
5 เหตุผล ขุนพลช้างศึก ถอยหลังลงคลอง
กลายเป็นกระแสวิพากษ์และจุดชนวนข้อเรียกร้องอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยดังขึ้นอีกครั้ง
กลายเป็นกระแสวิพากษ์และจุดชนวนข้อเรียกร้องอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยดังขึ้นอีกครั้ง
โดย...นูโน่
กลายเป็นกระแสวิพากษ์และจุดชนวนข้อเรียกร้องอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยดังขึ้นอีกครั้ง หลัง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย บุกพ่าย เลบานอนแบบปวดใจจี๊ดๆ 2-5 ในศึกเอเอฟซี เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก กลุ่มบี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา
แม้ในทางทฤษฎียังเหลือการแข่งขันอีก 4 นัด แต่ในทางปฏิบัติต้องยอมรับว่าโอกาสในการลุ้นเข้ารอบนั้นจบลงแล้ว
ทั้งที่ก่อนแข่ง “วินนี” วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทย ประกาศความมั่นใจจะเก็บ 3 คะแนน บวกกับสถิติยังไม่เคยแพ้ในการเจอกัน 5 ครั้งที่ผ่านมา
“เราเล่นแย่มากคืนนี้ และผลก็แย่เช่นกัน เราผิดพลาดหลายครั้งในครึ่งแรก และเปิดโอกาสให้เลบานอนขึ้นนำ ขณะที่เรากลับมาไม่ได้หลังเสีย 3 ประตู เราน่าจะยิงประตูได้มากกว่านี้ในครึ่งหลัง แต่ประตูที่ 4 ของเลบานอนดับฝันเรา เราเจอกับทีมที่ดี ขณะที่ทีมของเรามีนักเตะดาวรุ่งหลายคน ซึ่งจะมีอนาคตต่อไป” เชเฟอร์ กล่าว
เกิดอะไรขึ้นกับทีมลูกหนังไทย ที่ไม่เพียงดับฝันตั้งแต่ไก่โห่ แต่ยังแพ้กลับมาแบบสะบักสะบอมขนาดนี้
วินนี...หนีความจริงไม่พ้น
แม้ความพ่ายแพ้ของทีมชาติไทยอาจมีองค์ประกอบมาจากหลายอย่าง และคนคนเดียวไม่อาจบันดาลความสำเร็จในเกมลูกหนังได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า เชเฟอร์ ต้องรับผิดชอบในฐานะ “กุนซือ”
จุดอ่อนที่เห็นได้ชัดเจนในแมตช์นี้ คือเกมรับที่หละหลวมและเล่นกันไม่เป็นทีมเลย
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักเตะตัวหลักอย่าง ภานุพงศ์ วงศ์ษา กัปตันทีม (เอสซีจี เมืองทองฯ) กับ ชลทิตย์ จันทคาม (ชลบุรี) และอดุลย์ หละโสะ (ชลบุรี) ถอนตัวเพราะปัญหาบาดเจ็บ แต่ขณะเดียวกันการจัดตัวผู้เล่น การวางแผนการเล่น และงัดความสามารถลูกทีมออกมา รวมไปถึงจิตวิทยากับนักเตะของโค้ช ก็ดูยังไม่เพียงพอสำหรับค่าตัวกุนซือหลักล้าน
“เขา (วินนี) ต้องแสดงสปิริตแล้ว 2 ปีแล้วที่ได้แสดงฝีมือ เงินเดือนก็สูง เกมรับทีมไทยยังเสียประตูเหมือนเดิม โดยเฉพาะในระดับเอเชีย เสียง่ายมาก แม้ความจริงอาจจะมีปัญหาไม่ได้ความร่วมมือจากสโมสรบ้าง” โค้ชหรั่งชาญวิทย์ ผลชีวิน กล่าว
อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทยยังมองว่า ทีมไทยเปลี่ยนตัวผู้เล่นบ่อยเกินไป ส่วนหนึ่งมาจากตัวหลักๆ ขอถอนตัวเพราะอาการบาดเจ็บ ซึ่งมีการตั้งคำถามจากสังคมว่า “เจ็บจริงหรือเปล่า” และเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องต้องออกมาให้ความชัดเจน เพราะนี่คือทีมชาติ ไม่ควรใช้ความขัดแย้งเข้ามาเกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ เสียงสะท้อนจากคอบอลทั้งหลายยังมองว่าเชเฟอร์ มีรูปแบบการแก้เกมแบบเดิมๆ เช่น การเปลี่ยนตัวผู้เล่น ที่แทบจะเป็นแพตเทิร์น
“วินนี เป็นคนมีฝีมือ แต่ถึงเวลาไม่ใช่สำหรับเมืองไทยแล้ว และสุดท้ายทุกอย่างต้องเดินหน้าต่อ มาถอดบทเรียนกัน ถอดแล้วถอดอีกกันต่อไป การบ้านยากขึ้นเรื่อยๆ” ชาญวิทย์ กล่าว
หลังจบแมตช์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แฟนบอลมีการพูดถึงการกลับมาใช้โค้ชไทยในเว็บบอร์ด ซึ่งโค้ชหรั่งปฏิเสธโอกาสกลับมาทำหน้าที่ในช่วง 2 ปี แต่ไม่ว่าใครจะเข้ามารับหน้าที่ สิ่งสำคัญแฟนบอลต้องปรับทัศนคติ
“สิ่งแรกคือการยอมรับ อันนี้ต้องเปลี่ยนให้ได้ เพราะถ้าเอาโค้ชไทยมาทำ ต่อให้เก่งยังไงก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จ หากไม่ได้รับการยอมรับ บางทีโค้ชไทยก็น้อยใจ ทำดีมาตลอด พลาดแมตช์เดียวก็โดนไล่เลย หากไม่เปลี่ยนก็ยากที่จะก้าวไปข้างหน้า เพราะไม่ว่าโค้ชคนไหนก็ไม่มีใครบันดาลชัยชนะได้อย่างรวดเร็ว”
ปัญหาเก่า...การจัดการของสมาคม
ความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีการวางรากฐานและการสนับสนุนที่ดีจากฝ่ายบริหารจัดการ
ต่อให้ออกมาประกาศอัดฉีด 1 ล้าน 5 ล้าน หรือแม้แต่ 10 ล้าน ก็คงไม่ช่วยอะไร หากการจัดการของสมาคมฟุตบอลฯ ยังไม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการพัฒนา การวางแผนเตรียมทีม การจัดการอย่างมืออาชีพ และการให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของสต๊าฟโค้ชและทีมงานอย่างเต็มที่
“ตอนเอา วินนี มาก็แบ็กอัพเต็มที่ แต่ตอนนี้กลับไม่ได้ให้การสนับสนุน ทำเหมือนพยายามบีบให้ออกด้วยซ้ำ” วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิคสโมสรชลบุรี กล่าว โดยเสริมว่า อย่างครั้งนี้สมาคมก็ไม่เอาฝ่ายต่างประเทศไปเลบานอนด้วย ทั้งที่สำคัญ
ปัญหาที่เห็นชัดที่สุด คือ การจัดแมตช์อุ่นเครื่องที่ไม่เป็นไปตามความเหมาะสมและความต้องการของกุนซือ เมื่อแทนที่จะได้ลับแข้งกับทีมระดับเอเชีย หรือระดับโลก เพื่อพัฒนาเกมการเล่นและเตรียมรับมือคู่แข่ง แต่กลับเป็นทีมเล็กๆ หรือไม่ก็รวมดาราในลีก
นอกจากนี้ สมาคมยังไม่มีโครงสร้างและแนวทางในการพัฒนาที่ทำจริง ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายเทคนิค หรือแนวทางการเล่น การเตรียมทีมอย่างต่อเนื่อง การวางแผนร่วมกับสโมสรในการเรียกตัวนักเตะ
“เรารู้ตัวหรือยังว่าเราอยู่ตรงไหน ไม่ใช่คิดว่าเราเก่งแล้ว ดีแล้ว มันไม่ใช่ การเซตมาตรฐานอยู่ตรงไหน ก็ไม่มีใครเซต เรายังไม่รู้ตัวเลยว่าจะก้าวไปทางไหน” โค้ชเฮง กล่าว
ที่สำคัญ การเกาไม่ถูกที่คัน เมื่อแทบทุกครั้ง “โค้ช” ต้องกลายเป็นแพะรับบาปความล้มเหลวผลงานทีมชาติไทย
เขาพัฒนาแต่เราไม่ไปไหน
สถิติการเจอกันอย่างเป็นทางการที่ผ่านมา (ชนะ 3 เสมอ 2) อาจจะบอกว่าเราเหนือกว่า และอันดับโลก (ฟีฟ่า) สูสีกัน (เลบานอน 130 ไทย 135) แต่เกมนี้บ่งบอกว่าเขาหนีเราไปไกลแล้ว
ชัยชนะของเจ้าบ้านไม่เพียงยืนยันว่า การผ่านเข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ไม่ใช่เรื่องฟลุก แต่ยังเห็นได้ถึงความแตกต่างของทักษะฟุตบอล โดยเฉพาะเรื่องสปีดบอลและความสามารถเฉพาะตัว
แฟนบอลที่ใช้นามแฝง orpheusaa แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ pantip.com ไว้ว่า การเจอกันตัวต่อตัว ไม่ว่าจะเป็นกองหน้าเขาเจอกองหลังเรา หรือกองหน้าเราเจอกองหลังเขาแบบตัวต่อตัว ไทยเรายังสู้เขาไม่ได้เลย โดยมีความรู้สึกมาตลอดว่าเวลากองหน้าอีกทีมหลุดมาคนเดียว ไทยจะแย่งบอลเขายากมาก ทั้งๆ ที่เขามาแค่คนเดียว ส่วนกองหน้าเราที่หลุดไปจะเลี้ยงผ่านเขาแบบตัวต่อตัวก็จะยากมาก ยึกยักตลอด สุดท้ายก็ไม่ค่อยจะเลี้ยงผ่านเลย
“เขาพัฒนาขึ้นมาเยอะ การเดินทางเกมของเขาค่อนข้างเป็นทีมเวิร์ก” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โค้ชทีมชาติชุดซีเกมส์ กล่าว
ขณะที่ทีมชาติไทยยังย่ำอยู่กับที่ หรืออาจจะถอยหลังลงคลอง ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเล่น หรือทักษะพื้นฐานของนักเตะที่ดูยังไม่แน่นพอ
“คนที่เหมาะสมสำหรับการติดทีมชาติในปัจจุบันมีน้อย ซึ่งมันก็วกไปที่ตัวโครงสร้างการพัฒนาเยาวชนที่ยังขาดมาตรฐาน และต้องใช้เวลา” โค้ชเฮง กล่าว
สถานการณ์และประสบการณ์
หลังจากประเดิมสนามด้วยการแพ้ คูเวต คาบ้าน ทำให้ ซิโก้ มองว่า ความกดดันมาตกอยู่กับทีมไทย ซึ่งต้องไปเปิดเกมรุกเพื่อหวัง 3 แต้ม แต่ด้วยสภาพอากาศหนาวเย็น บวกลมแรง และเจอเกมเพรสซิง พอไปแลกกับเขาแล้วเสียเร็ว ก็ยิ่งต้องการประตูคืน เมื่อเสียถึง 3 ประตู ทุกคนค่อยกลับมาเข้าเกมใหม่ แต่ก็เป็นเกมที่ยากขึ้นแล้ว
“เด็กของเราหลายๆ คนยังขาดประสบการณ์เกมนานาชาติ รุ่นพี่มีไม่กี่คน นอกจากนั้นก็เป็นหน้าใหม่ที่อยู่ชุดซีเกมส์ ซึ่งเป็นโอกาสดีที่ได้หาประสบการณ์”
อย่างไรก็ตาม อดีตกองหน้าจอมตีลังกา ยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ความกดดัน บวกกับปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บระนาว ทำให้ไม่มีทางเลือกในการวางแผนมากนัก
“เราต้องลดตัวเองลงมาเพื่อหาตัวเองว่าเราดีพอหรือยัง ในการพยายามกลับมาแข็งแกร่งให้ได้ และทุกคนต้องถอดหัวโขน ถ้าต่างคนต่างทำงาน มันก็จะเป็นอย่างนี้” ซิโก้ กล่าว
ลีกไทยแข็งแกร่งจริงหรือ?
ในขณะที่กระแสสังคมตั้งคำถามว่า ลีกไทยแข็งแกร่งขึ้น แต่ทำไมผลงานทีมชาติถึงสวนทาง แต่ความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เห็นเป็นเพียงแค่กระแสความนิยมมากขึ้น ไม่ใช่รากฐานความแข็งแกร่งของลีกอย่างแท้จริง
“ถ้าแข็งแกร่งจริง ทุกสโมสรต้องเข้าใจวิธีการเล่น แท็กติกที่จะเล่น และการรักษาความฟิตของนักเตะ แต่ทุกวันนี้บางสโมสรทำได้ดี บางสโมสรก็ยังไม่ดี สมรรถภาพร่างกายก็ยังไม่ดี ยังต้องใช้เวลาอีก เห็นได้จากการเพรสซิงบอล มันช้า บอกได้ถึงสมรรถภาพร่างกายมันยังไม่ดีพอ” เกียรติศักดิ์ กล่าว
โดยเฉพาะเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ยังต้องพัฒนาอีกมาก และต้องรับรู้ในองค์ความรู้เดียวกัน นักกายภาพบำบัดต้องลงมาจับจริง ไม่ใช่บางสโมสรทำ บางสโมสรยังทำไม่ได้ดี ฉะนั้นทุกอย่างก็สะท้อนไปถึงทีมชาติ
อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่าถ้าเราไม่สิ้นศรัทธา ปาฏิหาริย์ย่อมเกิดขึ้น ปาฏิหาริย์ที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงในวงการลูกหนังไทย และนำมาสู่ความภูมิใจอีกครั้ง โดยเริ่มจากระดับอาเซียน







