
อย่ามองข้ามอหิวาตกโรค
อหิวาตกโรคเป็นโรคร้ายแรงน่าสะพรึงกลัวที่สุดในอดีต ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วงรุนแรง ระยะแรกจะมีเนื้ออุจจาระมาก
อหิวาตกโรคเป็นโรคร้ายแรงน่าสะพรึงกลัวที่สุดในอดีต ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วงรุนแรง ระยะแรกจะมีเนื้ออุจจาระมาก
โดย...วิทยา ปะระมะ
อหิวาตกโรคเป็นโรคร้ายแรงน่าสะพรึงกลัวที่สุดในอดีต ผู้ป่วยจะมีอาการท้องร่วงรุนแรง ระยะแรกจะมีเนื้ออุจจาระมาก ต่อมาจะค่อยๆ ถ่ายเป็นน้ำเหมือนน้ำซาวข้าว มีอาการอาเจียนโดยไม่คลื่นไส้ หากถ่ายมากๆ จนร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง อาจเป็นลม หน้ามืด ช็อก หรืออันตรายถึงขั้นเสียชีวิต
ปัจจุบันความเข้าใจเรื่องการรับประทานอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบมีมากขึ้น รวมทั้งไม่มีการถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ และสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง จึงทำให้จำนวนผู้ป่วยลดลงเหลือเพียงปีละหลักสิบหลักร้อยราย
สำนักโรคติดต่อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่า ปี 2556 อาจมีการแพร่ระบาดของอหิวาตกโรคมากขึ้น โดยคาดว่าจะระบาดใหญ่อีกครั้ง แต่จะมีผู้ป่วยไม่เกิน 1,000 ราย พื้นที่เสี่ยงประกอบด้วย พื้นที่ผลกระทบภัยแล้งหรือน้ำท่วม พื้นที่ชายทะเลทางภาคใต้และภาคกลางตอนล่าง เช่น จ.ปัตตานี นราธิวาส ระนอง และสมุทรสาคร เนื่องจากมีแหล่งน้ำกร่อยซึ่งเป็นแหล่งรังโรคในธรรมชาติ รวมทั้งปัญหาสุขาภิบาลและสุขอนามัยในกลุ่มแรงงานพม่าและกลุ่มชาวประมง
นอกจากนี้ พื้นที่ชายแดนที่ติดต่อกับพม่า เช่น จ.ตาก และระนอง ในค่ายอพยพ หรือแรงงานรับจ้างในชุมชนที่สุขอนามัยไม่ดี ไม่มีส้วมได้มาตรฐานและมีการเคลื่อนย้ายแรงงานตลอดเวลา
ช่วงเวลาการเกิดโรค แบ่งเป็น 3 กลุ่ม 1.ประชาชนทั่วไป ระบาดช่วงฤดูฝนต่อเข้าช่วงหน้าหนาวระหว่างเดือน มิ.ย.-พ.ย. 2.กลุ่มผู้ประสบอุทกภัย จะระบาดในช่วงน้ำท่วมขังและระยะน้ำเริ่มลด และ 3.กลุ่มนักท่องเที่ยว ระบาดเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆ
แม้การคาดการณ์จำนวนผู้ป่วยจะอยู่ในหลัก 1,000 ราย แต่ควรป้องกันตัวให้พ้นจากความเสี่ยงให้มากที่สุด ด้วยการรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ๆ เลือกชนิดอาหารที่ไม่บูดเสียง่าย เช่น ไข่ต้ม หมูทอด ไก่ทอด ไม่ควรเป็นอาหารประเภทกะทิ ยำ อาหารสุกๆ ดิบๆ ส้มตำ พล่า ลาบ ก้อย อาหารทะเลลวกจิ้ม ขนมเอแคร์ ขนมจีน และล้างมือให้สะอาดก่อนรับประทานอาหาร
ใครที่สงสัยว่ามีอาการ สามารถรักษาเบื้องต้นด้วยการดื่มผงน้ำตาลเกลือแร่ทดแทนภาวะขาดน้ำ และไม่ควรกินยาหยุดถ่ายโดยไม่จำเป็น อาการจะดีขึ้นภายใน 1-6 วัน แต่หากอาการไม่ดีขึ้น ต้องรีบพบแพทย์ทันที
&<2288;







