
@Life
โดย...อ.จ.ต.
โดย...อ.จ.ต.
มือถือคุยนานทำลายสุขภาพ
ทุกวันนี้เวลาไปไหนมาไหนสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ตลอดคือ คนใช้โทรศัพท์มือถือไม่แนบอยู่ที่หู ก็อยู่ในมือ กดจิ้มกันใหญ่เลย ไม่ว่าจะอยู่บนรถไฟฟ้า รถเมล์ ป้ายรถเมล์ บนเรือ ห้างสรรพสินค้า ฯลฯ ทว่าแม้โทรศัพท์มือถือจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตมากมาย แต่หากใช้จนเกินพอดีหรือไม่รู้จักใช้ก็ทำร้ายสุขภาพของเราได้ เนื่องจากเวลาคุยโทรศัพท์มือถือคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือรังสีไมโครเวฟ จะถูกปล่อยออกมาทำให้เกิดความร้อนและทำร้ายเซลล์ภายในเนื้อเยื่อบริเวณหู ตา และสมองได้
ผลกระทบในระยะสั้นจะทำให้เกิดอาการปวดหู ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว มึนงง ขาดสมาธิ เครียด เนื่องจากระบบพลังงานในร่างกายถูกรบกวน แต่ระยะยาวอาจทำให้ความจำเสื่อม เพราะเนื้อเยื่อถูกทำลายและอาจเกิดมะเร็งสมองได้
โฮ้โฮ....น่ากลัว! คนที่เสพติดมือถือประเภทคุยนานและคุยแบบแนบหูทุกวัน ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่แล้วล่ะ โดยต้องมีสติและตระหนักในการใช้โทรศัพท์ทุกครั้ง เพราะบางครั้งบางทีก็คุยเพลินจนวางสายไม่ลง และผมมีวิธีในการป้องกันภัยจากการใช้โทรศัพท์มาฝาก ลองเอาไปใช้ดู
1.ไม่ควรใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานาน
2.หากจำเป็นต้องคุยนานก็ให้สลับหูซ้ายขวา
3.ใช้สมอลทอล์กแทนการถือโทรศัพท์แนบหู เพื่อให้โทรศัพท์อยู่ห่างจากศีรษะอันจะช่วยลดการรับคลื่นที่เป็นอันตรายต่อสมองได้
4.เวลานอนควรวางโทรศัพท์ห่างจากเตียงนอนและหลีกเลี่ยงการวางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอนหรือใกล้บริเวณศีรษะ
เด็กต่ำกว่า 2 ปี ห้ามใช้มือถือ!
ถึงคราวเด็กๆ บ้าง พ่อแม่ที่ชอบให้ลูกใช้โทรศัพท์มือถือโทรไปโน่นไปนี่ หรือชอบวางโทรศัพท์มือถือใกล้มือลูกที่ยังเล็กๆ หรืออยากจะให้ลูกสัมผัสกับเทคโนโลยีใหม่ขอให้เลิกพฤติกรรมที่ว่าได้เลย รู้ไหมว่า...การใช้โทรศัพท์มือถือในเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 10 ขวบ จะมีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสามารถผ่านกะโหลกศีรษะของเด็กเข้าสู่เนื้อเยื่อสมองได้ลึกกว่าของผู้ใหญ่ ยิ่งเด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ขวบด้วยแล้ว ห้ามเด็ดขาดนะครับคุณแม่!
จิปาถะแห่งการผ่อนคลาย
ในแต่ละวันของคนเรามักจะมีเรื่องราวต่างๆ มากน้อยเข้ามากระทบจิตใจ ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว เศร้าหมอง เครียด ไม่แจ่มใส หากไม่มีการระบายออกก็จะเกิดความเครียดสะสมได้ การหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำ เช่น ฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬา ปั้นจักรยาน ท่องเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัวช่วยได้เยอะ
ยิ้มคือพลังแห่งชีวิต
รอยยิ้ม...ที่ไม่ได้มาจากการแสยะยิ้ม หรือยิ้มเจื่อนๆ หรือฝืนยิ้ม แต่เป็นยิ้มกว้าง ยิ้มหวาน ยิ้มสวย ยิ้มมีเสน่ห์ หรือยิ้มออกมาจากข้างใน จัดเป็นรอยยิ้มที่สร้างพลังชีวิตมหาศาล ว่าแต่ใครที่เป็นเสือยิ้มยาก วันๆ ไม่เคยยิ้มให้ตัวเอง ไม่เคยยิ้มให้คนรอบข้าง ต้องฝึกยิ้มเข้าไว้ เช่น ยืนหน้ากระจกยิ้มให้กับตัวเอง เห็นคนรู้จักก็ส่งยิ้มให้ไม่ต้องรอเขาส่งยิ้มก่อน เมื่อฝึกยิ้มบ่อยๆ คราที่เราเผชิญกับปัญหาหรือความยากลำบากรอยยิ้มนี่แหละจะทำให้มีกำลังฟันฝ่าปัญหาและอุปสรรคได้ง่ายขึ้น เอ้า...หนึ่ง สอง สาม ยิ้ม!!







