
การประชุมนานาชาติณ เมืองพาราณสี อินเดียกรณีพระธรรมวินัยกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ (ตอน ๑๙)
นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงประพฤติมา นี้พระตถาคตทรงบัญญัติไว้, นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงบัญญัติไว้
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงประพฤติมา
นี้พระตถาคตทรงบัญญัติไว้, นี้พระตถาคตไม่ได้ทรงบัญญัติไว้
นี้เป็นอาบัติ, นี้ไม่เป็นอาบัติ
นี้เป็นอาบัติเบา, นี้เป็นอาบัติหนัก
นี้เป็นอาบัติมีส่วนเหลือ, นี้เป็นอาบัติหาส่วนเหลือมิได้
นี้เป็นอาบัติชั่วหยาบ, นี้เป็นอาบัติไม่ชั่วหยาบ
ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง ความวิวาท การกล่าวต่างกัน การกล่าวโดยประการอื่น การพูดเพื่อความกลัดกลุ้มใจ ความหมายมั่นในเรื่องนั้น อันใดนี้วิวาทเป็นวิวาทาธิกรณ์
2.อนุวาทาธิกรณ์ ภิกษุทั้งหลายในธรรมวินัยนี้ ย่อมโจทภิกษุด้วยศีลวิบัติ อาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ หรืออาชีววิบัติ การโจท การกล่าวหา การฟ้องร้อง การประท้วง ความเป็นผู้คล้อยตาม การทำตามอุตสาหะโจท การตามเพิ่มกำลังให้ในเรื่องนั้นอันใด นี้การโจทเป็นอนุวาทาธิกรณ์
3.อาปัตตาธิกรณ์ กองอาบัติทั้ง ๕ เป็นอาปัตตาธิกรณ์ กองอาบัติทั้ง ๗ เป็นอาปัตตาธิกรณ์ นี้อาบัติเป็นอาปัตตาธิกรณ์ (รวมกันปรับอาบัติและการออกจากอาบัติด้วย)
4.กิจจาธิกรณ์ ความมีแห่งกรณีย์ของสงฆ์อันใด คือ อปโลกนกรรม ญัตติกรรม ญัตติทุติยกรรม ญัตติจตุตถกรรม นี้เป็นกิจจาธิกรณ์
สงฆ์วิวาทกันในวิวาทาธิกรณ์ อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์ จัดเป็นวาทาธิกรณ์,
เมื่อวิวาทกันย่อมโจท จัดเป็นอนุวาทาธิกรณ์,
เมื่อโจทย่อมต้องอาบัติ จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์,
สงฆ์ทำกรรมตามอาบัตินั้น จัดเป็นกิจจาธิกรณ์
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







