posttoday
‘ซึมเศร้า’ รักษาหายขาดได้

‘ซึมเศร้า’ รักษาหายขาดได้

16 มีนาคม 2556

จังหวะการเข้าทำของ “โรคซึมเศร้า” หนักหน่วงและรุนแรงขึ้นตามลำดับ

จังหวะการเข้าทำของ “โรคซึมเศร้า” หนักหน่วงและรุนแรงขึ้นตามลำดับ

ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบผู้ป่วยโรคซึมเศร้าทั่วประเทศแล้ว 1.5 ล้านคน

โรคซึมเศร้ามีโอกาสเกิดในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 2 เท่าตัว นั่นเพราะลักษณะทางชีวภาพของทั้งสองเพศแตกต่างกัน โรคนี้สามารถรักษาให้ “หายขาด” ได้ ด้วยการรับประทาน “ยา” ไม่ต้องกังวล

อย่างไรก็ตาม ความสูญเสียในชีวิตของผู้ป่วยกลับยังคงเพิ่มสูงขึ้น นั่นเพราะผู้ป่วยเข้าไม่ถึงการรักษา กรมสุขภาพจิต รายงานว่า มีผู้ป่วยเพียง 29% เท่านั้น ที่เข้ารับการรักษา เป็นเหตุให้อารมณ์หดหู่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ความเข้าใจร่วมของสังคมจึงควรเป็นไปในทิศทางที่ถูกควร นั่นคือโรคซึมเศร้าไม่ใช่โรคที่น่าอับอาย การรักษาไม่ยุ่งยาก เพียงรับประทานยาวันละ 1 เม็ด อาการก็จะดีขึ้นเองใน 2-4 สัปดาห์ แล้วรับประทานต่อเนื่องไปอีก 6 เดือน ก็จะกลายเป็นปกติ ที่สำคัญสามารถป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ โดยพบอาการกลับมาเป็นซ้ำประมาณ 20-30% เท่านั้น

สำหรับอาการของโรคซึมเศร้า จิตแพทย์ใช้เกณฑ์การวินิจฉัยจากกลุ่มอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 5 อาการ โดยอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นแทบทั้งวันและติดต่อกันไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ ได้แก่

1.มีอารมณ์เศร้าทั้งที่ตัวเองรู้สึกและคนอื่นสังเกตเห็น

2.ความสนใจในกิจกรรมปกติที่เคยทำลดลงหรือหมดลง

3.น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้น (มากกว่า 5% ต่อเดือน เบื่ออาหาร) 4.นอนไม่หลับ 5.ทำอะไรช้าเคลื่อนไหวช้าลง กระสับกระส่าย 6.เหนื่อยอ่อนเพลียหรือไม่มีแรง 7.รู้สึกตัวเองไร้ค่าหรือรู้สึกผิดมากเกินควร 8.สมาธิหรือความคิดความอ่านลดลง 9.คิดถึงเรื่องการตายอยู่ซ้ำๆ หรือคิดฆ่าตัวตาย

สาเหตุการเกิดโรคซึมเศร้า เช่น การเปลี่ยนแปลงของชีวเคมีในสมองที่ส่งผลต่อการแสดงอาการของโรคซึมเศร้า มีปัจจัยทางพันธุกรรมเอื้ออำนวย พบบ่อยในผู้ที่เจ็บป่วยด้วยโรคทางกายเรื้อรัง ผู้ที่ใช้สุราและสารเสพติด และผู้ที่ประสบกับวิกฤตของชีวิตที่ไม่สามารถจัดการได้อย่างถูกวิธี

การรักษาโรคซึมเศร้ามีอยู่ 2 วิธี 1.รักษาด้วยยา 2.รักษาทางจิตใจที่เรียกว่า “จิตบำบัด” วิธีการรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการซึมเศร้าและการตัดสินใจร่วมกันระหว่างผู้ป่วยและแพทย์ แต่การรักษาที่ดีที่สุด คือ การรักษา “2 แนวทางควบคู่กันไป” ดังนั้นผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์

ยาที่ใช้รักษาโรคซึมเศร้านั้นจะออกฤทธิ์โดยผ่านกลไกการปรับชีวเคมีในสมองให้สมดุล ผู้ป่วยบางรายอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อยจากการรักษาช่วงแรกการพูดคุยกับแพทย์ทำการรักษาเกี่ยวกับวิธีจัดการกับอาการข้างเคียงดังกล่าว จะช่วยให้อาการดังกล่าวทุเลาลงได้

การรักษาทางจิตใจได้รับการยอมรับในปัจจุบันมีหลายวิธี เช่น การปรับความคิดและพฤติกรรม เนื่องจากเราพบว่าผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่มักมีความคิดด้านลบส่งผลต่ออารมณ์เศร้าของตัวเอง นอกจากนี้การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็มีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้โรคซึมเศร้ากลับมาเป็นซ้ำได้เช่นกัน


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท