
จาก “ฮีโร่” (ในสนาม) ข้ามมาเป็น “ดารา”
เรื่อง วิชช์ญะ ยุติ
อยู่ในสนามแข่ง เขาคือฮีโร่ อยู่นอกสนามแข่ง เขาคือดารา อันว่า
“ฮีโร่” มาเป็น “ดารา” ดูไปดูมาก็ท่าจะเป็นเรื่องชินชา พอดังปุ๊บราศีก็เปล่งปั๊บ โลกมายาอันหอมหวานพร้อมจะอ้าแขนรับทันควันยิ่งคนไหนเป็น
“นักกีฬา” ที่มีดีกรีแชมป์โลก การันตีได้เลยว่า ขยับเข้าใกล้ความเป็นซูเปอร์สตาร์กันเห็นๆ อืม...และยิ่งถ้าหล่อล่ำ โอ้...มีงานเข้า มีงานเข้า (ชัวร์ๆ) ละคราวนี้เราลองลิสต์รายชื่อ ตั้งแต่อดีตจวบปัจจุบัน ก็มีหนุ่มนักกีฬาพากันเข้าวินหลายคน
ต้นตำรับนักมวยสุดหล่อ เจ้าของฉายา
“เพชฌฆาตหน้าหยก” ลีลาโยกหลบหมัดเด็ดดวง ต้องเขาเลย “สามารถ พยัคฆ์อรุณ” หลังแขวนนวมเขาก็ก้าวสู่โลกมายาเต็มตัว สอบผ่านด้วยหน้าตาที่เป็นพระเอกได้สบายๆเอกลักษณ์ในน้ำเสียงเหน่อ ถูกชูเป็นจุดขาย กับอัลบั้ม
“ร็อคเหน่อๆ” ที่ฮิตระเบิดระเบ้อ เพราะเพลง “อ่อนซ้อม” อ่อนซ้อมมวยไปหน่อย อูย!!! อ่อนซ้อมรักไปหน่อยตามมาติดๆ ก็เป็นหนัง มีทั้ง
“สุริโยไท” “7 ประจัญบาน 2” “แซ่บ” “คนไฟบิน” “เวิ้งปีศาจ” แต่ที่ภูมิใจสุดๆ ก็คือ การคว้าตุ๊กตาทอง ปี 2534 สาขาดารานำชายยอดเยี่ยมจากหนัง “ขยี้” ทั้งๆ ที่หนังไม่ได้เข้าฉาย!แม้จะไม่ได้หล่อระดับพระเอก แต่แชมป์สมาคมมวยโลก
“เขาทราย แกแล็คซี่” ก็ยังได้เข้าวงการหลัง “แขวนนวม” จากอัลบั้มเพลง “ขอบคุณครับ” ตามด้วยหนังละครอีกเพียบ โดยเฉพาะบท “กะเทยควาย” ที่โดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องความไม่สมเกียรติแชมป์โลก แต่เขาทรายสนที่ไหน มันก็แค่ “การแสดง” หาใช่ “ชีวิตจริง” นี่“
สมรักษ์ คำสิงห์” ตามรุ่นพี่มาติดๆ ชนิดไม่หล่อแต่อร่อย ฮอตตั้งแต่ก่อนจะคว้าเหรียญทองโอลิมปิก แอตแลนตาเกมส์ เพราะปากที่ชอบคุยโว จนได้ฉายา “โม้อมตะ”ชิมลางละครเรื่องแรก
“นายขนมต้ม” ไม่ใช่จิ๊บๆ ขึ้นแท่นเป็นพระเอก เด็ดสุดยังโกอินเตอร์กับหนังฮอลลีวูดแบบไม่ได้โม้ Fearless ประกบ“หลี่เหลียนเจี๋ย” แถมด้วยหนังอินดีสัญชาติอังกฤษ Soi Cowboy อีกต่างหากฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกอีกราย
“สมจิตร จงจอหอ” หน้าตาไม่เกี่ยง แต่ลีลาจี๊ดๆ ต่างหากที่โดนใจ อัลบั้มเพลงลูกทุ่ง “นักรักสมัครเล่น” เปิดซิงรับเชิญละครซิตคอม “เทวดา...สาธุ” ละครเทิดพระเกียรติ พิธีกร (ไม่ประจำ) “เช้านี้ที่หมอชิต” กระทั่งถึงละครแอ็กชัน “เหนือเมฆ” ทางช่อง 3 ที่สมจิตรเรียกคะแนนนิยม ด้วยลุคดัดฟัน (!?!) หล่อเฟี้ยวอินเทรนด์ขึ้นมาเชียวที่โผล่มาให้เจอหน้าบ่อยๆ ก็นักขี่ม้าหน้าหวาน
“ปูไข่พงศ์สิริบันลือวงศ์” ที่คุณหนูบอยจับเข้าสังกัด ให้โชว์ฝีมือในละครหลังข่าวหลายเรื่อง ขนาดที่คนพานคิดไปว่าพ่อปูไข่จะเลิกขี่ม้า หันมาเอาดีทางการแสดงแล้วละมั้งนาทีนี้ถ้าไม่พูดถึง
“ภราดร ศรีชาพันธุ์” คงไม่ได้ ใครดู “บางระจัน 2” ต้องออกปาก “อือฮื้อล่ำจัง” ไม่บอกไม่รู้นะว่า นี่คือ (อดีต) นักเทนนิสมือ 9 ของโลกหนังพีเรียดฟอร์มยักษ์เป็นงานแสดงชิ้นแรกของซูเปอร์บอล หลังมีผู้จัดหลายค่ายตามจีบอยู่นาน ก็ยังไม่มีวี่แววว่า เขาจะกระโดดเข้าโลกมายา งานนี้นับเป็นเซอร์ไพรส์จริงๆ
“
เรื่องค่าตัวผมไม่สนเลยครับ พอได้รับการติดต่อมาปุ๊บ ผมก็ไม่ลังเลเลย ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเล่นหนังได้นะ แต่ด้วยความที่หนังมีความขลัง ผมจึงตัดสินใจไม่ยาก”ซูเปอร์บอลเล่าอย่างอารมณ์ดี และบอกอีกว่า บท
“นายมั่น” ไม่ง่ายสำหรับนักแสดงมือใหม่ แต่ความเป็นนักกีฬาช่วยเขาได้ในฉากแอ็กชันนักกีฬาที่ละสนามมามือถือไมค์ไฟส่องหน้า ยังไม่หมดเท่านี้ บางรายก็เข้ามาขำๆ เรื่องเดียวพอ เช่น วีรบุรุษเหรียญเงินโอลิมปิกคนแรก
“ขาวผ่อง สิทธิชูชัย” กับ “ขาวผ่อง เจ้าสังเวียน” หรือนักยิมนาสติก“อมรเทพ แววแสง” “รัตนาภรณ์ เข็มทอง” นักตะกร้อมาดเซอร์“โจ้หลังเท้าสืบศักดิ์ ผันสืบ” นักฟุตบอลระดับตำนาน “เดอะตุ๊กปิยะพงษ์ ผิวอ่อน” ก็เคยชิมลางการแสดงใน “เกิดมาลุย”นักเตะรูปหล่อ
“ลีซอธีรเทพ วิโนทัย” ก็มาแย็บๆ วงการด้วยการเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาก็เรียกเสียงกรี๊ดดดดถล่ม ขณะที่นักเพาะกายหญิงแกร่ง “รุ้งตะวัน จินดาซิงห์” พอหนัง “จีจ้า ดื้อสวยดุ” ออกฉายเธอก็ฮอตไม่เบาแต่ที่เข้าวงการได้ฮือฮาสุดๆ ขอยกให้สองนักมวยหล่อเท่
“ศิริมงคล สิงห์วังชา” กับ “วรพจน์ เพชรขุ้ม” ที่จู่ๆ ก็แจ้งเกิดด้วยการขอเปลื้องผ้าถ่ายนู้ดแบบดูมๆ ซะงั้นคอยจับตาดูกันให้ดีว่า นักกีฬาคนไหนจะก้าวมาเป็นดาวมายาคนต่อไป







