
เลือกใช้บัตรเครดิตให้สมวัย
ปัจจุบันบัตรเครดิตมีมากมายหลายแบบ มีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กันไป เพื่อเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ปัจจุบันบัตรเครดิตมีมากมายหลายแบบ มีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กันไป เพื่อเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
ปัจจุบันบัตรเครดิตมีมากมายหลายแบบ มีการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ กันไป เพื่อเจาะลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันของคนแต่ละวัย จะบอกถึงความนิยมในการถือบัตรเครดิตที่เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด
คนที่เพิ่งเริ่มทำงาน และโสด อายุยังไม่ถึง 40 ปี การจะถือบัตรเครดิตสักใบ จะเน้นการตอบสนองการใช้จ่าย เป็นเครดิตที่ให้ส่วนลดสำหรับการท่องเที่ยว สะสมไมล์เพื่อแลกเป็นตั๋วเครื่องบิน การรับประทานอาหารนอกบ้าน เติมน้ำมัน ส่วนลดในห้างสรรพสินค้า และร้านค้าต่างๆ
ที่เป็นเช่นนี้ เพราะรายได้แทบทั้งหมดของคนโสดจะเป็นการใช้จ่ายเกี่ยวกับตัวเองเป็นหลัก หลายคนเลือกซื้อความสุขชดเชยความโสดให้กับตัวเองผ่านการช็อปปิ้ง การสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ขณะที่บางคนเลือกท่องเที่ยวไปในโลกกว้างเพื่อคลายความเหงา
บัตรเครดิตร่วมที่ธนาคารออกกับห้างสรรพสินค้า ร้านค้าต่างๆ จะได้รับความนิยมจากลูกค้ากลุ่มที่อยู่ในวัยทำงานสูง แถมอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายให้ถึงขนาดผ่อนชำระดอกเบี้ย 0% ได้ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ
ข้อควรระวังของการใช้บัตรเครดิตสำหรับคนในวัยทำงาน คือ หากมือเติบ ใช้จ่ายเกินตัว และผ่อนทุกสิ่งที่อยากได้ โอกาสที่จะติดกับดักสภาพหนี้มีสูงมาก และเมื่อสะสมเป็นเวลานานเข้าๆ อาจก่อตัวเป็นปัญหาด้านวินัยทางการเงินได้ เพราะมันคือการนำเอาเงินในอนาคตมาใช้
ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า คนโสดมักจะใช้จ่ายตามใจตัวเอง เพราะไม่มีใครมาคอยทักท้วง จึงมักจะใช้จ่ายบัตรเครดิตง่ายๆ ลืมนึกถึงวินัยทางการเงิน หากคนนั้นยังอายุไม่เยอะ มีรายได้ไม่มาก แต่เสียประวัติทางการเงินก็จะทำให้ไม่สามารถไปทำธุรกรรมอื่นๆ เช่น ขอสินเชื่อบ้านได้ จึงอยากให้ตระหนักในเรื่องนี้ให้มากๆ
จากสถิติด้านบัตรเครดิตของธนาคาร พบว่าผู้ถือบัตรที่เป็นคนโสด หรือผู้ที่มีประวัติหย่าร้าง จะมีโอกาสเป็นหนี้เสียของธนาคารได้มากกว่าคนที่แต่งงานแล้วหรือมีครอบครัว เนื่องจากคนกลุ่มนี้มักจะมีอัตราการใช้จ่ายผ่านบัตรสูง และมีวินัยน้อยกว่าคนที่มีภาระรายจ่ายประจำสูง
สำหรับผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณ เชื่อว่าหากเป็นไปได้ทุกคนคงอยากมีชีวิตหลังการเกษียณอย่างมีความสุข พักผ่อนจากการตรากตรำทำงานมาค่อนชีวิต ไม่เป็นภาระเดือดร้อนให้กับลูกหลาน
การจะยืนมาอยู่ในจุดนี้ได้ สำหรับคนในวัยเกษียณแล้ว จำเป็นต้องผ่านการวางแผนมาเป็นอย่างดี ทั้งการอดออม ลงทุน รวมถึงการปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายใหม่ เนื่องจากรายได้ประจำจะหดหายไป บางคนอาจจะได้เงินก้อนใหญ่มาเป็นก้อนสุดท้ายของชีวิต ก็จะต้องใช้เงินก้อนนี้ยังชีพให้ได้อย่างไม่ขัดสน
ผู้ที่เริ่มสูงอายุ ไลฟ์สไตล์ก็จะต่างจากวัยรุ่นและวัยทำงาน ส่วนจะเน้นในเรื่องของการรับประทานอาหารนอกบ้าน ท่องเที่ยว การรักษาสุขภาพ ดังนั้นบัตรเครดิตที่เหมาะสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ จะเป็นบัตรเครดิตร่วมที่ธนาคารออกกับสถานพยาบาลหลายๆ แห่ง ซึ่งจะได้สิทธิประโยชน์เป็นส่วนลดในการเข้ารับบริการในโรงพยาบาล สถานพยาบาลต่างๆ รวมทั้งโปรแกรมฟื้นฟูสุขภาพกายและใจที่จะได้แถมมาด้วย
ตัวอย่างสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตร่วมกับสถานพยาบาลต่างๆ
บัตรเครดิตร่วมโรงพยาบาลกรุงเทพ-กสิกรไทย ที่ให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ส่วนลด 30% สำหรับค่าห้อง ให้สิทธิแบ่งจ่ายค่ารักษาพยาบาล ดอกเบี้ย 0%
ขณะที่ธนาคารกรุงเทพมีบัตรเครดิตร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี โดยให้สิทธิพิเศษ เช่น บริการนัดหมายแพทย์ล่วงหน้า บริการรถพยาบาลสายด่วน บริการให้คำแนะนำและช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ นอกจากนี้ยังให้เงินคืนสูงสุด 2% จากยอดการใช้จ่ายทุกรอบบัญชี
ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณและยังคงถือบัตรเครดิตอยู่ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษาวินัยการใช้จ่ายให้ดี เพราะบัตรเครดิตถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถใช้เป็นสภาพคล่องยามฉุกเฉิน ทั้งยังมีสิทธิประโยชน์มากมายให้กับผู้ถือบัตร
สำหรับผู้ถือบัตรที่มีอายุเกิน 60 ปีแล้ว หากมีพฤติกรรมการใช้จ่ายไม่ดีจนธนาคารต้องยกเลิกบัตร จะเป็นเรื่องยากที่ธนาคารจะพิจารณากลับมาอนุมัติเปิดบัตรให้ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักจะไม่มีรายได้ประจำแล้ว
&<2288;
&<2288;
&<2288;
&<2288;







