posttoday
Mind the Gap

Mind the Gap

14 มีนาคม 2556

โดย...ฟีลกู้ด

โดย...ฟีลกู้ด

เล่นเฟซบุ๊กให้ได้งาน


ใครบางคนบอกว่าโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ กูเกิลพลัส หากใช้ให้เป็นจะได้ประโยชน์มหาศาลอย่างนึกไม่ถึง แต่ถ้าใช้ไม่เป็นมันก็แค่ของเล่นที่ล่อให้เราติดกับงอมแงมกับเรื่องไร้สาระจนโงหัวไม่ขึ้นเท่านั้นเอง

สถานการณ์

ส้มโอ ชอบออนเฟซบุ๊กทิ้งไว้ระหว่างวันทำงาน บางทีก็เข้าไปหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์บ้าง แชตคุยติดต่อกับลูกค้าเรื่องงานบ้าง ส่องคนโน้นคนนี้แก้เซ็งบ้าง แต่ประสิทธิภาพในการทำงานยังดีเยี่ยมสม่ำเสมอ แถมยังนำเรื่องเจ๋งๆ แปลกๆ ใหม่ๆ จากเฟซบุ๊กมาต่อยอดให้กลายเป็นผลงานได้อย่างน่าชื่นชม

วันหนึ่งมีรุ่นน้องในแผนกเดียวกันมาถามว่าพี่มีวิธีเล่นเฟซบุ๊กยังไงให้สนุก แถมยังได้งานด้วย เพราะเธอออนเฟซบุ๊กทิ้งไว้ตลอดเช่นกัน แต่กลับกลายเป็นว่านั่งอ่านเรื่องไร้สาระ คุยกับเพื่อน จนไม่เป็นอันทำการทำงาน!!...งานนี้ ส้มโอเตรียมคำตอบเอาไว้แล้ว

ทางออก

อันดับแรก ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเป็นคนสมาธิสั้น กระเจิดกระเจิงฟุ้งซ่านง่าย ให้ปิดแชตก่อนเลย เนื่องจากถ้าคุณเปิดไฟเขียวว่าว่างในช่องแชต นั่นหมายถึงเป็นการเชื้อเชิญให้คนเข้ามาทักทายคุณทั้งวัน บ้างไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบ บ้างคุยเรื่อยเปื่อยไม่มีจุดหมาย บ้างขอความคิดเห็น ขอความช่วยเหลือ คำปรึกษา.. เพื่อนมาคุยด้วยทั้งที คุณจะปฏิเสธคงยาก

หรือถ้าคุณเป็นคนประเภทที่ใจแข็งพอ ไม่สนใจเสียงนกเสียงกา แต่ “ฉลาด” พอที่จะเลือกคุยเฉพาะกับลูกค้า หรือเพื่อนร่วมงาน คุยในหัวข้อเกี่ยวกับหน้าที่การงานจริงๆ เช่น ขอข้อมูล ติดต่อนัดหมาย แนะนำให้คำปรึกษาสั้นๆ ที่ไม่เป็นทางการนัก โซเชียลเน็ตเวิร์กจะเป็นเหมือนช่องทางลัด ช่วยประหยัดเวลาได้ดี

อีกประการหนึ่ง ควรเข้าเฟซบุ๊ก เพื่อจุดประสงค์ในการหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานจริงๆ ยกตัวอย่าง ถ้าคุณเป็นผู้สื่อข่าวกำลังมองหาประเด็นมาเขียนสกู๊ปสักชิ้น ลองไล่เปิดลิงก์น่าสนใจที่กำลังได้รับการกดไลค์ และแชร์ต่อกันเป็นทอดๆ คิด วิเคราะห์ดู น่าจะได้ประโยชน์ไม่น้อยเลย

นักศึกษาทำรายงานส่งอาจารย์เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม การเมือง สังคม ซาวด์เสียง เงี่ยหูฟังความคิดเห็นของผู้คนในโลกออนไลน์เกี่ยวกับกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ในขณะนั้น ก็ควรเข้าไปส่อง เข้าไปดู ทำความเข้าใจ เสร็จแล้วก็รีบล็อกเอาต์ออกจากเฟซบุ๊ก แล้วกลับมานั่งทำงานอย่างจริงๆ จังๆ

จำไว้ อย่าให้เพื่อนมาทำคุณเสียเวลาด้วยการแชตอันเปล่าประโยชน์ อย่าให้เพจไร้สาระต่างๆ มาดึงดูดคุณไปจากข้อมูลที่คุณค้นหา

เล่นให้เป็น สนุกแถมยังได้งานด้วย แต่ถ้าเล่นไม่เป็น เจ้านายคุณคงตลกไม่ออก แล้วสุดท้ายคุณก็คงไม่ต่างอะไรกับไอ้บ้าโซเชียลไร้สาระไปวันๆ ในสายตาเพื่อนร่วมงานคนอื่น

Ask the Expert

Q : เปิดสื่ออะไรให้เด็กดูได้บ้าง

A : พญ.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ให้คำแนะนำในเรื่องนี้ว่า เนื่องจากสมองของเด็กๆ ที่กำลังเติบโต เหมือนฟองน้ำที่พร้อมจะดูดซึมเรียนรู้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา ในชีวิตสังคมปัจจุบัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต ได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างมากต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ปัจจุบันมีงานวิจัยที่บอกถึงอิทธิพลของสื่อที่มีต่อเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่าผลกระทบของสื่อต่อเด็กขึ้นอยู่กับปริมาณ เวลาที่ดู อายุ บุคลิกภาพพื้นฐานของเด็ก รวมทั้งการนั่งดูอยู่คนเดียวหรือมีพ่อแม่ผู้ปกครองดูอยู่ด้วย และอีกปัจจัยที่สำคัญ คือ พ่อแม่คุยกับเด็กอย่างไร สอนเด็กอย่างไรเกี่ยวกับภาพที่เห็น

โดยเฉพาะสื่อที่มีเนื้อหาภาพการยั่วยุทางเพศ ซึ่งเด็กมักจะสนใจ อยากรู้ อยากเห็น เพราะเด็กตั้งแต่อนุบาลจนถึงประถม กำลังอยู่ในวัยที่กำลังเรียนรู้บทบาททางเพศของตนเอง ผ่านการเรียนรู้และเลียนแบบจากคนรอบข้าง สังคม สิ่งแวดล้อมรอบตัว เช่น เด็กๆ อาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า Sexy ยั่วยวน ว่าหมายถึงอะไร ท่าทางอย่างไร แต่สิ่งที่เด็กเห็นในสื่อ คือ การแต่งตัวและทำกิริยาท่าทางบางอย่าง ทำให้ได้รับความสนใจ ทำให้อาจเกิดการเลียนแบบเพื่อให้ได้ความสนใจได้

เราอาจแทรกการสอนเรื่องสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ เช่น การอยู่กันสองต่อสอง แต่งตัวล่อแหลม เด็กผู้ชายให้เกียรติผู้หญิง ไม่ฉวยโอกาส มีทักษะในการควบคุมตนเอง และเด็กผู้หญิง ให้เคารพตนเอง วางตัวแสดงออกให้เหมาะสม มีทักษะในการสื่อสาร รู้จักปฏิเสธ และให้เด็กรู้ว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่คุยกับผู้ใหญ่ได้ ไม่ใช่เรื่องผิดบาป ให้เด็กรู้สึกสบายใจ ที่จะคุยด้วย และให้เด็กได้เรียนรู้จากพ่อแม่ ดีกว่าไปเรียนรู้จากเพื่อนหรือคนอื่นนอกบ้าน ปลูกฝังทักษะในการคิดวิเคราะห์และทักษะชีวิตให้เด็กๆ มีภูมิต้านทานภายในตนเองด้วยค่ะ

(ใครมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ส่งอีเมลมาถามได้ที่ [email protected] เราอาสาจะไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ค่ะ)

He Said She Said

โจ้ ช่างภาพ

“ผู้หญิงสมัยนี้เขาเก่งนะครับ สามารถดูแลตัวเองได้ ทำอะไรเพื่อตัวเองได้โดยไม่ต้องมีเราคอยอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ในทางกลับกันผมว่าผู้ชายกับอ่อนไหวมากกว่า ยิ่งเวลาที่เธอห่างเหินมันยิ่งเหงาแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าลงทุกวัน”

ดา พยาบาล

“ดิฉันดูแลค้นไข้มาเยอะ เข้าใจหัวอกคนไข้ดี และก็ช่วยเหลือเรื่องจิตใจคนไข้ยามเขาท้อใจได้ดี แต่ในชีวิตจริงดิฉันกลับต้องดิ้นรนหาใครสักคนมาเคียงข้าง หนุ่มๆ ค่ะ อย่ามองว่าพยาบาลมีความสุขและไร้หัวใจนะค่ะ ดิฉันก็มีหัวใจและเหงาเป็น”

Quote

“คนที่สร้างสรรค์นั้น จะขับเคลื่อนด้วยความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จในเป้าหมายอะไรสักอย่าง ไม่ใช่ด้วยความประสงค์จะเอาชนะคนอื่นๆ”

ไอน์ รานด์ นักเขียนนิยาย/บทหนัง/บทละคร นักปรัชญาชาวรัสเซีย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง