posttoday

ชวิน เงินชูกลิ่น สายเลือดบรมครูสถาปัตยกรรมไทย

02 มีนาคม 2556

ถ้ามองจากใบหน้า และบุคลิกรูปลักษณ์ภายนอก ชวิน เงินชูกลิ่น ถ่ายสำเนาถูกต้องถอดแบบมาจากคุณพ่อ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ทุกประการ

ถ้ามองจากใบหน้า และบุคลิกรูปลักษณ์ภายนอก ชวิน เงินชูกลิ่น ถ่ายสำเนาถูกต้องถอดแบบมาจากคุณพ่อ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ทุกประการ

โดย...ปอย

ถ้ามองจากใบหน้า และบุคลิกรูปลักษณ์ภายนอก ชวิน เงินชูกลิ่น ถ่ายสำเนาถูกต้องถอดแบบมาจากคุณพ่อ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ทุกประการ

หลังจากผู้เป็นบิดาเข้ารับการรักษาตัวด้วยโรคมะเร็งตับ ที่โรงพยาบาลศิริราช ชวิน บุตรชายคนโตของครอบครัวเพิ่งเดินทางกลับจากสหรัฐอเมริกา เพื่อมาดูแลบิดาได้เพียง 2 วัน ผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวก็จากไปอย่างสงบ เมื่อเวลา 05.40 น.ของวัน 17 ก.พ.ที่ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาตัวมาอย่างต่อเนื่อง สิริอายุ 71 ปี และได้รับเกียรติยศสูงสุดเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโกศ 8 เหลี่ยม ในฐานะศิลปินแห่งชาติผู้เป็นบรมครูสถาปัตยกรรมไทย

หลายคนตั้งคำถามกับเขาว่า คุณพ่อได้ฝากฝังอะไรไว้บ้าง? ทายาทศิลปินแห่งชาติกล่าวว่าถ้าในส่วนการสืบทอดงานจากพ่อ ความที่ตัวเองเป็นสถาปนิกร่วมสมัยจึงเป็นคนละขั้วกับคุณพ่อโดยสิ้นเชิง เรื่องนี้คุณพ่อจึงไม่ได้ฝากอะไรไว้มากนัก แต่ในฐานะลูกชายคนโต ก็เป็นที่รู้โดยหน้าที่ว่าต้องดูแลคุณแม่โสมสุดา และน้องชายวทนะ ให้ดีที่สุด

ชวิน วัย 35 ปี ทำงานเป็นสถาปนิกในบริษัทสมอลล์วูด เรย์โนลด์ส สจวร์ต สจวร์ต แอนด์ แอสโซซิเอตส์ และกำลังปริญญาโทอยู่ที่ อินสติติวต์ ออฟ เทคโนโลยี จอร์เจีย สหรัฐอเมริกา

“ผมอยู่อเมริกา 6 ปีแล้วครับ และช่วงที่คุณพ่อเริ่มป่วยตั้งแต่ปลายปี 2554 ซึ่งระหว่างนั้นผมก็กลับเมืองไทยมา 3-4 ครั้ง กลับมาบวชและแต่งงานเพื่อให้ท่านสบายใจ ในช่วงแรกการรักษาแน่นอนครับว่าครอบครัวเราย่อมมีความหวัง แต่ความที่ท่านก็ทำงานหนักมาโดยตลอดจึงมีโรคแทรกซ้อนเข้ามา ทำให้การรักษายากขึ้น

ในช่วงปีใหม่ปีนี้ผมกลับจากอเมริกามาอยู่ดูแลท่าน และสิ่งสุดท้ายที่ท่านได้ฝากไว้สั้นๆ แต่จริงจังคือ คำกล่าวที่ท่านบอกว่าคนเราขออย่าทำชั่ว เพียงแค่นี้ก็จะมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งผมคิดแค่นี้ก็ครอบคลุมชีวิตของคนเราได้ทั้งหมดแล้วนะครับ และผมก็ยึด 3 คำที่ว่าอย่าทำชั่วนี้ไว้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตมาโดยตลอด” ชวิน เล่าด้วยสีหน้าที่ยังไม่คลายความเศร้า ในช่วงวันสวดพระอภิธรรมศพ พล.อ.ต.อาวุธ ในพระบรมราชานุเคราะห์ 7 วัน ณ ศาลากลางน้ำ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมไว้อาลัยเป็นจำนวนมาก

“คุณพ่อคือ ผู้ให้คำปรึกษามาตลอดเลยครับ ตั้งแต่เรื่องเรียนที่ท่านแนะนำให้เลือกทั้งสถาปัยกรรมไทย และสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ไปจนถึงการทำงานที่เมื่อผมบอกท่านว่าอยากไปลองหาประสบการณ์ในเมืองนอก ท่านก็สนับสนุน ท่านให้อิสระลูกเต็มที่ไม่เคยชี้นำว่าต้องเป็นสถาปนิกอะไรเลยนะครับ แต่เผอิญว่าผมก็ชอบงานที่ทำอย่างมาก ในช่วงเอนทรานซ์คณะอันดับ 1 ด้านสถาปัตยกรรมไทย ผมจึงเลือกคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร แต่ในที่สุดก็มาติดคณะสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นการเรียนด้านสถาปัตยกรรมร่วมสมัย ท่านก็ให้กำลังใจลูกเต็มที่

สิ่งที่ผมเห็นท่านเป็นแบบอย่างมาโดยตลอด คือ พ่อเป็นคนขยันมาก กระทั่งวันเสาร์-อาทิตย์ ก่อนจะเป็นเวลาของครอบครัวพ่อจะต้องพาลูกๆ ไปตรวจไซต์งานอย่างน้อยก็ 30 นาทีก่อน ผมติดตามคุณพ่อไปเที่ยวไซส์งานตั้งแต่ 6-7 ขวบ ทั้งศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว ผมมีคำถามกับท่านมาโดยตลอดครับ เช่น ประตูทำไมต้องมียักษ์ มีเทวดา? แม้เป็นคำถามเด็กๆ ท่านก็ไม่เบื่อที่จะอธิบาย (เล่าพร้อมรอยยิ้มบางๆ ติดริมฝีปาก) จึงเป็นการซึมซับ และผมคิดว่าก็น่าจะเป็นงานที่เราทำได้ดีและอยากจะทำงานสถาปัยกรรมไทย เพราะได้เห็นการทำงานของท่านสนุกขึ้นเรื่อยๆ เลยนะครับ มีการประยุกต์นำของเก่าและใหม่มาสร้างสรรค์งานอยู่เสมอในงานของท่าน ยกตัวอย่างเช่นการเลือกใช้วัสดุที่จำเป็นต้องเป็นในรูปแบบดั้งเดิม คานเหล็กทดแทนไม้ โดยมีเหตุผลในการลดต้นทุน และการเฟ้นหาช่างไม้โบราณเป็นเรื่องยากมากในยุคสมัยนี้ นี่คือแนวทางการออกแบบของคุณพ่อที่ปรับให้เข้ากับสมัยใหม่ และคงความเป็นเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมไว้ให้ได้” ชวิน บอกเล่าด้วยบุคลิกเรียบง่าย

งานชิ้นสุดท้าย พล.อ.ต.อาวุธ รับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ออกแบบพระเมรุ ในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ ท้องสนามหลวง

“ช่วงเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว คุณหมออนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ท่านก็ยังไปตรวจไซส์งานอยู่เสมอๆ และในช่วงนอนโรงพยาบาลก็มีลูกศิษย์ลูกหานำงานมาให้ตรวจถึงเตียงคนไข้ ผมจำได้ว่าท่านบอกว่างานออกแบบพระเมรุไม่ใช่งานที่อยากทำเลย เพราะหมายถึงการจากไปของพระบรมวงศ์ที่สำคัญ แต่เมื่อได้ทำก็ต้องทำให้เต็มกำลังที่สุด เพราะเป็นเรื่องน่าภาคภูมิใจที่ผู้ทรงตรวจงานสุดท้ายคือ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

คุณพ่อบอกกับผมเสมอกว่าคนทำงานสถาปัตยกรรมไทย มีน้อย แต่มีครั้งหนึ่งที่ท่านมีโอกาสไปทำงานให้กับ ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ช่วงที่เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้เห็นว่ามีบุคลากรด้านนี้น้อยมาก และรัฐบาลนั้นได้สนับสนุนให้เกิดคณะศิลปกรรม จุฬาฯ ที่มีภาควิชาศิลปกรรมไทย คุณพ่อก็ได้ไปสอนที่นี่ซึ่งเป็นงานที่ท่านมีความสุขมาก งานสถาปัตยกรรมไทยเป็นงานที่หนักมากครับ พูดให้มองเห็นภาพง่ายๆ ก็คือออกแบบวัด กับออกแบบบ้าน อย่างแรกต้องยากกว่าแน่นอน แต่สิ่งที่ท่านสั่งสอนลูก และลูกศิษย์อยู่เสมอก็คือ ถ้าเราทำอะไรที่ชอบ และขยัน ทำอะไรยากแค่ไหนก็ประสบความสำเร็จ”

ในต้นปีหน้า ชวิน บอกว่าคงได้กลับมาอยู่เมืองไทยถาวร เจ้าตัวเปิดเผยว่า ระหว่างเขากับคุณพ่อยังมีสิ่งที่ยังไม่ได้ทำร่วมกันอีก 1 อย่างเพราะด้วยเหตุผลของการงานที่ได้กลายส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตของพ่อไปโดยปริยาย

“อย่างที่ผมบอกครับว่าท่านยังทำงานอยู่ตลอดเวลาแม้บนเตียงคนไข้ แล้วในกลางปีนี้ ผมก็ได้พูดกับท่านว่าจะไปดูเทนนิสยูเอสโอเพ่นด้วยกัน ท่านชอบเทนนิสมากแต่ก็บ่ายเบี่ยงเพราะยุ่งเรื่องงานตลอดเวลา นี่คงเป็นสิ่งเดียวที่ผมรู้สึกเสียดายว่าไม่ได้ทำให้ท่านนะครับ แต่ก็เห็นใจท่านว่างานตรงนี้ทำอย่างไรก็ไม่รู้จบ ผมยังจำภาพ 2 วันก่อนท่านเสีย ลูกศิษย์นำแบบมาให้ท่านดูก็ยังตรวจชี้โน่นนี่อยู่เลยครับ” ชวิน กล่าวทิ้งท้าย และนี่คือภาพสุดท้ายของพ่อผู้จริงจัง จริงใจกับการงานที่อยู่ในความทรงจำของลูกเสมอ.

พระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ ท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นใหญ่ในช่วงที่เจ็บป่วย และท่านทุ่มเทสุดชีวิตเป็นงานสุดท้าย

 

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เชลซี พบ พอร์ท เวล ฟุตบอลเอฟเอคัพ วันนี้ 4 เม.ย.69