
‘เชฟดูโอ’ จับคู่สร้างสรรค์ความฟินให้ช็อกโกแลตเลิฟเวอร์
โดย...ปอย
โดย...ปอย
ขอใช้คำว่า “เหนือจินตนาการ” ทั้งอาหารและเครื่องดื่มซึ่งสร้างสรรค์จากช็อกโกแลตกว่า 40 ชนิด ครีเอตโดยเอกเซ็กคิวทีฟเชฟ ชาวอังกฤษ แซม วิกสัน และเฮดเชฟชาวไทย พันลาภ พิทยาพละ ฉบับนี้เชฟจับคู่ดูโอโชว์ฝีมือแก้โจทย์ปรุงอาหารทั้งคาวและหวาน จากส่วนผสมที่เมื่อหลายๆ คนได้ยินชื่อแล้วแทบอดใจคลั่งไคล้ไว้แทบไม่ได้! “ช็อกโกแลต!!!”
สองหนุ่มเชฟมาดนุ่ม อารมณ์ดี ยิ้มเก่ง (โดยเฉพาะเมื่อได้รับคำชมว่า อาหารอร่อยมาก) ตอนนี้ประจำอยู่ที่ “แม็กนั่ม คาเฟ่” ซึ่งเปิดตัวเป็นป๊อปอัพ สโตร์ ชั้น 1 ห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ ขนาด 400 ตร.ม.ที่ใหญ่ที่สุดของโลก หลังจากที่มีการเปิดตัวตามแลนด์มาร์กสุดอินเทรนด์ทั่วโลก ได้แก่ ลอนดอน ปารีส เอดินบะระ และจาการ์ตา แม็กนั่ม คาเฟ่ เป็นร้านอาหารที่มีทั้งเมนูอาหารและเครื่องดื่มกว่า 40 ชนิด ทั้งไอศกรีม ขนมหวาน และอาหารคาวประเภทพาสตา พิซซา และทาปาส ซึ่งมีช็อกโกแลตเป็นส่วนประกอบทุกๆ จาน
“เชฟเจ” พันลาภ วันนี้ขอพรีเซนต์เมนูชื่อสุดน่ารัก “Nemo” ครั้งแรกของเมนูเส้นที่เต็มปากเต็มคำรสช็อกโกแลต ด้วยลิงกวินี รสช็อกโกแลตผัดกับเนื้อปูสด เพิ่มความจัดจ้านด้วยพริกป่นและเคเปอร์ แล้วภาคภูมิใจนำเสนอ อีก 1 เมนู “เบเนดิก เบรกฟาสต์” กู๊ด มอร์นิงด้วยพิซซาหน้าไข่โพชท์ ที่เข้ากันอย่างลงตัวกับแซลมอนรมควัน เคเปอร์ และหัวหอม
“เชฟแซม” นำเสนออลังการเมนูของหวานที่ทำจากไอศกรีมแม็กนั่ม โคโคนัต คาปูชิโน่ และอีกเมนูของหวานที่น่าตื่นเต้นๆๆๆ “ช็อกโกแลต อิมโพลชัน” เหนือการคาดเดาเมื่อราดช็อกโกแลตร้อนๆ ลงไปบนไข่ก็จะค่อยๆ หลอมละลายเผยให้เห็นเรดเวลเวทเค้กสอดไส้ซอสอัลมอนด์อยู่ด้านใน เมื่อใครได้ชิมก็ต้อง “ฟิน” ไปโดยถ้วนหน้ากัน
“เชฟมีหน้าที่ควบคุม และออกแบบหน้าตาจานอาหารทุกๆ จาน ผมกับแซมก็ช่วยกันคิดครับ ช็อกโกแลตมีทั้งรสชาติหวาน และช็อกโกแลต 80% ก็ไม่มีรสหวานนะครับ เป็นงานที่สนุกมากครับที่ทุกจานอาหารคาวต้องมีช็อกโกแลตเป็นวัตถุดิบหลัก เช่น ถ้าผมจะปรุงแม็กซิกันซอสผมก็จะใส่มะเขือเทศ พริก ขิง เครื่องเทศ และช็อกโกแลตเข้าไปด้วย เป็นการใช้ความรู้ทั้งหมดที่ผมกับแซมมี ครีเอตเมนูนี้ออกมา” เชฟเจ อธิบาย
“อร่อยด้วย สาวๆ กำลังไอเอตก็กินได้ ไม่อ้วน เพราะเพียวช็อกโกแลต ไม่มีน้ำตาล แต่ถ้าคุณอยากกินของอร่อยๆ ไอศกรีมแม็กนัมก็ต้องยอมอ้วนนะครับ” เชฟแซม สำทับพร้อมเสียงหัวเราะใจดี
บรรยากาศรอบๆ ตัวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายช็อกโกแลต ผสานการตกแต่งสไตล์วินเทจ แกลม สุดเซอร์เรียล เป็นการนิยามและตีความ Luxury ใหม่ภายใต้แนวความคิด Royal Treatment ด้วยภาษาของงานศิลปะแบบ Realistic และเพิ่มความสนุกสนานโดยการฉีกกรอบ ออกจากความเป็นแบบแผนเดิม ภายใต้ทัศนคติของกลุ่มสุขนิยม โดยการสร้างพื้นที่ที่ราวว่าเคยมีความหรูหราในอดีตและถูกปรับปรุงมาให้เป็นโรงงานช็อกโกแลต การหยิบใช้ Design Ornament ของงานสถาปัตยกรรมในยุคเรอเนสซองซ์ อย่าง เสา อาร์ค เป็นต้น มาบิดและเปลี่ยนรูปแบบ ขยายให้เกินจริง ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็นโรงงานโดยใช้วัสดุไม้ ทองแดง และพื้นหิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราที่ทันสมัยในแบบเฉพาะตัวสำหรับแม็กนั่ม คาเฟ่ ประเทศไทย แถมยังแฝงความเป็นแฟรีเทลลงไปในงานเฟอร์นิเจอร์อีกด้วย
“เมื่อพูดคำว่า ช็อกโกแลต ผมนึกถึงคำว่า รีแลกซ์ โล่งอก สบายใจ ถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ นอกจากโจทย์อาหารคาวแล้ว ขนมหวานก็มีโจทย์นะครับ ‘ช็อกโกแลต อิมโพลชัน’ ต้องมีอะไรให้คนกินรู้สึกตื่นเต้น พอราดช็อกโกแลตเดือดๆ ลงบนไข่ ก็จะค่อยๆ ละลายให้ชิมไอศกรีมกับเค้กที่ซ่อนอยู่ข้างใน สนุกด้วย อร่อยด้วย” เชฟแซม ย้ำกันอีกครั้ง เพราะอีกโจทย์ของเมืองไทยคือการผสมผสานโดดเด่นด้วยคอนเซปต์ “ความดื่มด่ำสุดล้ำที่สัมผัสได้จริง” กับหลากหลายเมนูเหนือจินตนาการ ในคาเฟ่สุดหรูหราตกแต่งสไตล์วินเทจ แกลมที่ได้แรงบันดาลใจจากช็อกโกแลตแม็กนัม
“แซมจะมีประสบการณ์เรื่องการใช้วัตถุดิบชนิดนี้ มาปรับผสมกับผมที่มีประสบการณ์เรื่องอาหารไทย เมนูไทยสไตล์อย่างเช่นแองเจิลแฮร์พาสตา ผัดคลุกเคล้ากับปลาเค็มทอดกรอบและพริกแห้ง แซมอาหารไทยจานไหนที่คุณชอบ?” เชฟเจ หันไปถามเพื่อนกับประโยคท้ายสุดนี้ คำตอบที่มาพร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจก็คือสตรีตฟู้ดส้มตำปูปลาร้า ใส่พริกแค่ 1 เม็ดพอนะ!!!!
“ผมมาอยู่เมืองไทยได้ 9 ปีแล้ว พูดภาษาไทยได้นิดหน่อย ชอบไหม? จะกินอะไร? อร่อยนะครับ (หัวเราะ) ตอนแรกๆ ก็รู้สึกแล้วครับว่าเมืองไทยน่าอยู่ เพราะคนไทยน่ารัก จำได้ว่าอาหารไทยจานแรกที่ผมสั่งมากินคือต้มข่าไก่ พอผมตักข่าขึ้นมา เด็กๆ เสริฟก็ร้องกันเสียงหลงว่า แซมไม่ใช่ไก่ๆ กินไม่ได้ๆๆ แต่ผมก็อยากลองชิมดูซึ่งรสชาติก็แปลกมากจึงแสดงออกมาทางหน้าตาเหยเก เด็กๆ ก็หัวเราะกันใหญ่ ผมจึงรู้สึกว่าถ้าจะลองใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ไม่น่าจะยากอะไรนะครับ ก็เลยลองเปิดร้านอาหารท่าช้าง เรสเทอรองต์ ร้านอาหารไทยสไตล์ฟิวชันริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชีวิตผมคงทำอะไรไม่เป็นนอกจากธุรกิจนี้ เพราะครอบครัวผมที่ลอนดอนก็เปิดร้านอาหารครับ สไตล์วินเทจแบบนี้แหละสมัยผมเด็กๆ ก็มีวงร็อก&โรล มาโชว์ให้ลูกค้าดูพร้อมดินเนอร์ พอเป็นยังก์บอยอายุ 20 ปี ผมก็ออกไปหาประสบการณ์อยู่ออสเตรเลีย 1 ปีก่อนมาอยู่เมืองไทย” เชฟแซม บอกเล่า
และด้วยคงเพราะเหตุผลโลกหมุนรอบตัวตลอดกาล ขณะที่เชฟแซมอยู่เมืองไทย เชฟเจกลับไปใช้ชีวิตหาประสบการณ์ตามประสานักเรียนไทยในแดนจิงโจ้ ทั้งเรียนและทำงานตั้งแต่เป็นพนักงานล้างจาน ไต่เต้าในวงการร้านอาหาร จนเป็น Sou Chef ของร้านอาหารชื่อดังในเมืองซิดนีย์
“ผมเพิ่งรู้ว่าแซมเคยทำอยู่ที่ Truffles Catering เหมือนกัน แต่เวลาสลับกัน แซมมาเมืองไทย ผมไปอยู่ออสเตรเลีย โลกกลมนะครับ” เชฟเจ ทิ้งท้าย และบอกอีกครั้งว่าแล้วคงด้วยปรัชญาการทำอาหารที่เหมือนกัน คือ ต้องการเห็นคนกินมีความสุข ก็เลยทำให้พวกเขาได้มาทำงานร่วมกันอีกครั้ง
เหล่าช็อกโกแลตเลิฟเวอร์จะได้สัมผัส และดื่มด่ำเต็มอิ่มเหมือนอยู่ในมหานครแห่งความหอมหวาน กลมกล่อม กับอาหารสร้างสรรค์จากช็อกโกแลต ด้วยเส้นลิงกวินี มี 2 สี คือ ขาวและดำ ที่สร้างสรรค์จากช็อกโกแลตบริสุทธิ์ ไม่มีน้ำตาล เปรียบไปแล้วรูปลักษณ์อาหารจานนี้ก็ไม่ต่างจาก 2 เชฟที่มุ่งมั่นนำความอร่อยให้แก่คนกินของเขา







