
‘อยากให้ผู้หญิงแต่งตัวเป็น’ ดุจเดือน เหตระกูล
หยีดุจเดือน ทายาทเหตระกูล เจ้าของโรงพิมพ์ประชาช่าง ลูกสาวปรีดาและเหมือนจันทร์ เหตระกูล
โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
หยี-ดุจเดือน ทายาทเหตระกูล เจ้าของโรงพิมพ์ประชาช่าง ลูกสาวปรีดาและเหมือนจันทร์ เหตระกูล ปัจจุบันเธอนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นิตยสาร ไนลอน (ประเทศไทย) นิตยสารหัวนอกเล่มล่าสุดบนแผงแมกกาซีนไทยอย่าง “ไนลอน” ที่มีชื่อเสียงว่าเป็นไอคอนสตรีตแฟชั่นของสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ ด้วยประสบการณ์ทำนิตยสารหัวไทย แม่บ้าน ที่มีอายุ 37 ปีในท้องตลาด รวมถึง ประดิดประดอย, Weekend นิตยสารท่องเที่ยวแจกฟรี นิตยสารเกษตรกรก้าวหน้า ฯลฯ บวกกับความเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการมองหาสินค้าใหม่ๆ เข้ามาป้อนตลาด ล่าสุดเธอติดต่อจนได้รับลิขสิทธิ์ตีพิมพ์นิตยสาร “ไนลอน” ฉบับภาษาไทย ซึ่งออกวางจำหน่ายเล่มแรกเดือน มี.ค.
“ครั้งแรกที่เห็นไนลอนบนแผงหนังสือตอนไปเรียนคอร์สสั้นๆ ที่อเมริกา 3 เดือน เห็นครั้งแรกรู้สึกนิตยสารเล่มนี้น่าสนใจ มีการจัดรูปเล่มที่สวยมาก และก็เป็นสิ่งที่ตัวเองชอบคือ ด้านแฟชั่น เพราะชอบแต่งตัวให้เหมาะกับบุคลิกตัวเอง อีกทั้งหยีกำลังมองหาสินค้าตัวใหม่ให้กับบริษัท เพราะเราทำหนังสือไทยมาโดยตลอด หยีเห็นว่าไนลอนน่าสนใจ เพราะก่อนเราจะนำเล่มนี้เข้ามา เราวิจัยและวิเคราะห์ธุรกิจหนังสือบ้านเราว่า ยังทรงๆ สิ่งที่ทำให้ภาพรวมตลาดอยู่ได้คือ หมวดแฟชั่น เพราะมีโฆษณา คนอ่านยังซื้อและมีลูกค้ากลุ่มกว้างและใหญ่มากๆ เราคิดว่าน่าลองดู เพราะทาร์เก็ตกรุ๊ปของเราคือ ผู้หญิงอายุ 1830 ปี ตั้งแต่เด็กมัธยมปลาย จนถึงคนเริ่มวัยทำงาน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายทั้งไทยและอเมริกาเหมือนกัน และคู่แข่งเดิมของเราในตลาดก็ยังไม่มีหนังสือออกมาซัพพอร์ตคนกลุ่มนี้เลย เราจึงยังมีที่ยืนในตลาดที่ชัดเจน เพราะเราเน้นแฟชั่น”
จากผลวิจัยที่สะท้อนว่า คนไทยสนุกกับการแต่งตัว ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์ ตลาดแฟชั่นบ้านเราคึกคัก แบรนด์สตรีตแฟชั่นมาเมืองไทยเยอะ หนังสือเล่มนี้จึงตอบโจทย์ วัยรุ่นไทยเก่งที่จะเอาเสื้อผ้าแนวสตรีตมามิกซ์แอนด์แมตช์กับเสื้อผ้าไฮเอนด์ อีกทั้งจุดแข็งที่สาวนักบริหารคนนี้เห็นจากไนลอนคือ คอนเซปต์เด่น ตรงจับแฟชั่นระดับสูงไฮเอนด์มามิกซ์กับไฮสตรีตแฟชั่นได้ลงตัว ซึ่งเป็นแนวคิดที่ดีในการแต่งตัว คือคนเราไม่ต้องไฮแบรนด์ศีรษะจรดปลายเท้าก็ได้ แต่ให้รู้จักแต่ง เราก็จะออกมาดูดี
“จริงๆ วัดจากตัวเองก็แต่งตัวสไตล์ไนลอน คือ ใส่ทั้งอินเตอร์แบรนด์กับเสื้อผ้าธรรมดาๆ ได้ ยกตัวอย่าง เช่น หน้าปกไนลอนบางเล่ม นำแจ็กเกตชาแนล สวมเข้ากับกางเกงยีนส์เอชแอนด์เอ็มได้เป็นอย่างดี ซึ่งหยีคิดว่าเหมาะกับวิถีชีวิตคนไทย เพราะหนังสือเราแบ่งเป็นแฟชั่น 50 เปอร์เซ็นต์ บิวตี้ 30 ที่เหลือเป็นคอนเสิร์ตและไลฟ์สไตล์ จริงๆ เราไม่มีคู่แข่งในเมืองนอก เพราะไนลอนเป็นหนังสือหัวนอกที่มีแฟนคนไทยอยู่แล้ว ซึ่งผ่านการใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก แม้เกิดได้แค่ 7 ปี แต่ก็แข็งในตลาด โฆษณาก็รู้จัก แอดโฆษณาที่เข้ามาก็ดีเกินคาด ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะบริหารทำแผนการตลาดอย่างไร เช่น การจัดอีเวนต์ แต่เราจะเน้นตลาดด้านดิจิตอล เพราะเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้เร็ว”
ทำไมดุจเดือนไม่นั่งตำแหน่งบรรณาธิการเอง เธอบอกว่า ไม่ถนัด ขอทำหน้าที่บริหารดีกว่า
“ตอนนี้หน้าที่ของหยีคือรับผิดชอบดูแลภาพรวมของโฆษณาที่จะมาลงในหนังสือ เราอยากเป็นแรงบันดาลในการแต่งตัวให้ผู้หญิงไทยได้แต่งตัวสนุกขึ้น กลุ่มลูกค้าของเราคือคนที่รักการแต่งตัว ฉลาดเลือกและฉลาดแต่ง และตลาดไทยหนังสือแนวสตรีตขายดีมาก เราส่งเสริมให้เด็กผู้หญิงรู้จักตัวเอง ไม่ตามใคร เราอยากให้แฟนๆ มีดีเอ็นเอที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร”
สำหรับอุปสรรคในการทำงานด้านผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ดุจเดือน บอกว่า ไม่มีปัญหา เพราะโชคดีที่เธอได้ทีมงานที่ดี แต่ความท้าทายกับงานชิ้นใหม่คือ ทำอย่างไรให้คุณภาพและสิ่งที่คนอ่านอยากเห็นและทำตามที่โฆษณาคาดหวังได้ เธอสามารถตอบสนองได้เต็มที่ ความท้าทายอีกสิ่งในฐานะเจเนอเรชันที่สามของโรงพิมพ์ประชาช่างของคุณปู่สวัสดิ์ คือ การต่อยอดธุรกิจ
“ในฐานะทายาทรุ่นที่สาม ซึ่งคุณพ่อบริหารงานได้ดีมาก พอมาถึงรุ่นหยีและน้องชาย เราก็อยากหาโปรดักต์ใหม่ๆ มาให้บริษัท ซึ่งหยีก็ผูกพันกับโรงพิมพ์มาโดยตลอด เรียกว่าโตในโรงพิมพ์ก็ว่าได้ เจอเครื่องพิมพ์แท่นพิมพ์มาตั้งแต่เด็กๆ ตั้งแต่เรียนทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทด้านบัญชี แต่ก็รู้ว่าเมื่อจบต้องกลับมาช่วยบริหารธุรกิจของที่บ้าน ตอนเรียนก็ฝึกงานที่โรงพิมพ์ตลอด ดังนั้นเราไม่ใช่มือใหม่เลยในสื่อสิ่งพิมพ์ อย่างวีคเอ็นด์ ซึ่งเป็นฟรีก๊อบปี้ หยีทำทุกอย่างตั้งแต่จัดจำหน่าย หาโฆษณาเอง ที่อยากทำเองเพราะอยากพิสูจน์ตัวเอง พอเรานำเข้าไนลอน หยีดีลเอง ติดต่อเอง และเจ้าของลิขสิทธิ์ก็เห็นศักยภาพเมืองไทยว่าเติบโต มีแบรนด์แฟชั่นจากทั่วโลกเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย ซึ่งศักยภาพของไทยไม่น้อยหน้าอินโดนีเซียและสิงคโปร์ที่มีไนลอนก่อนเราเลย”
เป็นถึงทายาทเจ้าของโรงพิมพ์เก่าแก่ แต่เธอพร้อมลุยกับทุกงาน เธอมีหลักในการทำงาน คือ เน้นการบริหารคน มีการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และเดินไปสู่เป้าหมายนั้น “เมื่อก่อนชีวิตจะคร่ำเคร่งมาก เช่น ตั้งเป้า ผลักดัน และชอบที่จะลงไปดูในทุกรายละเอียดเอง แต่ทำวิธีนั้นทำให้เราเหนื่อยมาก รู้สึกว่าเราวิ่งคนเดียว ก็มานั่งคิดว่า ทำไมเราไม่นั่งแล้วตั้งระบบผู้บริหารมาทำงานภายใต้เรา โดยเราต้องดึงคนมาทำงานให้เหมาะกับงาน มีทัศนคติที่ดี มีทีมงานที่แข็งแรง โดยเราดูในนโยบายเท่านั้นพอค่ะ”
ดุจเดือน เหตระกูล วัย 30 ปี
การทำงาน : 2556 บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นิตยสารไนลอน ไทยแลนด์
2555-ปัจจุบัน กรรมการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย
2552-ปัจจุบัน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด สำนักพิมพ์แม่บ้าน
2549-2550 มีเดีย แพลนเนอร์ Zenith Optimedia Worldwide
2548-2549 Account Executive, Ogilvy Public Relations Worldwide
การศึกษา : ปริญญาโท เอ็มบีเอ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปริญญาตรี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มัธยม โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย







