
มาเถิดน้อง...มาท่องคำพระพุทธเจ้าเพื่อมงคลของชีวิต
หากพูดในฐานะคุณเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง คุณเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือรู้จัก “คำของพระพุทธเจ้า” หรือ “พุทธวจนะ”
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
หากพูดในฐานะคุณเป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่ง คุณเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือรู้จัก “คำของพระพุทธเจ้า” หรือ “พุทธวจนะ” หรือที่เรียกว่า “ธรรมะจากพระโอษฐ์” บ้างไหม!?!
รู้จัก...คำพระพุทธเจ้า
คำพุทธเจ้า คือ คำสอนในเรื่องต่างๆ มากมายปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก เช่น เรื่องการครองเรือน การใช้ชีวิตคู่ เรื่องทาน การรักษาศีล ฆราวาสชั้นเลิศต้องเป็นคนแบบไหน ฯลฯ ที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ไม่มีคำของคนอื่น เช่น ของสาวกหรือของใครเจือปนทั้งสิ้น มีสาระ ไพเราะเสนาะโสต สอดประสานไม่ขัดแย้งกัน ซึ่งต่างจากคำของคนอื่น
แต่รู้ไหม “คำพระพุทธเจ้า” ที่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก ซึ่งมีความไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดนั้น (ฟังแล้วจะรู้) ไม่ได้ถูกนำเอามาใช้ แต่ถูกเก็บอยู่ในตู้พระไตรปิฎกรอวันหายไปตามกาลและสภาพของหนังสือ พระสงฆ์ก็ไม่คิดจะนำมาใช้ หน่วยงานอย่าง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กรมการศาสนา มหาเถรสมาคม หรือมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ก็ยังไม่มีวิสัยทัศน์กับเรื่องนี้ทำให้เป็นกระแสในสังคมไทย อย่างเห็นก็แค่สวดมนต์ข้ามปี ทำกันจัง!!
ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า “พุทธวจนะ” ถ้าทรงจำถูกต้องคล่องปากและมีการศึกษากว้างขวางแพร่หลาย จะเป็นเครื่องสืบต่ออายุพระศาสนาอย่างแท้จริง ผิดกับคำของคนอื่น เช่น ของสาวก รูปนั้นรูปนี้ย่อมมีผิดเพี้ยน มีให้ถกเถียง ของผมถูก ของคุณผิด ตีความคนละทาง แล้วอย่างนี้พุทธศาสนาจะอยู่ได้นานหรือ!?!
ชวนน้องท่องพุทธวจนะ
แต่ในความเงียบงันก็มีเสียงเล็กๆ ที่ดังขึ้น โดย 23 ปีมานี้ วัดนาป่าพง โดยการนำของ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล มูลนิธิพุทธโฆษณ์ พุทธวจนสมาคม ได้ร่วมกันทำโครงการและกิจกรรมต่างๆ ให้คนหันมาศึกษาพุทธวจนะ เช่น จัดพิมพ์พุทธวจนะในรูปแบบหนังสือ ทำเป็นซีดี ออกมาเผยแพร่ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการท่องจำคำพระพุทธเจ้า
ล่าสุด มูลนิธิพุทธโฆษณ์ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ริเริ่มโครงการ “ชวนน้องท่องพุทธวจน” ครั้งที่ 1 ชิงรางวัล ท่องแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย เงินรางวัลและถ้วยเกียรติคุณจากนายกรัฐมนตรี โดยมี “ปราณี สืบวงศ์ลี” เป็นประธานดำเนินโครงการ เป้าหมายอยู่ที่โรงเรียนประถมศึกษาทั่วประเทศ ไม่เฉพาะสังกัด สพฐ.สามารถส่งนักเรียนเข้าประกวดทีมละ 7 คน คาดมีครูและนักเรียนเข้าร่วมประมาณ 7 หมื่นคน รู้จักพุทธวจนะประมาณ 2 แสนคน และหวังว่าหมื่นกว่าคนจะเกิดการต่อยอดจากโครงการนี้
ประธานดำเนินโครงการ เล่าว่า โครงการนี้ใช้งบดำเนินการประมาณ 11 ล้านบาท เกิดขึ้นมาจาก 3 มูลเหตุสำคัญ คือ ความศรัทธาในคำพระพุทธเจ้าที่ปฏิบัติตามแล้วเห็นผลจริง การได้เห็นปัญหาของเด็กและเยาวชนในปัจจุบัน รวมถึงการมองเห็นอานิสงส์ที่จะเกิดขึ้นกับคนที่ท่องจำคำพระพุทธองค์ โดยจะเปิดรับสมัครโรงเรียนต่างๆ ส่งนักเรียนเข้าประกวดตั้งแต่วันนี้ถึงเดือน มิ.ย. 2556
“เราหวังประโยชน์ที่จะเกิดกับเด็กตลอดจนพ่อแม่ผู้ปกครอง อยากเห็นเขาเป็นชาวพุทธที่ดีตั้งแต่อายุยังน้อย อยากให้เมล็ดพันธุ์ดีเกิดขึ้นในจิตใจของเขา และอยากให้เขามีศรัทธาหยั่งลงมั่นในพระพุทธเจ้าแล้วปฏิบัติตามคำสอน ทุกคนจะเห็นอนุสาสนีปาฏิหาริย์เหมือนที่ตัวเองเคยเห็นสัมผัสมาแล้ว เช่น เมื่อก่อนเชื่อในเรื่องฮวงจุ้ย ฤกษ์ยาม และอื่นๆ อีก แล้วต้องทำตาม ไม่ทำไม่ได้ เพราะกลัว เพราะระแวง ยุ่งยากมาก แต่พอมาสัมผัสพุทธวจนะทุกอย่างที่ว่ามาก็ทิ้งหมด ความยุ่งยากต่างๆ หายไป ชีวิตเหมือนไม่ต้องมีใครมาชี้นำอีกต่อไป เพราะสิ่งเหล่านั้นมิใช่คำสอนพระพุทธเจ้า และเมื่อศาสดาเราคือพระพุทธเจ้า ก็ต้องเชื่อพระพุทธเจ้าเท่านั้น” ประธานโครงการย้ำหนักแน่น
ประธานโครงการ เล่าต่อว่า โครงการนี้เกิดขึ้นได้ต้องขอบคุณมูลนิธิพุทธโฆษณ์ เหล่าอาสาสมัครทั้งหลาย และท่านพงศ์เทพ เทพกาญจนา ที่อนุเคราะห์ให้ สพฐ.มาทำโครงการนี้ร่วมกัน ส่วนรายละเอียดโครงการและการประกวด สามารถเข้าไปดูและดาวโหลดได้ที่ http://www.nongtongbuddhawajana.com
ท่องไม่ยาก...ท่องแล้วได้?
ท่องจำยาก...ท่องจำแล้วได้อะไร ดูจะเป็นคำถามที่หลายคนอยากรู้ ถ้าอย่างนั้นต้องฟังจากปากคนที่เคยท่องจำคำของพระพุทธเจ้ามาแล้วว่า เขามีวิธีท่องอย่างไร และได้อะไรบ้างจากการท่อง พวกเขาแค่เด็กประถม บางคนอนุบาล แต่สามารถท่องจำได้ถูกต้อง คล่องแคล่ว และหลายคนมีความเข้าใจอีกด้วย
เริ่มที่ ด.ช.สิรวิชญ์ งามอนันตประทีป หรือ น้องเก้า อายุ 4 ขวบ โรงเรียนขุมทอง เริ่มท่องปีที่แล้วโดยแม่อ่านให้ฟังแล้วท่องตาม เพราะยังอ่านหนังสือไม่ออก แต่สามารถท่องจำได้ 13 พระสูตร/เรื่อง ทั้งสั้นและยาว เปิดเผยว่า คำพุทธเจ้าไพเราะ ท่องแล้วสนุก ขณะที่ ด.ช.วิศรุต พี่ชาย ก็ท่องได้เท่ากัน แต่สิ่งที่ได้คือ ทำให้มีสมาธิในการเรียนมากขึ้น
หันมาที่ ด.ญ.เจเด้น ฟาน ชั้น ป.4 โรงเรียนศุภกรณ์วิทยา สามารถท่องพุทธวจนะทั้งที่ภาษาอังกฤษและภาษาไทย บทที่ชอบ คือ ปฏิจจสมุปบาท การตั้งจิตก่อนนอน และอีกหลายๆ บท โดยคุณแม่อ่านให้ฟังก่อน จากนั้นอ่านและเริ่มท่องเอง ว่างๆ ก็ทบทวน
ด้าน น้ำวุ้น หรือ ด.ญ.พัณณิต์ตา ทั่งทอง อายุ 9 ขวบ จากโรงเรียนสารสาสน์วิเทศรังสิต เริ่มท่องเมื่ออายุ 7 ขวบ จนทุกวันนี้ท่องจำได้ 100 กว่าเรื่อง เช่น การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ถ้าสงสัยก็จะเก็บไปถามพระอาจารย์คึกฤทธิ์ เล่าถึงอานิสงส์ว่า เมื่อก่อนคุณพ่อกินเหล้าสืบบุหรี่นิดหน่อย แต่ตอนนี้เลิกแล้ว สำหรับตัวเองใช้สติและมีสมาธิมากขึ้น เช่น เวลาโกรธขึ้นมา แต่พอคำพระพุทธเจ้าปรากฏในหัวก็จะละโกรธขณะนั้นได้
ขณะที่ น้องบุ๊งด.ญ.ปวีณ์นุช สุรชัยพิทักษ์ จากโรงเรียนวัฒนาวิทยาลัย เพิ่งท่องจำได้ 1 เรื่อง ว่าด้วยเรื่อง ทรงกำชับให้ศึกษาปฏิบัติเฉพาะจากคำของพระองค์เท่านั้น อย่าฟังคนอื่น เล่าว่า ท่องจำไม่ยาก แต่สิ่งที่ได้คือรู้สึกดี เวลาทำอะไรใช้สติ และมีสมาธิกับสิ่งที่ทำได้นาน พร้อมๆ กับการคิดดี ทำดี พูดดี
ปิดท้ายที่ ด.ญ.ชวัลรัตน์ แววพานิช หรือน้องโอ๋ โรงเรียนบางกะปิ ท่องได้ 20 พระสูตร เริ่มท่องเมื่อปีที่แล้ว พระสูตรที่ชอบ คือ สัลเลขธรรม และอานาปานัสสติ เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่มีบุญวาสนาได้รู้จักพุทธวจนะ และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การได้นำเอาพุทธวจนะมาใช้ในชีวิตประจำวัน
พุทธวจนะว่าด้วยการบูชาตถาคตอย่างสูงสุด
อานนท์! เธอจงจัดตั้งที่นอน ระหว่างต้นสาละคู่ มีศีรษะทางทิศเหนือ เราลำบากกายนัก, จักนอน (ประทับสีหไสยาแล้ว มีอัศจรรย์ ดอกสาละผลิผิดฤดูกาล โปรยลงบนพระสรีระ, ดอกมัณฑารพ จุรณไม้จันทน์, ดนตรี ล้วนแต่ของทิพย์ ได้ตกลงและบรรเลงขึ้น; เพื่อบูชาตถาคตเจ้า).
อานนท์! การบูชาเหล่านี้ หาชื่อว่าตถาคตเป็นผู้ที่ได้รับสักการะ เคารพนับถือ บูชาแล้วไม่.
อานนท์! ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกาใด ประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบยิ่ง, ปฏิบัติตามธรรมอยู่;
ผู้นั้นชื่อว่า ย่อมสักการะ เคารพนับถือ บูชาตถาคต ด้วยการบูชาอันสูงสุด.
อานนท์! เพราะฉะนั้นเธอพึงกำหนดใจว่า “เราจักประพฤติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบยิ่ง ปฏิบัติตามธรรมอยู่” ดังนี้.
มหา. ที. 10/15960/1289







