
ตอบคำถามจากเรื่องภัยจากการก่อเวร! (ตอน ๒)
เนื่องจากดิฉันไม่ได้อ่านตอนที่เล่าว่า ทำไมหมีจึงไม่ชอบรุกขเทวดา ไม่รู้ว่ารุกขเทวดาท่านนี้ทำอะไรต่อหมี
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
“เนื่องจากดิฉันไม่ได้อ่านตอนที่เล่าว่า ทำไมหมีจึงไม่ชอบรุกขเทวดา ไม่รู้ว่ารุกขเทวดาท่านนี้ทำอะไรต่อหมี จนหมีมีความพยาบาทมากขนาดนี้ แต่จากการอ่านตอนสุดท้าย ข้าพเจ้ามีความเห็นว่า รุกขเทวดา หมี และบุรุษทั้งสองคน ต่างก็ทำกรรมร่วมกัน เพราะแต่ละท่านหาได้มีความเกรงกลัวและละอายต่อบาปไม่ ซึ่งตามธรรมดาธรรมชาติแล้ว เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นก็ทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นผลตามมา ดังเช่นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้
ถ้ารุกขเทวดาเป็นผู้เริ่มทำร้ายหมีก่อน รุกขเทวดาก็ผิดที่ไปเบียดเบียนผู้อื่น หรือหมีอาจจะไปเบียดเบียนรุกขเทวดาก่อน หมีก็ผิด แต่รุกขเทวดาถือว่ามีความผิดมากกว่า เพราะถือว่าเป็นผู้รู้ดี รู้ชั่วมากกว่าหมี แทนที่จะให้อภัยและสอนหมีถึงสิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ ก็ไม่ได้ทำ แต่หมีก็ผิดด้วย ที่ไม่รู้จักการให้อภัย เจ้าคิดเจ้าแค้น มีความพยาบาท มนุษย์ทั้งสองก็ผิด ที่ไปเบียดเบียนชีวิตผู้อื่นเพื่อประโยชน์ส่วนตน และหูเบาเชื่ออะไรง่ายๆ
ดังนั้น ผลกรรมต่อทั้งสามฝ่ายตามคติวิถีพุทธ ก็คือตัวละครทั้งหมดจะเกิดการจองเวร กระทำต่อกันไปไม่สิ้นสุด ต้องหลงอยู่ในวังวนนี้ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถ้าโชคดีได้พบพระพุทธศาสนา ได้เข้าใจหลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ ก็จะสามารถเข้าใจในความจริง เข้าถึงธรรมะ จึงจะสามารถออกจากวังวนนี้ได้ หรือถ้ายังไม่เข้าใจได้ถึงแก่นของธรรมะ ก็อาจสามารถที่จะทุเลา บรรเทาวงจรนี้ได้บ้าง”
และยังมีคำตอบในเรื่องดังกล่าวจากอุบาสิกาอีกท่านหนึ่งนามว่า เชาวศิริ อินทร์แก้ว ที่ได้ส่งความเห็นในเรื่องดังกล่าวมา มีใจความโดยสรุปดังนี้
ตอบคำถามเรื่องราวเกี่ยวกับหมีเพ่งโทษเทวดา
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







