posttoday
เกาะแข้งคุย ‘ธีรศิลป์ แดงดา’

เกาะแข้งคุย ‘ธีรศิลป์ แดงดา’

02 มีนาคม 2556

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มานั่งคุยแบบใกล้ชิดกับนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งทีมชาติไทย และดาวซัลโวประจำสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มานั่งคุยแบบใกล้ชิดกับนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งทีมชาติไทย และดาวซัลโวประจำสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด

โดย...อินทรชัย พาณิชกุล 

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้มานั่งคุยแบบใกล้ชิดกับนักฟุตบอลหมายเลขหนึ่งทีมชาติไทย และดาวซัลโวประจำสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด

มุ้ย-ธีรศิลป์ แดงดา หรือที่แฟนๆ ยกย่องว่า “เทพมุ้ย”

หลังเสร็จสิ้นจากภารกิจบินลัดฟ้าไปทดสอบฝีเท้ากับสโมสรแอตแลนติโก มาดริด ในสเปน ศูนย์หน้าวัย 24 ปี ก็กลับมาฟาดแข้งในนามทีมชาติไทย และนามสโมสรในเกมอุ่มเครื่องอีกหลายแมตช์ กว่าจะได้เจอตัวก็เรียกว่าต้องใช้กำลังภายในกันสุดฤทธิ์

วันนี้ ก่อนงานแถลงข่าวเปิดตัวชุดแข่งซีซันใหม่ของสโมสรเอสซีจี เมืองทองยูไนเต็ด บนอัฒจันทร์สนามเอสซีจี สเตเดียม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เทพมุ้ยตัวเป็นๆ ก็มานั่งพูดคุยกับเราอย่างอารมณ์ดี

ตามตัวยากจัง ปกติไม่ชอบให้สัมภาษณ์นักข่าวเหรอ ผมโยนคำถามแรกเป็นการทักทาย

“ผมก็เป็นแบบนี้ปกติครับ ไม่รู้จัก ไม่สนิท ก็ไม่รู้จะคุยอะไรกับเค้า อีกอย่างผมขี้อาย คุยไม่เก่ง ไม่ใช่คนที่ชวนคนอื่นคุยได้ทั้งวัน ถามมาผมก็ตอบกลับ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ถามกลับนะ (หัวเราะ) เพราะผมไม่รู้ว่าเค้าเป็นใคร เป็นคนยังไง ผมว่าผมไม่หยิ่งนะ พี่ว่าผมหยิ่งไหมล่ะ (ถามกลับ ผมส่ายหัว) นั่นไง... ถ้ารู้จักผม ผมกวนตีนด้วยซ้ำ” มุ้ยหัวเราะไปตามเรื่องตามราว

การเดินทางไปทดสอบฝีเท้ากับทีมชั้นนำของลาลีกา สเปน อย่างแอตแลนติโก มาดริดครั้งนี้ เป็นดั่งความหวัง ความภาคภูมิใจของชาวไทยทั้งประเทศ เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่แฟนบอลจะได้เห็นนักฟุตบอลชาวไทยได้มีโอกาสไปโชว์ความสามารถในต่างแดน

นอกจากนี้ ตัวธีรศิลป์เองยังได้รับความสนใจจากสื่อท้องถิ่นประจำกรุงมาดริดอย่างมาร์ก้า สำนักข่าวรอยเตอร์สของอังกฤษ เดอะสตาร์ของมาเลเซีย รวมถึงในการถ่ายทอดสดฟุตบอลลาลีกา สเปน ในเกมที่ แอต. มาดริด เปิดบ้านชนะ เรอัล ซาราโกซ่า 2-0 ก็ยังมีการจับภาพธีรศิลป์ที่กำลังนั่งชมเกมนี้อยู่ในสนามอีกด้วย

แม้การร่วมฝึกซ้อมจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ น้อยเกินไปที่จะพิสูจน์ฝีเท้าให้ประจักษ์แจ่มชัด แต่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่าที่สุดในชีวิตของเขา

“ก็ได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้เรียนรู้ฟุตบอลที่มาตรฐานสูงกว่าเรา เหมือนเราไปเห็นว่าอาชีพจริงๆ ทีมที่ทำงานจริงๆ มันเป็นยังไง ประสบการณ์ที่ได้กลับมามันเปลี่ยนผมไปอีกคนหนึ่งเลยนะครับ จากที่ไม่คิดว่าตัวเองเก่งอะไร มันทำให้อยากพัฒนาตัวเอง อยากเก่งขึ้นกว่าเดิม

ผมได้รับการต้อนรับที่ดีนะ นักเตะในทีมเองส่วนใหญ่เข้ามาทักทาย เค้าก็รู้ว่าเรามาร่วมฝึกซ้อม จริงๆ แล้วไปซ้อมเฉยๆ เพื่อให้รู้ว่ามันเป็นยังไง สื่อที่นั่นก็มาสัมภาษณ์กันเยอะนะพี่ ดูเค้าให้ความสนใจเราเหมือนกัน” มุ้ยบอกอย่างตื่นเต้น

“การได้ไปครั้งนี้มันก็สะท้อนให้เห็นว่าวงการฟุตบอลบ้านเรามันพัฒนาขึ้น เพราะรุ่นสุดท้ายที่ได้ไปยุโรปมันนานแล้วนะ ช่วงที่ว่างเว้นเค้าอาจมองว่าฟุตบอลบ้านเราไม่ได้พัฒนา เราไม่ได้สร้างนักฟุตบอลเก่งๆ ขึ้นมาเลย การที่ผมได้ไปก็คิดว่าจะมีคนหันมามองฟุตบอลไทยมากขึ้น เปิดตลาดใหม่ มีแมวมองมาดูกันเยอะขึ้น”

เรื่องภาษา เปรียบเสมือนกำแพงอุปสรรคมหึมาของนักเตะวัย 24 คนนี้ เขาสารภาพตรงๆ ว่าเรื่องภาษายังไม่น่าพอใจนัก

“ภาษานี่แย่เลย แย่มาก ถ้าให้เกรดก็ Z- (หัวเราะ) ภาษาสเปนผมพูดได้อยู่สองคำประมาณว่าเป็นไงบ้าง สวัสดี ลาก่อน (หัวเราะ)

ฟุตบอลมันมีภาษาของมัน มันทำให้เราเข้าใจกันง่าย แต่มันแค่พอได้ แต่ถ้าไม่ได้ภาษา ไม่สื่อสารกันมันก็เป็นปัญหา เหมือนจุดประสงค์ว่าให้แปบอลเหมือนกัน แต่ให้แปไปทางเท้าซ้ายเพื่อน แต่เราทำอีกอย่างก็แป้ก

เตะในไทยพรีเมียร์ลีกทุกวันนี้ กับเพื่อนนักเตะชาวต่างชาติก็คุยบ้าง แต่ไม่รู้เรื่องทั้งหมด ในสนามมันพอถูๆ ไถๆ ไปได้ แต่พอคุยกันเรื่องส่วนตัว อันนี้ยากแล้วครับ” มุ้ยยิ้มกว้างโชว์ฟันขาว

ตั้งแต่อายุ 17 ปีที่สวมสตั๊ด วิ่งลงสู่สนามการค้าแข้ง ลมหายใจเข้าออกคือฟุตบอล ซ้อมแล้วก็ซ้อม คล้ายกับว่าเส้นทางชีวิตของเขาเกิดมาเพื่อเป็นนักฟุตบอลโดยแท้

“ไม่เตะบอลก็ไม่รู้จะไปทำอะไรเหมือนกัน ไม่เคยคิด คิดไม่ออกจริงๆ ชีวิตให้กับฟุตบอลอย่างเดียว เตะบอลโดยไม่รู้ว่ามันจะเป็นอาชีพอย่างในวันนี้รึเปล่า หรือว่าถ้าไม่เตะบอลจะไปทำอะไร ความคิดนี้ไม่เคยแว้บเข้ามาในสมองเลย

หายใจเข้าหายใจออกมีแต่ซ้อม แข่ง สนุกกับมัน หมดจากทัวร์นาเมนต์นี้ก็มีทัวร์นาเมนต์หน้ารอต่อคิว เป้าหมายมันจะต่อเนื่องไป เตะไปเรื่อยๆ จนเงยหน้าขึ้นมาอีกทีวันหนึ่งมากลายเป็นอาชีพแล้ว โชคดีจริงๆ ทุกอย่างมันบรรจบลงตัวกันในจังหวะที่ดีมาก”

อาชีพนักฟุตบอลก็คือเล่นฟุตบอล ฉะนั้นจะทำยังไงก็ได้ให้ผลงานในสนามออกมาดีที่สุด นี่อาจเป็นคติเตือนตัวเองเพียงข้อเดียวของนักค้าแข้งรายนี้

“ไม่ว่าจะใช้ชีวิตข้างนอกยังไง แต่ในสนามผมต้องโอเค ต้องเล่นให้ได้ เล่นให้ดี มันเป็นงานของผม”

“ชีวิตผมไม่ค่อยเจอใครด้วยแหละ ซ้อมเสร็จก็กลับบ้าน ชีวิตไปมาแค่บ้านกับสนามฟุตบอล วันว่างๆ ผมก็อยู่เฉยๆ ออกไปดูหนัง เดินห้างบ้าง ไม่ใช่ว่าไปเล่นกีฬาอย่างอื่น ต้องใช้ร่างกายให้น้อยที่สุด เก็บแรงไว้ เที่ยวดื่มกินบ้าง มันเป็นปกติของคนหนุ่ม เพียงแต่ว่าต้องรู้ว่าเราควรทำอะไรเวลาไหน ไม่ไปเที่ยวในช่วงที่ผมมีแข่งแน่นอน” มุ้ยตอบเต็มปากเต็มคำ

เกียรติประวัติของธีรศิลป์ในอาชีพการค้าแข้ง เจ้าตัวสามารถคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 3 สมัย แชมป์ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. 1 สมัย แชมป์ลีกภูมิภาค ดิวิชัน 2 จำนวน 1 สมัย ส่วนในนามทีมชาติ สามารถคว้าแชมป์ซีเกมส์ได้ 1 สมัย ด้านผลงานส่วนตัวก็โดดเด่นไม่แพ้กัน สามารถคว้าดาวซัลโวศึกซูซูกิ คัพ จำนวน 2 ครั้ง ดาวซัลโวไทยพรีเมียร์ลีก 1 ครั้ง นักเตะยอดเยี่ยมประจำปี 1 ครั้ง

ฝีเท้าจัดจ้าน จบสกอร์อย่างสุดคม สม่ำเสมอและต่อเนื่อง ส่งผลให้พัฒนาการของเขาพุ่งพรวดจนกลายเป็นดาวเด่นของวงการลูกหนังเมืองไทย ถูกยกย่องว่ามีฝีเท้าดีที่สุดในไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก สถานะในวันนี้จึงไม่ต่างอะไรกับซูเปอร์สตาร์

“ผมไม่คิดว่าผมเป็นซุป’ตาร์นะ ผมคิดแค่ว่าต้องรักษามาตรฐานให้มันอยู่เหมือนเดิม ต้องรักษาฟอร์มการเล่นให้ดีที่สุด คิดแค่นี้ ปีนี้ผมอาจเป็นซุป’ตาร์ ปีหน้าผมอาจเป็นใครก็ไม่รู้

ผมเชื่อว่า เมสซี เขาก็ยังซ้อมหนักเหมือนเดิม ทั้งที่เค้าเป็นนักเตะเบอร์หนึ่งของโลก ผมก็อยากเป็นอย่างนั้น อยากเก่งขึ้น อยากซ้อมหนักเหมือนเดิม

ดีใจเหมือนกัน ทุกครั้งที่มีคนชม มาขอถ่ายรูป ตอนเราซ้อมหนักๆ ไม่เคยคิดเรื่องว่าใครจะมาชอบ มารักเรา คิดแต่ว่าซ้อมหนักเพราะอยากเก่งขึ้น แต่พอมีคนเข้ามาชม มันก็หายเหนื่อย ผมว่ามันเหมือนเป็นรางวัล”

ถามซื่อบื้ออย่างชนิดที่ว่านักข่าวกีฬาคงส่ายหัว ค่าเหนื่อยต่อเดือนเท่าไหร่ มุ้ยตะโกนเฮ้ย ผงะไปข้างหลังเหมือนตกใจ

“เขาไม่ค่อยถามกันนะ (หัวเราะ) ถามได้ แต่ผมไม่ค่อยตอบอยู่แล้วไง (หัวเราะ) แต่ผมว่าเยอะนะ ถ้าเป็นเงินเดือนของคนคนหนึ่ง”

เยอะไม่เยอะไม่รู้ แต่ดูจากเบนซ์สปอร์ตสีดำ ป้ายแดง รุ่นใหม่เอี่ยม ก็พอคาดเดาได้ว่าไม่ธรรมดาเลย

“คนทำงานมันต้องมีความฝัน ฝันว่าเก็บเงินได้ขนาดนี้ เราก็อยากมีรถดีๆ ขับ มีบ้านสวยๆ มีของใช้ดีๆ ผมว่าเป็นเหมือนกันทุกคน ทุกอาชีพ ไม่ได้เว่อร์หรอก ผมก็ทำงานหนัก ไม่ใช่อยู่ดีๆ มีตังค์ไปซื้อรถเลย มันต้องเก็บ ผมก็อยากซื้อในตอนที่ผมมีปัญญาซื้อ ตอนที่เรายังพอหาได้”

ถามว่าไอดอลของเขาคือใคร มุ้ยตอบทันที

“ซีดาน ถ้าไม่ไปโหม่งมาเตรัซซีนี่โคตรเพอร์เฟกเลย เล่นก็ดี นอกสนามก็ไม่เกเร ไม่มีข่าวฉาว มีแต่นัดชิงบอลโลกนั่นแหละ มันแบบ (จุ๊ปาก) ...มันมีรอยด่าง จบไม่สวย

คนนอกวงการผมปลื้มพี่ตูน บอดี้แสลม เคยเจอกัน แต่ไม่สนิท ผมชอบเพลงเค้า เนื้อหาดี แสดงบนเวทีดี ตัวแกก็เป็นตัวของตัวเอง เราก็เป็นตัวของตัวเอง ทำเต็มที่ในงานของเรา ไม่สนคนอื่นจะว่ายังไง”

ซูเปอร์สตาร์ลูกหนังไทยคนนี้ก็มีเฟซบุ๊กเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเข้าไปเล่น มีบ้างที่เลียบๆ เคียงๆ เข้ามาอ่าน ส่วนอินสตาแกรม เขาบอกว่ามีไว้เป็นแฟชั่นเหมือนคนอื่นๆ แต่ไม่ค่อยชอบถ่ายรูป นานๆ จะลงทีให้แฟนๆ ฮือฮาเสียที หากมีรูปสวยๆ

อนาคตข้างหน้าบนเส้นทางการค้าแข้งจะเป็นอย่างไร เจ้าตัวไม่สนใจเป้าหมายระยะไกล แต่ขอทำเป้าหมายระยะใกล้ให้สุดพลัง

“บอกตรงๆ ผมเพิ่งอายุ 24 ยังไม่คิดไกลมาก แต่ตอนนี้อยากทำตามความฝันตัวเอง นั่นคือไปเล่นยุโรป ผมอยากรู้ว่าเราจะสู้ได้ไหม”

มุ้ยบอกสั้นๆ แววตามุ่งมั่น สะท้อนให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ทั้งเอาจริง มั่นใจ ฝัน หวัง คละเคล้าผสมผสานกัน

แดดร่มลมตก สตาฟฟ์ของทีมตะโกนเรียกให้เจ้าตัวไปรวมถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนๆ กลางสนาม เวลาในเทปอัดเสียงจบการสนทนาลงที่ 17 นาที มุ้ยยกมือไหว้ขอตัว ก่อนจากเขาถามว่าลงตีพิมพ์เมื่อไหร่ช่วยส่งให้เขาดูบ้าง

ชายร่างผอมสูงแต่แกร่ง ชุดเสื้อยูนิฟอร์มใหม่เอี่ยมของสโมสร เดินลงสนามด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป

แต่ใครๆ ก็รู้ว่านี่แหละซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของวงการบอลไทยของจริง

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์