posttoday
เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม

เจดีย์ชเวซิกอง เมืองพุกาม

16 มีนาคม 2556

มหาเจดีย์ชเวซิกอง (Shwezigon Pagoda) แห่งเมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์องค์ใหญ่ที่มีสีทองอร่ามตา

มหาเจดีย์ชเวซิกอง (Shwezigon Pagoda) แห่งเมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์องค์ใหญ่ที่มีสีทองอร่ามตา

โดย...นพพล ชูกลิ่น

มหาเจดีย์ชเวซิกอง (Shwezigon Pagoda) แห่งเมืองพุกาม เป็นมหาเจดีย์อันศักดิ์สิทธิ์ เจดีย์องค์ใหญ่ที่มีสีทองอร่ามตา ภายในบรรจุพระเขี้ยวแก้วและพระบรมสารีริกธาตุเจดีย์ มีความสูงประมาณ 53 เมตร หรือประมาณ 160 ฟุต มีลวดลายปูนปั้นอยู่ 3 แถว และมีเจดีย์องค์เล็กๆ อยู่รายรอบ เริ่มสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1627 โดย พระเจ้าอโนรธามหาราช ผู้รวบรวมชนชาติพม่าเป็นปึกแผ่นได้เป็นครั้งแรกในอาณาจักรพุกามเมื่อ 960 ปีเศษมาแล้ว ภายหลังทรงยกทัพไปตีมอญที่อาณาจักรสุธรรมวดีได้แล้วทรงกวาดต้อนชาวมอญ ตลอดจนช่างฝีมือ นักปราชญ์ และราชบัณฑิตมาที่เมืองพุกาม ทำให้พม่าได้รับอิทธิพลทางศิลปวัฒนธรรมจากมอญมาโดยไม่รู้ตัว

ดังเช่นรูปร่างของเจดีย์ชเวซิกอง ก็มีรูปทรงระฆังคว่ำแบบมอญจนทำให้แขนงทางศิลปะที่เรียกว่า พุทธศิลป์ ในสกุลช่างพุกามเกิดขึ้นในประเทศพม่า “ชเวซิกอง” แปลว่า “เจดีย์ทองแห่งชัยชนะ” แต่การก่อสร้างองค์เจดีย์ไม่แล้วเสร็จจนกระทั่งมาสร้างเสร็จในรัชสมัยของพระเจ้าจันสิธา เมื่อปี พ.ศ. 1656 เชื่อกันว่าภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งรูปแบบสถาปัตยกรรมของพระเจดีย์ชเวซิกองนี้ต่อมาเป็นแบบอย่างของการสร้างเจดีย์ของประเทศพม่า ในยุคต่อๆ มา

ทุกครั้งที่ผมไปสถานที่แห่งนี้จะพบนักท่องเที่ยวและประชาชนพม่ามาสักการะ ณ สถานที่แห่งนี้พอๆ กัน และมีบรรยากาศเช่นเดียวกันกับมหาเจดีย์ชเวดากอง การมาท่องเที่ยวที่นี่ผมแนะนำให้มาตอนเช้า เพราะแสงแดดยามเช้าที่ทอดตัวลงมาจับที่องค์เจดีย์จะมีความสวยงามมาก สีของทองคำที่องค์เจดีย์จะมีสีที่สวยงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีที่ตัดกับท้องฟ้านะครับ และอยากแนะนำให้เดินรอบๆ องค์เจดีย์ก่อนนะครับ จะพบว่าสถาปัตยกรรมโดยรอบจะมีความละเอียดอ่อนช้อย เสาไม้ที่ใช้ทำเสาอาคารจะเป็นเสาไม้สักขนาดใหญ่ อายุน่าจะเก่าแก่อย่างมาก เจดีย์ชเวซิกองมีความมหัศจรรย์ตามความเชื่อที่มีมาแต่โบราณอยู่หลายประการนะครับ

ความอัศจรรย์ 9 ประการของพระมหาธาตุชเวซิกอง

1.ยอดพระเจดีย์ไม่มีการใช้เหล็กเสริม 2.กระดาษห่อแผ่นทองคำเปลวที่นำไปปิดส่วนยอดพระเจดีย์จะไม่ปลิวพ้นฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ 3.เงาพระเจดีย์จะไม่ล้ำออกนอกฐานสี่เหลี่ยมของพระเจดีย์ (ถ้าเงาล้ำออกไปถือว่าเป็นลางร้าย) 4.ภายในเขตองค์พระเจดีย์สามารถรองรับผู้แสวงบุญได้ไม่จำกัดจำนวน (ไม่เคยเต็ม) 5.มีการให้ทานด้วยข้าวสุกร้อนๆ ทุกเช้า (ไม่ว่าเราจะตื่นเช้าสักเพียงใด จะพบข้าวสุกในบาตรอยู่ก่อนหน้าเราเสมอ) 6.เมื่อตีกลองใบใหญ่จากด้านหนึ่งของพระเจดีย์จะไม่สามารถได้ยินเสียงกลองจากด้านตรงข้าม 7.แม้พระเจดีย์จะตั้งอยู่บนพื้นราบ แต่เมื่อมองจากภายนอกจะเกิดภาพลวงตาคล้ายพระเจดีย์ตั้งอยู่บนที่สูง 8.ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด จะไม่มีน้ำฝนขังอยู่ในอาณาเขตขององค์พระเจดีย์ 9.มีต้นพิกุล ซึ่งจะออกดอกตลอดทั้งปี (ปกติจะออกปีละครั้ง) 10.การชมภาพเงาสะท้อนในแอ่งน้ำขนาดเล็กๆ บริเวณแท่นสักการะจะเห็นความสวยงามของเงาองค์เจดีย์ได้อย่างมหัศจรรย์

สิ่งเหล่านี้เป็นความเชื่อและความศรัทธานะครับ

สำหรับท่านนักถ่ายภาพที่ต้องการถ่ายภาพนั้น สถานที่นี้จะมีนกพิราบอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้นเวลาที่จะถ่ายภาพก็อยากให้เอาอาการเคลื่อนไหวของนกพิราบที่กำลังแสดงอิริยาบถต่างๆ เช่น กำลังบินอยู่เหนือท้องฟ้าเป็นกลุ่มก้อน แต่อย่าให้จังหวะการบันทึกภาพที่ฝูงนกบินทับองค์เจดีย์นะครับ ให้ใช้ความเร็วชัตเตอร์เพื่อให้เห็นนกกำลังบินแบบที่แสดงความเคลื่อนไหว โดยอย่าใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงจนทำให้เห็นตัวนกคมชัดนะครับ ภาพจะดูแข็งกระด้างไป เพราะเรามีแบ็กกราวด์ที่เป็นเจดีย์ขนาดใหญ่อยู่แล้ว สุดท้ายก็อยากให้ลองถ่ายทั้งแบบย้อนแสงและตามแสงดูนะครับ แล้วพบกันนะครับขอบคุณครับ

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท