อเสียของการเป็นผู้บริหารอายุน้อย : ไม่รอบคอบ ตัดสินใจพลาด

ของสะสม : รองเท้า สไตล์ที่ชอบเป็นพิเศษคือแนววินเทจ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท