
ตรวจค้นไม่มีหมาย รู้ได้ไง ตำรวจจริง?
ตำรวจกับชาวบ้านเหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกันเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่อง
ตำรวจกับชาวบ้านเหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกันเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่อง
เรื่อง ไซเรน
ตำรวจกับชาวบ้านเหมือนลิ้นกับฟัน กระทบกันเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่อง
ยิ่งหากเกี่ยวพันกับยาเสพติดแล้ว การทำงานของตำรวจก็ยิ่งลำบาก เพราะหลายต่อหลายครั้งการดำเนินการเข้าจับกุมเป็นไปด้วยความยากลำบาก และสุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกับผู้ค้ายา
กรณีของ เอม “เจษยา เวียงเกตุ” นักแสดงสาวของค่ายกันตนา ที่ถูกกลุ่มตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกับพลเรือนรวม 5 คน รีดทรัพย์และลวนลาม
ตำรวจชั้นประทวน 3 นายจากกองปราบฯ กับสายสืบให้การว่า ติดตามพฤติกรรมนักแสดงสาวรายนี้มาได้ระยะหนึ่ง กระทั่งสืบทราบว่าเอมกับเพื่อนๆ จะมีปาร์ตี้ยาเสพติดกันที่ห้องพัก จึงพากันตามไปเพื่อจะจับกุม
“พอเอมลงมาจากห้องจึงเข้าควบคุมตัว พากดลิฟต์ขึ้นไปที่ห้องพักชั้น 8 ก่อนจะเคาะประตูเรียกให้คนข้างในเปิดห้อง พอเข้าไปพบว่าทั้งหมดกำลังมั่วยาเสพติดกัน ไม่ได้เล่นไพ่ตามที่ เอม เจษยา ให้การ และขอยืนยันว่าไม่ได้ลวนลามกระทำอนาจารแต่อย่างใด เมื่อได้ทรัพย์สินแล้วจึงพากันหลบหนีไป” หนึ่งในผู้ต้องหาให้การ
ด้าน เอม เจษยา กล่าวหลังเกิดเหตุว่า “รู้สึกว่าตัวเองถูกปล้น แต่พอมีคนร้ายมามอบตัวกลับให้การกล่าวหาว่าค้ายาเสพติด หนูโกรธมาก เพราะเป็นเรื่องเท็จทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ ยืนยันว่าหนูบริสุทธิ์ และได้ปรึกษากับพ่อและทนายความเพื่อจะแจ้งความกลับต่อกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดที่ให้การเท็จว่าหนูค้ายาเสพติด”
ข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายจะเป็นอย่างไร ไม่นานคงคลี่คลาย
แต่กรณีตำรวจเข้าตรวจค้นโดยไม่มีหมายค้นจากศาล เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง
อีกกรณีหนึ่งผู้เสียหายร้องเรียนว่า ตำรวจจะขอเข้ามาค้นห้อง แต่ตำรวจ สน.วัดพระยาไกร กลับถามผู้เสียหายรายนี้ว่าเคาะห้องผิดรึเปล่า
“ชายกลุ่มใหญ่อ้างตัวว่าเป็นตำรวจจะขอเข้ามาค้นห้อง ข้างในห้องมีเพียงน้องชายของฉัน อายุ 17 ปี เมื่อไม่มีบัตรตำรวจ ไม่มีหมายค้น เป็นคุณจะให้เข้าห้องมั้ย แค่นี้ยังแจ้งข้อหาบุกรุกไม่ได้เหรอ ต้องรอให้เค้าเข้ามาซ้อมน้องฉันก่อนเหรอ” ผู้เสียหายรายนี้ กล่าว
ผู้เสียหายรายนี้ได้นำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอแสดงต่อพนักงานสอบสวน แต่ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ไม่ให้ความร่วมมือในการรับแจ้งความ
ภาษิตกฎหมายบอกว่า ปล่อยคนผิด 10 คน ดีกว่าจับผู้บริสุทธิ์เพียงคนเดียว ก็เพื่อรักษาเจตนารมณ์กฎหมาย ซึ่งบัญญัติขึ้นเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพมิให้ผู้ใดล่วงละเมิด ไม่ว่าโจรหรือตำรวจ
นี่จึงไม่ใช่เรื่องที่ทุกฝ่ายจะยังนิ่งเฉย แต่ต้องค้นหาความจริง
&<2288;
&<2288;







