
คุณแม่บ้างาน! รับมืออย่างไรดี
โดย...คุณนายแจ๊ดแจ๊
โดย...คุณนายแจ๊ดแจ๊
Sittuation
ผู้รับหน้าที่เป็นทั้งคุณแม่และภรรยาเป็น “เวิร์กกิงวูแมน” ขนานแท้ ทำงานอย่างหนักเพื่อพิสูจน์ตัวเอง เมื่อคราวยังไม่แต่งงานแฟนหนุ่มเข้าใจดี แต่เมื่อใช้ชีวิตคู่และมีลูกแล้ว ภรรยาก็ยิ่งบ้างาน ทำงานหนักขึ้น เพราะตำแหน่งงานก้าวขึ้นสู่ผู้บริหาร ทำให้มีหน้าที่รับผิดชอบมากขึ้น รวมทั้งมีลูกน้องที่ต้องบริหาร เรื่องการทำงานเธอรับมือได้ดี ไม่มีปัญหา เพราะค่าที่เป็นผู้หญิงเก่ง แต่ในขณะเดียวกันลูกน้อยที่บ้านขาดการได้รับการดูแล บางครั้งอาจเกิดปัญหากระทบไปถึงลูก เช่น ลูกโดนเพื่อนแกล้ง และเรียนอ่อนในบางวิชา คุณแม่ควรฉุกคิดแล้วหันมาดูแลลูก โดยแก้ไขที่ตัวเองและให้ความสำคัญกับลูกมาก
สถานการณ์ ปกติผู้ที่ไปรับลูกสาว คือ คุณยาย หรือไม่ก็สามี แต่วันนั้นคุณยายไปนั่งวิปัสสนาที่วัด ครั้นจะให้แม่บ้านหรือพี่เลี้ยงเด็กไปรับก็ลากลับต่างจังหวัด ส่วนสามีก็เดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ หน้าที่รับลูกจึงต้องเป็นของคุณแม่ แต่คุณแม่ดันลืมไปรับลูกสาววัย 7 ขวบ จนลูกสาวโดนเพื่อนหัวโจกในโรงเรียนแกล้ง คุณแม่จะทำอย่างไรดี
วิธีแก้ ปัญหาแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้สำหรับคนทั่วๆ ไป ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ให้อภัยกันได้ แต่ต้องหาวิธีแก้ไม่ให้เกิดซ้ำ นั่นคือ นอกจากตัวเราต้องมีระบบการเตือนตัวเองที่ดี เช่น จดโน้ตเตือนความจำ วันนี้ต้องไปรับลูก ถ้าสมมติกลัวลืมอีก หากมีเลขาฯ ก็ให้เลขาฯ ช่วยเตือน หรือไม่ก็ใช้เทคโนโลยีช่วยเตือนก็ได้ นี่คือการแก้ไขที่ตัวเรา ส่วนในกรณีลูกวัย 7 ขวบ ถือว่าโตระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเด็กเห็นว่าผู้ใหญ่ผิดเวลา เด็กจะต้องหาวิธีติดต่อกับผู้ใหญ่ด้วยการเดินไปบอกคุณครูให้ช่วยติดต่อพ่อแม่ เมื่อพ่อไม่อยู่ให้โทรหาแม่ ก็จะช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อ กรณีเพื่อนแกล้ง ถ้าตัวเด็กเอง เพื่อนแกล้งต้องรู้จักหลบหลีกเพื่อนที่เกเร รู้จักเอาตัวรอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ปกครองต้องสอนลูก ถ้าเพื่อนเกเรอย่ายุ่งกับเขา อยู่ให้ห่าง ถ้ารู้สึกกลัวไม่ปลอดภัย ให้อยู่ใกล้คุณครูเอาไว้ เป็นต้น
สถานการณ์ คุณแม่ไม่มีเวลาพาลูกไปติวหนังสือ และพบว่าลูกเรียนอ่อนในบางวิชา
วิธีแก้ ถึงแม้แม่จะไม่มีเวลาติวหนังสือให้ลูก แต่แม่จะต้องนำผลการเรียนของลูกมาวิเคราะห์ จุดแข็งและจุดอ่อนของลูก ต้องส่งเสริมและแก้ไขตรงจุดไหนบ้าง ถ้าแม่ไม่มีเวลาจริงๆ ต้องปรึกษาคุณครูที่โรงเรียน สมมติลูกอ่อนวิชาคณิตศาสตร์ ก็ต้องปรึกษาครูคณิตศาสตร์ เพื่อมีการสอนพิเศษหลังเลิกเรียน หรือขอแบบฝึกหัดเสริมบทเรียนให้ลูกมาทำที่บ้าน แม้คุณแม่ไม่ว่าง แต่การสอนการบ้านใช้เวลาไม่มาก อาจให้คุณย่าสอนหรือคุณพ่อสอนก็ได้ เพื่อให้เด็กได้ทบทวนและเน้นให้เด็กเข้าใจ เน้นทำบ่อยๆ ทำซ้ำๆ ก็จะดีขึ้น อีกกรณีหนึ่งถ้าแม่ไม่มีเวลาพาลูกไปโรงเรียนสอนพิเศษ ควรจ้างครูมาสอนที่บ้าน แม้เสียค่าใช้จ่ายสูงหน่อย แต่ก็คุ้ม เพราะเด็กถ้าอ่อนไม่ควรไปเรียนข้างนอก เพราะเรียนข้างนอกก็คือ การกวดวิชาสำหรับเด็กเก่ง มีการสอนแบบเข้มข้น เด็กอ่อนเหมาะกับเรียนตัวต่อตัวมากที่สุด
สถานการณ์ ผู้หญิงบ้างานมีความเครียดต่อเนื่อง กลับบ้านก็ยังนำความเครียดนั้นกลับมาบ้านด้วย ลูกน้อยเข้ามาเล่นด้วยก็ดุลูก ทำให้ลูกกลัวการเข้าใกล้แม่ ทำให้ความสัมพันธ์แม่ลูกหายไป
วิธีแก้ไข จริงๆ ผู้หญิงต้องรู้จักแบ่งเวลาและบริหารเวลา โดยปกติเวลางานเริ่ม 08.0017.00 น. ณ ช่วงเวลางานทำงานก็ควรทุ่มเททำให้เต็มที่ จัดสรรเวลาอย่างเป็นระบบ แก้ไขงานอย่างถูกจุด แต่ถ้างานมากเกินไปจนล้นมือ ต้องหาผู้ช่วย เพื่อให้เราทำงานได้พอเหมาะ ไม่ใช่งานเยอะเกินแรงของเรา ผู้บริหารที่ดีต้องรู้จักแบ่งกระจายงานออกไปบ้าง พอเราจัดสรรเวลาได้ทุกอย่างลงตัว เราก็จะลดความเครียดของตัวเองได้ และมีเวลามากขึ้น เมื่อกลับไปบ้านความเครียดก็จะลดลง สามารถที่จะรีแลกซ์กับครอบครัว มีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้น ฉะนั้นผู้หญิงทำงานจะต้องบาลานซ์เวลาทำงานกับครอบครัวให้ได้ ที่สำคัญควรมีเวลาให้กับตัวเองและดูแลตัวเองด้วย หาเวลาบำบัดจิตใจตัวเอง เช่น เสริมสวย ทำผม สปา ช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้า ผู้หญิงจึงจะเรียกว่า มีความสุขอย่างแท้จริง
Ask the Expert
Q ขอเคล็ดลับช่วยลูกไม่ให้ฉี่รดที่นอนค่ะ?
A. พญ.เสาวนีย์ พิชัยรักษ์พร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) แนะนำว่า ภาวะปัสสาวะรดที่นอนนั้นส่วนมากจะหายได้เองเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ปัญหาดังกล่าวนั้นส่งผลกระทบทั้งต่อเด็กและครอบครัว ฉะนั้นเด็กที่มีปัญหานี้จึงจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ โดยวิธีการรักษาประกอบด้วย การให้ความรู้แก่ผู้ปกครองว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องของพัฒนาการในการควบคุมการขับถ่าย โดยจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น เด็กไม่ได้แกล้งทำหรือจงใจทำ ฉะนั้นจึงไม่ควรลงโทษตำหนิ ล้อเลียน แต่ควรแสดงความเข้าใจและเป็นกำลังใจ สนับสนุนในการรักษาของเด็ก การปรับพฤติกรรมโดยใช้แรงจูงใจทางบวก คือ มีการทำข้อตกลงเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กจะได้รับเมื่อไม่ปัสสาวะรดที่นอน รวมทั้งสิ่งที่เด็กจะต้องปฏิบัติถ้าปัสสาวะรดที่นอน โดยให้สอดคล้องกับความสามารถของเด็ก เช่น เด็กจะได้ Sticker ติดในปฏิทินเพื่อสะสมแลกรางวัลในวันที่ไม่ได้ปัสสาวะรดที่นอน แต่ถ้าปัสสาวะรดที่นอนก็ต้องเก็บผ้าปูที่นอนแล้วเปลี่ยนเอง
การใช้เครื่องปลุกเตือนปัสสาวะรด ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน คือ จะติดเครื่องมือซึ่งเป็นเครื่องที่มีขั้วไฟฟ้าติดไว้กับกางเกงในของเด็ก เมื่อปัสสาวะมาถูกขั้วไฟฟ้าจะทำให้มีสัญญาณดังขึ้น ปลุกเด็กตื่น การรักษาให้ได้ผลนั้นจะต้องใช้เครื่องมือนี้เป็นประจำสม่ำเสมอติดต่อกันเป็นเวลา 35 เดือน และหยุดใช้ได้เมื่อเด็กสามารถควบคุมไม่ให้ปัสสาวะรดได้ประมาณ 1 เดือน ในประเทศไทยเครื่องมือดังกล่าวยังใช้ไม่แพร่หลาย อีกทั้งมีราคาค่อนข้างสูง
ปรับอาหารและเครื่องดื่ม โดยปรับให้เด็กดื่มน้ำมากขึ้นในช่วงเช้าถึงบ่าย และลดการดื่มน้ำในช่วงเย็น โดยเฉพาะช่วง 2 ชม. ก่อนเข้านอนควรมีการจำกัดปริมาณน้ำ และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของกาเฟอีน แอลกอฮอล์ สุดท้ายการใช้ยา ซึ่งจะเลือกใช้วิธีนี้ในกรณีที่เด็กไม่ได้อยู่บ้าน ต้องไปอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น เช่น เด็กไปเข้าค่าย คือ ยากินแบบเม็ด และยาพ่นจมูก ซึ่งการเลือกใช้นั้นขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์
(ใครมีปัญหาด้านความสัมพันธ์ ส่งอีเมลมาถามได้ที่ [email protected] เราอาสาจะไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาให้ค่ะ)
He Said/She Said
โจ๊ก ช่างซ่อมเครื่องยนต์
“ผมว่าผู้หญิงก็เหมือนกับเครื่องยนต์ ที่ต้องมีวันชำรุดและสึกหรอ ดังนั้นผมว่าผู้ชายควรจะดูแลพวกเธอให้ดีๆ เอาใจใส่เธอให้เหมือนกับเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ของเธอจะได้อยู่เคียงข้างเราไปอีกนานๆ ไงครับ”
ก้อย พนักงานต้อนรับ
“เสน่ห์ของผู้ชาย ดิฉันว่าน่าอยู่ที่คำพูดคำจา ต้องแลดูนุ่มนวล ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่น ไม่ใช่เอะอะ โวยวาย ดิฉันว่าผู้หญิงคนไหนได้ยินก็ฝ่อหมดล่ะค่ะ (หัวเราะ)”
Quote
“ฉันมักจะทดลองทำ/ใช้สิ่งต่างๆ สัก 1 ครั้งในชีวิต และจะลองทำ/ใช้เป็นครั้งที่ 2 ถ้าฉันชอบสิ่งนั้น บางอย่างก็อาจจะต้องทำ/ใช้เป็นครั้งที่ 3 เพื่อที่จะย้ำว่า เป็นสิ่งที่ชอบจริงๆ”
เม เวสต์ นักแสดงดังอเมริกัน เซ็กซิมโบลแห่งทศวรรษ 1940-1950







