
‘เกลี่ยสังคมให้ใกล้กัน’ ด้วยสองมือกลุ่มบ้านดิน
สนามเด็กเล่นในถิ่นทุรกันดารกลับฟื้นคืนชีพให้มีสีสันและรูปร่างสวยงามสะดุดตาน่าเล่นน่าใช้
สนามเด็กเล่นในถิ่นทุรกันดารกลับฟื้นคืนชีพให้มีสีสันและรูปร่างสวยงามสะดุดตาน่าเล่นน่าใช้
โดย...วราภรณ์
สนามเด็กเล่นในถิ่นทุรกันดารกลับฟื้นคืนชีพให้มีสีสันและรูปร่างสวยงามสะดุดตาน่าเล่นน่าใช้ ทั้งหมดเป็นผลงานจากสองมือของกลุ่มจิตอาสา “บ้านดิน” ซึ่งมีหัวหน้ากลุ่มคือ สุรัช สะราคำ หัวหน้ากลุ่มบ้านดิน ดีกรีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ก่อตั้งกลุ่มนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อมีเหตุการณ์สึนามิที่ภาคใต้ของไทยเมื่อหลายปีก่อน หลังจบภารกิจช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสึนามิ สมาชิกกลุ่มก็ยังติดต่อและชักชวนกันไปทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันทุกปี แม้จะชื่อกลุ่มบ้านดิน แต่กิจกรรมที่พวกเขาร่วมกันทำนั้นก็มีหลากหลาย
สุรัช เล่าถึงการรวมตัวกันของกลุ่มสมาชิก “บ้านดิน” ซึ่งแต่ละคนมาจากต่างสาขาอาชีพ เช่น หมอ พยาบาล นักศึกษา พนักงานออฟฟิศ ฯลฯ ต่างอายุต่างที่มา แม้จะไม่รู้จักกันมาก่อน แต่มีอุดมการณ์เดียวกัน นั่นคือ อยากช่วยเหลือผู้อื่น จากสมาชิกกลุ่มเริ่มแรกเล็กๆ เพียง 8 คน ตอนนี้มีสมาชิกหมุนเวียนมาทำกิจกรรมนับหมื่นคนแล้ว
“กลุ่มเราเกิดจากการทำกิจกรรมเริ่มแรกจากการทำบ้านดินเพราะเป็นความสนใจส่วนตัวของผม ซึ่งเป็นงานที่เมื่อสร้างเสร็จเราจะยกให้ทำสาธารณประโยชน์ เช่น สร้างกุฏิพระ พอเรามาทำงานตรงนี้ พวกเรามีความสุข เพราะได้มิตรภาพ เริ่มแรกเราขอทุนได้จากหน่วยงานภาครัฐต่างๆ แต่พอทำผ่านไปหลายปี เราไม่มีทุนซัพพอร์ต เราจึงรวบรวมเงินกันคนละพันกว่าบาทเพื่อนำไปเป็นทุนซื้ออุปกรณ์และการเดินทาง ทริปหนึ่งหากเรารวบรวมคนผ่านทางเว็บไซต์ของเราประมาณ 50 คน เราก็จะไปทำกิจกรรมกัน เริ่มแรกจากการทำบ้านดินเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัย ด้วยการให้น้องๆ มาช่วยกันทำกุฏิพระ เมื่อเราประกาศรับอาสาสมัครก็จะสมัครเข้ากันเต็มเลย ส่วนใหญ่จะเป็นน้องๆ คนเดิมๆ ที่รู้สึกประทับใจกับการทำงานกลุ่ม แล้วก็ชักชวนไปทำงานช่วยเหลือผู้อื่นร่วมกัน”
เฉลี่ยการทำงานจิตอาสาภายใต้การนำของ สุรัช จะทำกัน 3 ครั้งต่อเดือน เพราะสุรัชก็ยังคงทำงานด้านเอ็นจีโออยู่แล้วที่ชัยภูมิ ในแต่ละปีพวกเขาจะรวมตัวกันทำกิจกรรมที่หลากหลาย แต่เน้นหนักคือ สร้างบ้านดินในชุมชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมชุมชนอนุรักษ์ทำโป่ง สร้างฝายชะลอน้ำให้ป่าไม้ ทำในอุทยานอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ไปปลูกปะการังที่ชลบุรี ปลูกป่าชายเลน ทาสีโรงเรียน ซึ่งการวางแผนการทำกิจกรรมในแต่ละครั้งจะมีการพูดคุยกันและหาข้อสรุปของกลุ่ม แล้วค่อยนัดแนะวันกันและลงมือทำงาน
“แต่ละกิจกรรมเราลงทุนไม่มากแต่เน้นกำลังคนไปช่วยเหลือ ซึ่งแต่ละคนต่างที่มา เราจะประกาศผ่านเว็บไซต์แล้วก็นัดแนะกัน 3 วัน 5 วันบ้าง พยาบาลบางคนก็ลางานมา มาแล้วก็ทำความดี ได้ความอิ่มใจกลับไป แม้การทำงานจะเหนื่อยแต่เราก็สุขใจ อิ่มใจ ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ชีวิตกัน” สุรัช บอกว่า แต่ละการทำกิจกรรมมีเสน่ห์ที่ต่างกัน เพราะสมาชิกแต่ละคนที่ไปร่วมกันมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่เหมือนกัน นักศึกษาบางคนไฟแรง ลงแรงเต็มที่ ให้อะไรทำหมดโดยไม่กลัวเหนื่อย ทุกคนที่ไปไฟแรงทุกคน โดยเฉพาะคนวัยทำงาน จะรู้วิธีลำดับความคิด ทำให้การทำงานราบรื่น เสร็จดังประสงค์ อาทิ ผลงานช่วยกันสร้างบ้านดินให้มูลนิธิบ้านนกขมิ้นที่อุทัยธานี ไปมากถึง 4 ครั้ง ครั้งล่าสุด สมาชิกที่ไปหลากอาชีพ เช่น หมอ พยาบาล วิศวกร สถาปนิก ซึ่งต่างทำงานกันอย่างเต็มที่และทุ่มเท บางคนประทับใจจนมาขอเงินเรี่ยไรเพื่อนำเงินไปช่วยเหลือน้องๆ บางคนชักชวนบอกเล่าในหน่วยงานของตัวเอง และชวนกันไปเป็นจิตอาสารุ่นต่อๆ ไป
“ทำกิจกรรมแต่ละครั้ง เมื่อเสร็จงานจะมีงานเลี้ยงเล็กๆ นั่งล้อมวงกันรอบกองไฟ เล่นดนตรี ร้องเพลง บอกเล่าประสบการณ์ที่ผ่านมา สมาชิกบางคนมาจากครอบครัวแตกแยกเห็นแม่ร้องไห้เพราะโดนสังคมเอาเปรียบ เขาจึงอยากช่วยเหลือสังคมบ้าง ซึ่งเมื่อเด็กพวกนี้โตขึ้นเขาก็จะไม่ไปเอาเปรียบสังคม และมาทำงานกับเพื่อนๆ พี่ๆ ทำให้เขาได้ความสุขกลับบ้าน ชาวบ้านก็ดีใจ การออกค่ายอาสาทำให้เราเห็นความลำบากของคนในชนบทได้ชัดเจนขึ้น บางทีเราเดินผ่านขอทานในเมืองหลวง เขาอาจจะโดนระบบสังคมในชนบทเอาเปรียบ จึงต้องมาขายแรงงานในกรุงเทพฯ แต่พอแก่ทำงานไม่ไหวก็ต้องกลายเป็นขอทาน กลายเป็นคนเร่ร่อน เมื่อไปทำงานกับคนชนบททำให้เราเข้าใจคนในชนบทมากขึ้น การทำกิจกรรมนี้ เหมือนการนำคนจากสังคมหนึ่งที่มีแล้วไปพบกับคนอีกสังคมหนึ่งซึ่งด้อยกว่า จริงๆ แล้วผมเชื่อลึกๆ ว่าเราไม่สามารถให้สังคมเกลี่ยสูงต่ำได้เสมอกัน แต่เราทำช่องว่างให้ใกล้กันได้”
ในปีนี้ทางทีมงาน “อาสาบ้านดินไทย” ก็ยังยืนหยัดพาอาสาไปทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2556 ยังมีงานด้านสิ่งแวดล้อม อาสาปลูกปะการัง อาสาปลูกป่าชายเลน อาสาทำโป่งสร้างฝายเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มมาคือ ทางทีมงานอาสาบ้านดินไทยได้จัดทำ “โครงการอาสาสร้างบ้านดินให้ประเทศไทย” โดยจะจะรับสมัครอาสาไปช่วยสร้างบ้านดินให้กับชุมชน วัด หรือโรงเรียน ฯลฯ ตลอดปี หากสนใจสามารถร่วมทำกิจกรรมโดยติดตามได้ในเว็บไซต์ www.Baandinthai.com







