posttoday
กล้องแห่งความทรงจำยิ่งเก็บนานยิ่งเพิ่มค่า

กล้องแห่งความทรงจำยิ่งเก็บนานยิ่งเพิ่มค่า

17 มีนาคม 2556

ธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด นักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของพ็อกเกตบุ๊กไม่สนว่าเก่งมาจากไหน

ธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด นักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของพ็อกเกตบุ๊กไม่สนว่าเก่งมาจากไหน

โดย...อณุศรา ทองอุไร

ธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด นักบริหารรุ่นใหม่ไฟแรงเจ้าของพ็อกเกตบุ๊กไม่สนว่าเก่งมาจากไหน และกำลังจะมีงานเขียนบันทึกท่องเที่ยวอันเป็นผลพลอยได้จากการไปฮันมีมูนของเขาและภรรยาสาวคนสวย ต่ายชุติมา นอกจากชอบเขียนบันทึกแล้ว เขายังชอบถ่ายรูปอีกด้วย เพราะมันเป็นการบันทึกช่วงเวลาแห่งความทรงจำอันแสนประทับใจที่ไม่สามารถย้อนคืนกลับมาได้อีก

เมื่อชอบถ่ายภาพ แน่นอนเขาก็เลยต้องชอบสะสมกล้องไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ วันนี้เขามีกล้องสะสมอยู่เกือบ 10 ตัว เขาบอกว่าที่จริงแล้วต้องมีมากกว่านี้ราวๆ 15 ตัว แต่ตอนเรียนจบกลับจากเมืองนอกก็หายไป 2 ตัว ตอนย้ายบ้านก็หายไปอีก

“ข้อเสียของผมคือไม่ค่อยรักษาของ เก็บแล้วลืมบ้างอะไรบ้าง ทำพังบ้างก็มี คือสะสมด้วยใช้จริงด้วย แล้วเป็นคนมือหนักกล้องอันเล็กๆ มีอยู่ 4 ตัว ใช้พังไป 1 ตัว หายไป 2 ตัวเหลืออยู่แค่อันนี้ตัวเดียว”

พิธา เล่าว่าเขาเริ่มสะสมกล้องตั้งแต่อายุ 15 ปี ตอนนั้นไปเรียนอยู่ที่นิวซีแลนด์ ไปอยู่โรงเรียนประจำเป็นเมืองที่เงียบสงบมาก ประชากรแกะมีจำนวนมากกว่าคน กลางคืน 3 ทุ่มก็เงียบมาก ไม่มีแสงสีใดๆ เลย เขาก็เลยมีงานอดิเรกคือการตระเวนถ่ายรูป โดยกล้องอันแรกคือคุณพ่อซื้อให้ แล้วเขาก็ไปเรียนถ่ายรูปจากอินเทอร์เน็ต แต่เรียนไม่จบคอร์ส ก็เจออะไรก็ถ่ายเป็นช่วงที่เห่อมากๆ ไปอยู่ที่นั่น 3 ปีก็ถ่ายรูปตลอด กล้องตัวแรกที่มีคือกล้องโพลารอยด์ แบบถ่ายแล้วมีรูปออกมาเลย ฟิลม์จะแพง กล่องหนึ่งมีแค่ 10 รูป ตอนถ่ายต้องตั้งสติให้ดีอย่าให้เสีย ฟิล์มมันแพง (หัวเราะ) แต่มันทันใจดี ถ่ายปุ๊บเดี๋ยวออกมาให้ดูปั๊บแต่เดี๋ยวนี้ฟิล์มโพลารอยด์ไม่มีแล้ว ซื้อเก็บตุนไว้ตอนเขาทำรุ่นพิเศษออกมาที่อเมริกา เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เป็นรุ่นพิเศษชื่อรุ่น

Save Polaroid เมื่อหลายปีก่อนตอนนี้ก็ใช้หมดแล้ว ต้องไปหาซื้อฟิล์มแถวพลับพลาไชยอาจจะมีบางร้านหลงเหลืออยู่บ้าง

เขาเล่าว่าที่นิวซีแลนด์เมืองที่ไปอยู่เป็นเมืองเก่า มีโรงรับจำนำ มีร้านกล้องที่มีของรุ่นเก่าๆ อยู่เยอะ เขาก็ไปเดินดูเล่นๆ บ่อย แต่ตอนนั้นยังเด็กก็ไม่ค่อยมีกำลังซื้อ ได้แต่ดูแล้วก็เก็บความอยากได้เอาไว้ ชมแล้วชอบ บอกกับตัวเองว่ามีเงินเมื่อไหร่จะกลับมาซื้อ แต่ก็ไม่ได้กลับไปซื้อสักที แล้วก็กลับเมืองไทยเสียก่อน

พอเรียนมหาวิทยาลัยกลับมาเรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์อยู่ 2 ปี ช่วงนั้นห่างๆ กล้องไปบ้าง เพราะกลับมาอยู่บ้านเรา ไม่ค่อยเหงามีกิจกรรมให้ทำเยอะ พอปี 3 ก็โอนหน่วยกิต ไปเรียนที่อเมริกา อยู่ที่เมืองออสติน รัฐเทกซัส ตอนอายุ 19 ปี ก็เป็นเมืองที่เงียบๆ ไม่มีแสงสีอีกเช่นเคย ความเหงาเข้าครอบงำอีกแล้ว ก็เลยกลับไปหาความชอบเดิมคือการถ่ายรูป ก็ได้กล้องคลาสสิกเพิ่มมาหลายตัว เช่น กล้องโบราณยี่ห้อ ยาชิก้า ที่ใช้มองโฟกัสแบบมองเลนส์ตรงกลาง กลับยาชิก้าอีกตัวรุ่นใหม่ขึ้นมาหน่อย ตอนนี้มียาชิก้าอยู่ 2 ตัวตอนนั้นพอมีกำลังซื้อมากขึ้น ไปทำงานพิเศษบ้างอะไรบ้าง พอได้ค่าขนมก็เก็บเงินไว้ซื้อกล้อง ก็ซื้อได้ 23 ตัวเก่าบ้างใหม่บ้าง ขึ้นอยู่กับความชอบ ยิ่งโบราณก็ยิ่งชอบมองดูแล้วเท่ดี ชอบกล้องที่มีระบบต้องปรับโน่นปรับนี่แบบ Manual เวลาใช้อาจจะต้องเสียเวลาปรับบ้างอะไรบ้างแต่มันคลาสสิก เวลาถ่ายก็ทำให้พิถีพิถันมีเสน่ห์กว่ากล้องอัตโนมัติเยอะนะ พอย้ายมาเรียนปริญญาโทที่บอสตัน ก็ซื้อกล้องเพิ่มอีกหลายตัว โดยเฉพาะกล้องตัวเล็กๆ น่ารักอันนี้ มินอลต้า ผลิตปี 1930 เป็นฟิล์ม 120 ฟิล์มขาวดำ “กล้องตัวนี้ใช้ยากขนาดมันเล็ก ผมมือหนักจะใช้ทีก็ต้องทะนุถนอมเป็นพิเศษเดี๋ยวจะพังเอาง่ายๆ แต่กล้องตัวนี้เหมาะเอาไว้จีบสาวจะดีมาก เพราะสาวๆ เห็นแล้วจะมองอย่างสนใจเพราะขนาดเล็กน่ารัก จะขอให้ถ่ายให้ ว่ารูปจะออกมาดีไหม มันเป็นกล้องสร้างสัมพันธ์ที่ดี เป็นจุดสนใจให้สาวหันมามองกล้อง ผมเลยซื้อไว้ 4 ตัวเอาไว้สร้างมิตรภาพได้นานๆ (หัวเราะ) แต่ย้ายเมืองบ้าง ย้ายบ้านบ้าง พังบ้าง ตอนนี้เหลืออยู่ตัวเดียวนี่แหละ แต่งงานแล้วไม่ต้องไปสร้างสัมพันธ์กับสาวที่ไหนอีกแล้ว” เขา กล่าวขำๆ

ส่วนกล้องตัวล่าสุดที่เขาซื้อ คือ ฟูจิ X 100 เป็นกล้องดิจิตอล ตัวนี้ใช้งานประจำ เป็นกล้องใหม่ที่บอดี้ทำเลียนแบบรุ่นแรกๆ ของฟูจิที่เคยทำมาเมื่อ 50 ปีก่อน ตัวนี้ใช้ง่ายสะดวกรวดเร็วทันใจ ถูกใจคุณแม่และภรรยา พอหยิบปุ๊บก็ถ่ายได้ปั๊บ

“ไม่ต้องรอนาน ถ้าเป็นกล้อง Manual กว่าจะปรับกว่าจะถ่าย 2 สาว (คุณแม่และคุณภรรยา) เขาจะเบื่อจะบ่นว่ายิ้มจนเหงือกแห้งแล้วยังปรับไม่เสร็จสักที” เขา กล่าวด้วยรอยยิ้ม

กล้องตัวที่แพงที่สุดที่เขาซื้อมาราคา 5 หมื่นบาท แต่ตัวนั้นเอาไปบริจาคเพื่อการกุศลไปแล้ว ที่เหลืออยู่ตอนนี้มีเกือบ 10 ตัว คละยี่ห้อกันไป ทั้งยาชิก้า 2 ตัว ฟูจิ ไลก้า โลลิเฟรท แคนนอน โพลารอยด์ 3 ตัว

สำหรับเขาแล้วกล้องไม่ได้มีไว้เพื่อสะสมแต่เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้จริงได้ด้วย ตัวที่เสียแล้วหรือคุณภาพการใช้งานเริ่มเสียสมดุลเขาก็เก็บไว้เป็นของแต่งบ้าน กล้องตัวเก่าๆ ก็เป็นความทรงจำที่ดีของเขา อย่างบางตัวที่คุณพ่อซื้อให้ ท่านเสียไปแล้วมันก็เป็นเครื่องระลึกเตือนใจเวลาที่คิดถึงคุณพ่อ

ล่าสุดที่เขาไปฮันนีมูนเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เขาก็ไปเดินดูพิพิธภัณฑ์กล้องที่เมืองฟอเรนส์ ประเทศอิตาลี ไปแล้วก็เกิดความประทับใจ ตอนนี้ก็อยากได้กล้องใหม่ๆ อีกสักตัว รอเก็บเงินก่อน อยากได้รุ่นที่ทำบอดี้แบบของเก่าหน่อย เพราะชอบของเก่า มันมีเสน่ห์เป็นความทรงจำดีๆ ในช่วงวัยรุ่นของเรา มันมีคุณค่าทางใจนึกถึงคนที่ให้เรามา มันแทนใจได้เป็นอย่างดี เวลาผ่านไปแม้มีเงินก็อาจจะหาซื้อไม่ได้แล้ว ของเก่าหลายอย่างยิ่งเก็บนานยิ่งเพิ่มคุณค่าและมูลค่ากับจิตใจ

สำหรับเขาเก็บไว้เป็นความสุขใจ เรื่องมูลค่าเพิ่มถือว่าเป็นผลพลอยได้ นอกจากกล้องแล้วเขายังเก็บหนังสือถ่ายภาพสวยๆ ของช่างภาพดังๆ ที่รวมเล่มอีกด้วย ที่เริ่มสะสมต่อไปก็คือรถยนต์เก่า มอเตอร์ไซค์เก่า ที่เพิ่งเริ่มสะสม เพราะของชิ้นใหญ่ราคาย่อมสูง นานๆ ถึงจะได้มาสักคัน ส่วนใหญ่เป็นของตกทอดมาจากคุณพ่อบ้าง

การเก็บรักษากล้องให้ถูกวิธี

เขาแนะนำว่าควรมีกระเป๋ากล้องเก็บให้ดี เมื่อใช้งานแล้วควรเก็บไว้ในกระเป๋ากล้อง เพื่อรักษาคุณภาพ นานๆ ครั้งให้เอาออกมาเป่าลมทำความสะอาดบ้าง ส่วนกล้องดิจิตอลเมื่อใช้งานแล้วหยุดไม่ใช้ได้ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง หรือ 2 สัปดาห์ครั้ง ให้นำกล้องมาใช้งาน ถ่ายภาพเล่นๆ บ้าง เนื่องจากเมื่ออะไรก็แล้วแต่ที่เคยผ่านการใช้งานมาแล้ว จู่ๆ ไม่ใช้เลย มันก็อาจเสื่อมได้ หรือกล้องอาจมีเชื้อราขึ้น ควรถอด Battery ออกป้องกันแบตเสื่อมจนเป็นน้ำเยิ้มออกมา ถ้าไม่ได้ใช้ก็ถอดออก

อย่าเก็บกล้องไว้ในที่มีอากาศชื้นหรือที่ร้อนมากๆ ถ้าเอาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อะไรก็ได้ไปอยู่ในที่มีความชื้น สิ่งที่จะตามมาก็คือสนิม อาจจะเกิดขึ้นที่แผงวงจรหรือพวกมอเตอร์เลนส์ก็ได้ ส่วนบริเวณที่มีความชื้นได้สูงอย่างเช่น บริเวณใต้แอร์ บริเวณที่ใกล้หน้าต่างเพราะจะมีทั้งลมหรือน้ำที่อาจซึมเข้ามาได้ วิธีที่แนะนำในการเก็บกรณีที่เป็นกล้อง Compact ให้นำกล้องใส่ไว้ในกระเป๋ากล้องก่อน จากนั้นค่อยใส่ไว้ในถุงซิปสำหรับเก็บกล้อง จากนั้นค่อยเอาสารดูดความชื้นใส่ตามลงไป แล้วปิดปากถุงให้สนิทครับ ถ้าเป็นกล้องตัวใหญ่ก็ให้ใส่สารดูดความชื้นไว้ที่ก้นกระเป๋ากล้องด้วย หรือถ้ามีกล้องและเลนส์อยู่หลายตัวแนะนำให้ซื้อตู้เก็บกล้องไว้สักตู้ ลักษณะคล้ายๆ ตู้แช่ไวน์แต่สามารถกันความชื้นได้ดี

ส่วนสถานที่ที่มีอากาศร้อนมากๆ อย่างในรถ ก็ไม่ควร เนื่องจากกล้องมีส่วนที่เป็นพลาสติกอยู่ไม่น้อย รวมถึงพวกสปริง ถ้าชิ้นส่วนพวกนี้โดนความร้อนมากๆ ก็อาจทำให้เกิดการบิดตัวทำให้รูปร่างผิดเพี้ยนไปได้ ดังนั้นชื้นหรือร้อนมากก็ไม่ดีทั้งนั้น ที่สำคัญ อย่าทำกล้องตก ถ้าเป็นรุ่นกล้องฟิล์มสมัยเก่ามากอุปกรณ์ข้างในส่วนใหญ่จะเป็นพวกกลไก ถ้าพลาดตกไปก็หาอะไหล่เปลี่ยนได้อยู่บ้าง แต่พอมาเป็นยุคดิจิตอลทุกอย่างเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ไปหมด ถ้าตกแล้วละก็ โอกาสเครื่องรวนมีสูงมาก ถ้าโชคไม่ดีตกปุ๊บเสียปั๊บก็มีมาแล้ว แม้ว่าบางที่เราจะเก็บกล้องใส่กระเป๋าอย่างดีแล้วก็ตาม ต้องระวังมากๆ ทุกครั้งที่ใช้กล้องให้เอาสายคล้องคอหรือคล้องข้อมือไว้เสมอ เผื่อใครมากระแทกกล้องจะได้ไม่หลุดมือ

สุดท้ายอย่าใช้มือ หรือผ้าที่ไม่สะอาดเช็ดหน้าเลนส์ เลนส์ของกล้องทุกรุ่น ทุกยี่ห้อมีการโค้ดหน้าเลนส์มาด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าแต่ละยี่ห้อจะมีสูตรลับอย่างไร ถ้าเอามือไปโดนเข้าแน่นอนที่สุดหน้าเลนส์จะเป็นรอยนิ้วมือทันที ทำให้ภาพมัวไม่ชัด ถ้าเอาผ้าที่ไม่สะอาดมาเช็ดอาจจะทำให้หน้าเลนส์เป็นรอยขนก็ได้ จะได้ภาพที่ไม่ชัดไปตลอด

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท