posttoday
บุตรกับหลักประกันยามสูงอายุ

บุตรกับหลักประกันยามสูงอายุ

04 เมษายน 2553

เรื่อง : รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

ในสังคมแบบประเพณีรวมทั้งสังคมไทย บุตรนับเป็นหลักประกันยามชราภาพ และบิดาส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังการได้รับการดูแลเกื้อหนุนจากบุตรเมื่อยามสูงอายุ เท่าที่ผ่านมาบุตรเป็นแหล่งสำคัญที่ให้การดูแลเกื้อหนุนบิดามารดาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และทางจิตใจ ผลจากการสำรวจประชากรสูงอายุไทยปี พ.ศ. 2550 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าบุตรเป็นแหล่งรายได้หลักของบิดามารดาสูงอายุ กล่าวคือ เกือบ 9 ใน 10 ของผู้สูงอายุยังคงได้รับการเกื้อหนุนทางการเงินจากบุตร และกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุมีบุตรเป็นแหล่งรายได้หลัก

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทางเศรษฐกิจและสังคมในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ทำให้มีความกังวลว่า สถาบันครอบครัวของไทยอาจอ่อนแอลง การคาดหวังให้บุตรหรือครอบครัวเป็นสถาบันหลักในการเกื้อหนุน หรือเป็นหลักประกันทางด้านการเงินและจิตใจให้แก่ผู้สูงอายุอาจเป็นไปได้ยากขึ้น การที่คนไทยมีบุตรน้อยลงเป็นลำดับ ส่งผลให้ผู้สูงอายุในแต่ละรุ่นมีบุตรที่จะเป็นผู้ดูแลเกื้อหนุนลดจำนวนลงเช่นกัน ดังจะเห็นได้จากจำนวนบุตรเฉลี่ยที่มีชีวิตของผู้สูงอายุที่มีอายุ 80 ปีขึ้นไป ในปี พ.ศ. 2550 มีประมาณ 45 คน ในขณะที่ผู้ที่มีอายุ 5054 ปี หรือผู้ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุในอนาคตอันใกล้ มีจำนวนบุตรเฉลี่ยที่มีชีวิตอยู่เพียงประมาณ 23 คน

นอกจากผู้สูงอายุในอนาคตจะมีจำนวนบุตรที่มีชีวิตลดลง ในสัปดาห์ก่อนๆ ได้นำเสนอไปแล้วว่า ผู้สูงอายุมีแนวโน้มเป็นโสดมากขึ้น สัดส่วนไม่มีบุตรเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นผู้ยากจนและไม่ได้ทำงานเชิงเศรษฐกิจ อีกทั้งแนวโน้มที่ผู้สูงอายุจะมีอายุยืนยาวขึ้นเป็นลำดับ ภาพที่ปรากฏเพิ่มขึ้นในสังคมไทย คือ การที่ผู้สูงอายุที่เป็นบุตรต้องดูแลผู้สูงอายุที่เป็นบิดามารดาด้วย ประเด็นต่างๆ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสัญญาณเตือนว่า ศักยภาพการเกื้อหนุนผู้สูงอายุของบุตรน่าจะลดลง การหวังพึ่งบุตรเป็นหลักประกันในยามสูงวัยอย่างเดียวเป็นไปได้ยาก ประเด็นท้าทายคือ ชุมชนและรัฐจะเข้ามาช่วยได้มากน้อยแค่ไหน และประเด็นใดบ้าง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท