posttoday
เป็นมากกว่าแม่ลูก รุ่งทิพย์-ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา

เป็นมากกว่าแม่ลูก รุ่งทิพย์-ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา

02 มีนาคม 2556

กินอยู่หลับนอน ดูแลเอาใจใส่ ไปไหนไปด้วย แถมยังทำงานร่วมกัน ไม่แปลกที่คุณแม่เปรี้ยวจี๊ด “แต้ว-รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา”

 กินอยู่หลับนอน ดูแลเอาใจใส่ ไปไหนไปด้วย แถมยังทำงานร่วมกัน ไม่แปลกที่คุณแม่เปรี้ยวจี๊ด “แต้ว-รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา”

โดย...ณัฐพล ช่วงประยูร

กินอยู่หลับนอน ดูแลเอาใจใส่ ไปไหนไปด้วย แถมยังทำงานร่วมกัน ไม่แปลกที่คุณแม่เปรี้ยวจี๊ด “แต้ว-รุ่งทิพย์ อิศรางกูร ณ อยุธยา” กับคุณลูกเท่ซิ่ง “น้ำหวาน-ภาวดี อิศรางกูร ณ อยุธยา” แห่ง พี แอนด์ อาร์ แอสโซซิเอชั่น จะเป็นคู่ที่รวมความสัมพันธ์ทุกแบบเข้าไว้ด้วยกันตั้งแต่เล็กจนโต นอกจากเป็นแม่ลูก แล้วยังเป็นพี่น้อง เพื่อนสนิท เจ้านาย และลูกน้อง

แม่แต้วเป๊ะเว่อร์

นับตั้งแต่เกิดจนลูกโตเป็นสาว 26 “แต้วรุ่งทิพย์” ใส่ความละเอียดลงในทุกเรื่องของชีวิต “น้ำหวานภาวดี” ตั้งแต่การเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ออกกำลังกายให้เป็นเวลา การแต่งองค์ทรงเครื่อง ฯลฯ จนลูกยกให้เป็นแม่เพอร์เฟกต์ชันนิสต์ เป๊ะเว่อร์

 “ดิฉันเป็นคนมีลูกยาก เลยมีแค่คนเดียว ตอนเด็กๆ น้ำหวานแก้มยุ้ย อ้วน น่ารัก เลี้ยงง่ายมาตลอด ได้พี่เลี้ยงดีด้วย คิดอยากดองเขาไว้อย่างนั้น ที่ตั้งชื่อน้ำหวาน เพราะว่าชอบ ดูเป็นแก้วตาดวงใจ แต่จริงๆ เขาเปรี้ยว ห้าว อึด ลุยมาก ดิฉันตั้งแต่ชื่อผู้หญิง เพราะตั้งใจว่ายังไงก็เป็นลูกผู้หญิงแน่นอน อัลตร้าซาวด์แล้วก็ยิ่งมั่นใจ ก็เหมือนลูกคนอื่น พอโตมาเขาก็ยุ่งกับงาน การบ้านและกิจกรรมที่โรงเรียน เราไม่ได้ปล่อยเขาไปเรียนเมืองนอกจนกระทั่งโต หวงมาก แต่เขาก็เป็นเด็กดี รักดีเสมอ

 “ปกติแล้วเวลาอยู่กับลูก เราเลี้ยงลูกโดยปรับตัวเข้าหาเขา เรียนรู้ชีวิตความเป็นอยู่ของเขา ไม่ว่าจะเพลงที่ฟัง แฟชั่นที่ใส่ เราแลกเปลี่ยนกัน ให้ความรู้ประสบการณ์ที่เรามั่นใจว่ามีประโยชน์กับเขา ดิฉันเองก็เปรี้ยวซ่าอยู่ไม่ยอมแก่ (หัวเราะ) ทำงานด้านประชาสัมพันธ์มา แน่นอนต้องดูดี ไม่ยอมอ้วน ออกกำลังมาตั้งแต่สาวๆ รู้จักใช้ชีวิต และให้เขาทำด้วย จึงเป็นทั้งแม่ พี่ เพื่อน และเจ้านาย

 “ไม่เคยคิดว่าเขาจะชอบงานสายพีอาร์ เพราะเขาเห็นมาตั้งแต่เด็ก แต่แล้วก็อยู่ในสายเลือดเอง ได้เขามาเป็นมือขวามือหนึ่ง ทำงานด้วยกันตลอด ไปไหนกันตลอด เขาก็ต้องมีเบื่อเรา เห็นหน้ากันทั้งที่ทำงานและที่บ้าน แต่เวลาอยู่บ้านก็คนละห้องไปเลย และไม่คุยเรื่องงานที่บ้าน ต้องทำตัวเป็นมืออาชีพ ไม่ให้มีช่องว่างในเรื่องเป็นแม่ลูก หรือการทำงาน เจ้านายลูกน้อง มีมุมที่ให้เขาเป็นครูเรื่องเทคโนโลยี แฟชั่น หรือการคิดงานต่างๆ ค่ะ

“น้ำหวานเนี้ย เขาเป็น “ดิกเทเตอร์ ชีฟ” หรือ “ดิซิสชัน เมกเกอร์” เขานำทุกเรื่อง ส่วนใหญ่แม่ก็เลยยอมตามใจ แต่ถ้ามากไปก็จะเตือน อย่างดูหนัง ถ้าเขาเลือกมา 2-3หนแล้ว รอบหน้าแม่เลือกบ้าง หรืออาหารกินแล้วไม่ดี เขาอยากกิน ก็จะไม่ปล่อย หรือจะกินอะไรก็ไปด้วย แต่เราก็เลี่ยงหรือกินน้อยหน่อย โอเคพักผ่อนปล่อยได้บ้าง หรือเวลาขัดแย้งกัน งอนกันก็จะไม่ปล่อยข้ามวันแน่นอน เพราะต้องอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันตลอด

“ถ้าพูดถึงเรื่องหนุ่มๆ นะเหรอ สเปกนี่ไม่กล้ายุ่ง แค่อยากให้เขาเจอคนที่โตหน่อย เป็นผู้ใหญ่ เอาเขาอยู่ ดุ อบรมกันได้ ให้คุณแม่หายห่วง เพราะตัวหวานเองเขาแข็งนอกอ่อนใน ข้างในอ่อนโยน เขามีความรู้ มีความมั่นใจ แต่ก็ยังต้องมีใครที่เป็นแบบนั้นคอยดูแล ไม่ใช่แต่งงานแล้วเลิก หรือแต่งหลายปีมีลูกแล้วเลิก ถ้าหาคนดีไม่ได้ก็ไม่แต่ง (หัวเราะ)

“อยากบอกว่า พ่อแม่ทุกคนต้องปรับเข้าหาลูก ทำตัวเหมือนเป็นเพื่อนลูก เขาจะได้รู้สึกเป็นกันเอง แล้วเขาจะสบายใจที่ได้แชร์ทุกเรื่องกับเรา ไม่ปกปิดอะไร และที่สำคัญต้องไม่ทำตัวแก่ ทุกคนอาจคิดว่าแม่กับลูกทำงานด้วยกันไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เราทำงานด้วยกันไม่เคยมีปัญหาเลยนะ...เข้าขากันมาก”

ลูกหวานสุดเป๊ะ

26 ปีที่แม่ดูแลเธอ ถือเป็นส่วนของกันและกัน ในทุกย่างก้าว ทุกวินาที มีแต่ความสม่ำเสมอของความห่วงใย ใส่ใจ ดูแล ไม่ว่าจะเจ็บปวด หรือสุขสันต์ บางทีรู้จักกันมากเกินกว่าจะพูดอะไรได้

“แม่คือคนที่เป๊ะเว่อร์ เรื่องงานเขาก็กูรูด้านนี้ให้คำตอบเราได้หมด หรือจะเรื่องการออกกำลัง การกิน ทุกอย่างบาลานซ์ได้ดี โลกที่เราเห็นมาตลอด คือ แม่ทำงานเยอะมาก น้ำหวานติดสอยห้อยตามแม่ไปทำงานตั้งแต่ 3-4 ขวบ แน่นอนว่า แม่เป็นโรลโมเดล ทั้งการทำงาน การแบ่งเวลา การใช้ชีวิต อย่างที่เรารู้ว่าแม่กับพ่อย่อมไม่เหมือนกัน พ่ออาจไม่ดุ ไม่จู้จี้ แต่ถ้าโดนทีก็คงหนักมาก แต่แม่จะห่วงใยตลอดเวลา ในทุกๆ วินาที ทุกเรื่องในชีวิตของเรา แม่ดูแลรายละเอียด เสื้อผ้า อาหาร ความเป็นอยู่ การออกกำลังกาย ไม่ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ

“ในใจไม่เคยคิดว่าจะมาทำงานพีอาร์ด้วย และแม่ก็ไม่เคยบังคับ แต่ที่สุดก็เลือกเอง มันคงเป็นเส้นทางที่กำหนดไว้ หวานได้ฟังมาแต่เด็ก ไม่เคยฟังผ่านๆ มันเหมือนอยู่ในเลือด เราเลยทำได้เยอะ เพราะมีพื้นฐานมา ในเรื่องการทำงานแม่จึงสอนเรามากที่สุด

“ไม่ว่าจะเรื่องอะไร แชร์กับคุณแม่ตลอดเวลา คุยกับเขามากกว่าใครในโลก บางทีอาจจะพูดกันเยอะมากจนไม่มีอะไรจะพูด แต่ว่าสุดท้ายทุกข์อะไรก็เป็นแม่นี่แหละที่คอยอยู่ข้างๆ เคยมีผ่าตัด และป่วย ความเจ็บปวด ณ ขณะนั้น คือที่สุดแล้ว แต่เรื่องในปัจจุบันมันคงเป็นเรื่องการทำงาน เรื่องทั่วไป แม่ก็แชร์ เราก็แชร์ เพราะเขาคือคนที่เรา มั่นใจ ไว้ใจ เราก็ช่วยกัน

“ทุกบ้านมีแหละ เรื่องความขัดแย้ง แต่ละบ้านอาจจะหนักเบาไม่เท่ากัน บางคนก็ไม่ยอมเรียนหนังสือ ติดเที่ยว หรือไม่กลับบ้าน แต่หวานไม่ใช่อย่างนั้น เรารับผิดชอบตลอด คงเป็นเรื่องทะเลาะด้านอารมณ์ ความรู้สึก ด้วยความสนิทมาก เหมือนพี่ เหมือนเพื่อน แต่เราก็มีลิมิต เพราะเขาก็ยังเป็นแม่ แต่เราก็ผ่านทุกเรื่องมาได้ ด้วยเวลา ด้วยความใจเย็น มีสติ ขอโทษกัน

“แม่จะเป็นห่วงเรื่องหนุ่มๆ มาก (หัวเราะ) ดูเหมือนเราได้เจอคนเยอะ แต่เจอแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้มีใครที่เราต่อเนื่องกัน มันอาจจะมีความกดดันรอบตัว เหมือนว่าอยู่ในเวลาที่ควรมีแล้วหรือยัง เพราะคนแต่งงานเร็วขึ้น แต่เราก็แค่ 26 เอง อีก 4 ปี 30 ของพวกนี้บังคับให้มันมาไม่ได้ หรือจะฝืนกับคนที่ไม่ใช่ ก็ไม่ได้ เมื่อก่อนพ่อแม่จะหวงมาก เพราะลูกสาวคนเดียว ตอนมัธยมก็มีเพื่อนชายน้อยมาก ตอนเรียนมหาวิทยาลัยได้ทุนไปต่อเมืองนอกก็ยุ่งมาก ทำกิจกรรมเยอะ เรียนหนัก เราไม่มีเวลาไปอะไรตรงนั้น

“คนจะเข้าใจไปเองว่าเราหยิ่ง มั่นใจ หรืออีโก้ แต่เราหน้าดุ พยายามยิ้ม เพราะตัวเองไม่ได้มั่นใจเกินเหตุเลย แต่แม่ก็คอยเตือนให้ยิ้มเสมอ”

&<2288;

 

&<2288;


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท