posttoday
@work

@work

11 มีนาคม 2556

โดย...อ.จ.ต.

โดย...อ.จ.ต.

เวลางานอย่าเก็บเรื่องอื่นมาครุ่นคิด

คุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบเอาเรื่องอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับงานมาสังกะตังพันกับงานไหม? เช่น ด่ากับสามีเพราะสามีไปมีกิ๊ก ลูกไปเที่ยวกับเพื่อนตอนดึกๆ คนในครอบครัวทะเลาะกัน ฯลฯ แล้วเก็บมาคิดจนไม่เป็นอันทำงาน

ถ้าใช่คุณคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคุณและงานของคุณ...คิดงานไม่ออกสมองตีบตัน สับสนว้าวุ่น ปวดหัว เครียด งานไม่เดิน โดนนายตำหนิ ฯลฯ ไม่เป็นผลดีทั้งสิ้น ผมมีทางออกเอาไปใช้ดูเผื่อช่วยได้

1.ช่างหัวมัน ปล่อยเรื่องพวกนั้นไว้ที่บ้าน วางให้ลง อย่าพกไปที่ทำงาน หนักสมองเปล่า ก่อนออกจากบ้านอย่าลืมปิดประตูบ้านให้แน่นเดี๋ยวมันจะกระโดดมาขึ้นรถด้วย กลับจากที่ทำงานแล้วค่อยมาชำระจัดการ

2.แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ จิตใจไม่พร้อมที่จะทำงานในวันนั้น ขอลาหยุดงานไปก่อน ไว้ให้จิตใจปกติเข้าที่เข้าทาง ไม่มีเรื่องอะไรรกสมอง ค่อยมาทำงาน 3.จำไว้ว่าการที่คุณจะจัดการกับเรื่องพวกนั้นๆ ได้คุณต้องมีสติสัมปชัญญะ นั่นหมายถึงคุณต้องใช้ทั้งสติและปัญญา คุณต้องมองไปข้างหน้า ณ ที่ทำงาน คุณมีงานที่ต้องทำให้สำเร็จและออกมาดีที่สุด เพื่อบริษัทและตัวคุณเอง

นอนเต็มที่ช่วยความจำดี

การนอนหลับสนิทและเต็มที่เสมือนเราได้ชาร์ตแบตเตอรี่ให้กับตัวเอง ถ้าแบตน้อยหรือแบตหมดเราจะรู้สึกเหนื่อยล้าและส่วนต่างๆ ของร่างกายจะทำงานช้าลงโดยเฉพาะสมองอย่างน้อยควรนอน 78 ชั่วโมง ถ้าให้ดีควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่มครึ่ง เพื่อร่างกายจะได้สดชื่นในวันรุ่งขึ้นและช่วยให้มีความจำดี กล่าวคือวันต่อมาคุณจะจำสิ่งต่างๆ ที่ควรเรียนรู้ในวันนั้นๆ ได้ดีและในวันต่อไปคุณจะทำได้เองโดยอัตโนมัติ

เมื่อขัดแย้งจะแก้อย่างไร

ความขัดแย้งในองค์กรกับเพื่อนร่วมงานไม่ใช่สิ่งที่พึงประสงค์ของนักทำงาน เพราะไม่มีใครอยากมีศัตรู ถ้ารู้ว่าตัวเองเกิดความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงานต้องรีบหาทางแก้ไข ถ้าปล่อยคาราคาซังระวังจะกลายเป็นคลื่นใต้น้ำก่อให้เกิดบรรยากาศไม่ดีในที่ทำงาน

เบื้องต้นใช้ “สันติวิธี” ดีที่สุด คือ ต้องคุยกันก่อนเพราะอะไรเธอจึงไม่ชอบฉัน แต่ก่อนคุยต้องเปิดใจกว้าง ในการคุยต้องมีเป้าหมายว่าจะคุยเพื่อฟื้นฟูสัมพันธภาพ มิใช่เพื่อชนะ ถ้าไม่เกิดผลให้ใช้วิธีการ “ให้” อันเป็นวิธีที่จะทำให้ศัตรูกลายเป็นมิตร แต่พยายามหาโอกาสที่เหมาะ สุดท้ายอะไรก็แล้ว “ให้ใจ” ไปเลย แผ่เมตตาให้เขา แล้วเมตตาจะค่อยๆ สลายความกระด้างของจิตใจเขาลง เมื่อนั้นจะรู้อานุภาพแห่งเมตตานั้นมีจริง


คาถาแห่งความสำเร็จ

คุณมีหรือยัง “คาถาแห่งความสำเร็จ” หรือที่เรียกว่า “อิทธิบาท 4” ถ้ายังไม่มีโปรดท่องจำให้ขึ้นใจแล้วนำไปใช้ในการทำงานและทุกเรื่องที่คุณอยากทำแล้วจะสำเร็จ 1.ฉันทะ พอใจรักใคร่ในสิ่งนั้น 2.วิริยะ เพียรพยายามในสิ่งนั้น 3.จิตตะ เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้นไม่วางธุระ 4.วิมังสา หมั่นพิจารณาไตร่ตรองในสิ่งนั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท