
บทกวีแห่งศตวรรษที่ 21 นิค เคฟ แอนด์ เดอะ แบด ซีดส์
เสียงร้องและเพลงที่เขาแต่งยังเท่โคตรเหมือนเก่า นับว่าคุ้มค่าสุดๆ กับการดิ้นรนหาอัลบั้มนี้มาฟัง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
Push the Sky Away
Nick Cave & the Bad Seeds (Bad Seeds Ltd.*** 1/2)
เสียงร้องและเพลงที่เขาแต่งยังเท่โคตรเหมือนเก่า นับว่าคุ้มค่าสุดๆ กับการดิ้นรนหาอัลบั้มนี้มาฟัง
นิค เคฟ และพลพรรค แบด ซีดส์ กลับมาอีกครั้ง (รูปลุงๆ แกก็ดูอาจจะน่ากลัวนิดหน่อย เก็บไว้ห่างมือเด็กๆ เดี๋ยวเห็นแล้วจะร้องไห้ 555) กับงานชุดล่าสุด Push the Sky Away อัลบั้มที่ 15 ในรอบ 30 ปีของการเวียนว่ายในวงการนี้
ผลผลิตแห่งศตวรรษที่ 21 ของ นิค เคฟ แอนด์ เดอะ แบด ซีดส์ กำเนิดจากการเฝ้ามองชีวิตและสิ่งรอบตัว ผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่บ้านริมทะเลอันลึกลับและคลุมเครือของ นิค เคฟ ทุกบทเพลงมาจากสมุดบันทึกของผู้นำวงที่จดเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในรอบปี รวมทั้งสิ่งที่เขาผ่านพบทางอินเทอร์เน็ต ถ่ายทอดวิถีบนโลกออนไลน์ ไม่ว่าเหตุการณ์สำคัญ แฟชั่นชั่วขณะอันเหลวไหล แต่เต็มไปด้วยเวทมนตร์ และต้องชั่งตวงวัดว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง
“เป็นของใหม่ ในหนทางเก่า” นิค เคฟ ให้คำจำกัดความอัลบั้มนี้ เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นจากการปฏิเสธที่จะยอมรับข้อจำกัด นอกจาก นิค แล้ว วอร์เรน เอลลิส ก็เป็นสมาชิกวงที่มีความสำคัญกับการทำอัลบั้มนี้ โดยเฉพาะการระบายแต้มสีสันทางดนตรี บทเพลงยังคงมาในแนว “มู้ดดี้” เสียงดนตรีอันรุ่มรวย ซับซ้อน และชัดเจนในหนทาง หม่น ก้าวร้าว รุนแรง แต่ก็มีความหวานที่แปลกต่าง ทั้งยังแฝงด้วยเขี้ยวแหลมคมที่พร้อมขบกัดความรู้สึกและทำให้ได้ขบคิด
หากเทียบชุดก่อนหน้าของวงแล้ว ผลงานอัลบั้มนี้มีท่วงทำนองที่เรียบง่ายและนุ่มนวลกว่า เป็นงานที่ “น้อยกว่า” ชุดก่อนๆ ในทุกด้าน แต่กลับให้ผล “มากกว่า” ในหลายๆ ด้าน
เปิดอัลบั้มด้วยซิงเกิลแรกของชุด We No Who U R เสียงลูปเบาบาง ฟลุต และเสียงร้องคอรัสให้ความรู้สึกเศร้าโศกเสียใจ Water ‘s Edge เสียงเบสดังก้อง เปียโนน่าขนลุก และเสียงลูปไวโอลินของ วอร์เรน เอลลิส ฟังดูเหมือนมีอันตรายและเรื่องน่ากลัวแฝงอยู่ในนั้น
Finishing Jubilee Street เสียงกีตาร์ไฟฟ้าของ วอร์เรน เอลลิส ให้เสียงแบบ “บลูซี” กีตาร์ 12 สายมาสร้างสีสัน Higgs Boson Blues เด่นด้วยกลองและกีตาร์ไฟฟ้า นิค เคฟ ก็ยังคงพูดผ่านเพลงแบบโผงผาง มีอารมณ์ขันสีดำ เขาทำให้คนแบบ ไมลีย์ ไซรัส และ แฮนนาห์ มอนทานา กลายเป็นตัวละครในเพลง Mermaids มีอารมณ์ขันปรากฏอยู่ เป็นทั้งเพลงรัก/โรแมนติก และไว้อาลัยให้กับตำนาน เพลงชื่อเดียวกับอัลบั้มมี แบร์รี อดัมสัน อดีตสมาชิกวงแบด ซีดส์ มาร่วมด้วย เสียงเบสและเสียงออร์แกนประหลาดๆ ของ วอร์เรน เอลลิส โดดเด่นอยู่เบื้องหลัง
อัลบั้มนี้ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของงานเพลงประกอบหนังของ นิค และวอร์เรน หลายเพลงเยี่ยมยอดด้วยเป็นงานดนตรีจากการทดลองซึ่งเต็มไปด้วยอิสระ เสียงซินธ์เข้ามามีบทบาทมาทดแทนเสียงกีตาร์ ฟังแล้วเหมือนเรากำลังเดินฝ่าเข้าไปใน (เสียง) ความมืดและกลุ่มหมอก ก่อนจะเห็นแสงสว่างปรากฏอยู่เบื้องหน้า
อัลบั้มนี้เย้ายวนและทำให้คนฟังพึงพอใจด้วยการปรับแต่งเสียงดนตรีและเสียงร้องระดับบาริโทนของ นิค เคฟ ให้กลมกลืน ความสามารถทางด้านการเขียนเพลงของเขานั้นยังอยู่ในระดับ “มาสเตอร์” แม้ว่าชุดนี้เขาจะอวดอ้างลีลา “กวี” น้อยกว่าที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีใครทำได้เหมือนเขาอีกแล้ว
อย่างไรอย่างน้อยที่สุดอัลบั้มนี้ก็บอกว่า เราไม่อาจจะละเลยหรือมองข้าม นิค เคฟ แอนด์ เดอะ แบด ซีดส์ ไปได้ พวกเขายังคง “มีของ” ที่ทำให้เราต้องกลับไปมองและต้องฟังเสมอ @
Did You Know?
สมาชิกของ นิค เคฟ แอนด์ เดอะ แบด ซีดส์ ส่วนใหญ่มาจากออสเตรเลีย พวกเขาตั้งวงและเริ่มต้นทำงานเพลงในปี 1983 ที่อังกฤษและเยอรมนี
นิค เคฟ แอนด์ เดอะ แบด ซีดส์ เป็นขวัญใจคนฟังเพลงเฉพาะกลุ่ม ก่อนจะมาประสบความสำเร็จทางการตลาดและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางด้วยเพลง Where the Wild Roses Grow ที่มี ไคลี มิโน้ก มาร่วมร้องในปี 1996
นอกจากร้องและแต่งเพลง นิค เคฟ ยังเขียนหนังสือ เขียนบท แต่งเพลงประกอบ และแสดงในหนังหลายเรื่อง
Push the Sky Away เป็นอัลบั้มแรกของวงที่ไม่มีมือกีตาร์ มิค ฮาร์วีย์ มาร่วมด้วย เขาคือสมาชิกรุ่นแรกที่ก่อตั้งวงมาร่วมกับ นิค เคฟ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว
อัลบั้มนี้บันทึกเสียงในห้องอัดในแมนชันเก่าแก่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่ซึ่งผนังของห้องอัดเรียงรายไปด้วยแผ่นเสียงชั้นคลาสสิกจำนวนมาก







