posttoday
จิระพงศ์ มีนาพระ นักวิ่งสายฟ้าแห่งแดนใต้

จิระพงศ์ มีนาพระ นักวิ่งสายฟ้าแห่งแดนใต้

24 กุมภาพันธ์ 2556

การแข่งขันกรีฑาทุกรายการโปรแกรมการแข่งที่ผู้ชมทั่วโลกต่างรอคอยมากที่สุดก็คือ การแข่งขันวิ่ง 100 เมตร

การแข่งขันกรีฑาทุกรายการโปรแกรมการแข่งที่ผู้ชมทั่วโลกต่างรอคอยมากที่สุดก็คือ การแข่งขันวิ่ง 100 เมตร

โดย...โยธิน อยู่จงดี

การแข่งขันกรีฑาทุกรายการโปรแกรมการแข่งที่ผู้ชมทั่วโลกต่างรอคอยมากที่สุดก็คือ การแข่งขันวิ่ง 100 เมตร เพราะผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันรายการนี้ จะได้ชื่อว่าเป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลก เฉกเช่นเจ้าของสถิติโลกคนปัจจุบันคือ ยูเซน โบลด์ นักวิ่งลมกรดชาวจาเมกา ด้วยสถิติ 9.56 วินาที

หันกลับมามองที่ประเทศไทยและตั้งคำถามว่า แล้วนักวิ่งชาวไทยที่เร็วที่สุดของประเทศไทยทำสถิติได้ที่เท่าไหร่ ที่ผ่านมาในการแข่งขันระดับประเทศ สถิติการวิ่งที่ดีที่สุดของคนไทยจะอยู่ราวๆ 10.45 วินาที แต่ดิไอดอลวันนี้เราได้สนทนากับเจ้าของสถิติประเทศไทยคนใหม่มิ้ว-จิระพงศ์ มีนาพระ นักวิ่งลมกรดชาวสุราษฎร์ธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของสถิติประเทศไทยที่ 10.39 วินาทีด้วยวัยเพียง 19 ปี เขากินอะไร ซ้อมอย่างไร ทำให้เขาได้เป็นนักวิ่งลมกรดหน้าใหม่ ความหวังเหรียญรางวัลของประเทศในการแข่งเอเชียนเกมส์

อยากเป็นนักวิ่ง 100 เมตร

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6 ปีก่อนหน้านี้เด็กใต้หน้าตาใสซื่อชั้น ป.6 คนหนึ่ง นั่งดูการแข่งเอเชียนเกมส์ ที่เมืองโดฮา ประเทศอินโดนีเซีย ในช่วงนาทีสะกดคนไทยทั้งประเทศในรายการแข่งวิ่งผลัด 4x100 เมตร เด็กหนุ่มนั่งดูการแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ เขาลุ้นเชียร์นักกีฬาทีมชาติไทยตัวแทบโก่ง ภาพนักวิ่งไม้สุดท้ายนำคู่แข่งจนเข้าเส้นชัยคือ ฮีโร่ในวัยเด็กของเขา มิ้วเดินไปบอกกับแม่ของเขาว่า เขาอยากเป็นนักวิ่ง และแน่นอนว่าคุณแม่ของเขาก็สนับสนุนอย่างเต็มที่

มิ้วจึงเริ่มสมัครเป็นนักวิ่งกีฬาโรงเรียน จนได้ไปแข่งระดับโรงเรียนกับจังหวัด พอฝึกซ้อมได้ถึงจุดๆที่มิ้วสามารถวิ่งแซงคนอื่นๆ จนคว้าชัยชนะกลับมาในหลายรายการ ก็เป็นกำลังใจให้เขาอยากวิ่งต่อ และเชื่อว่าเขาได้เดินทางถูกเส้นทางฝันของเขาแล้ว ส่วนแม่ของมิ้วเองแน่นอนว่าเขาก็ภูมิใจที่ลูกชายทำได้ดีในสิ่งที่เขาใฝ่ฝัน เพราะการเล่นกีฬานั้นมีแต่เรื่องที่ดี ยังดีกว่าเอาเวลาไปเล่นเกมหรือติดยา และอีกอย่างถ้าทำได้ดีก็เป็นชื่อเสียงแก่วงศ์ตระกูลมิ้ว จึงตั้งใจซ้อมอย่างหนักในช่วง 4 ปีแรกของการเป็นนักวิ่งระดับโรงเรียนและจังหวัด จนในที่สุดเขาก็ก้าวเข้ามาเป็นนักวิ่งทีมชาติไทย

มีแรงบันดาลใจอย่างไม่ย่อท้อ

“อย่างแรกต้องมีแรงบันดาลใจที่ทำให้เราจะชอบกีฬานี้ และเราก็ต้องพยายามฝึกซ้อมไต่เต้ามาให้ถึงจุดที่เราใฝ่ฝัน อย่างช่วงแรกๆผมก็มีแข่งแล้วแพ้ตลอดจนรู้สึกท้ออยากเลิกแข่งไปเลยก็มี แต่เป็นเพราะแม่ที่ช่วยให้กำลังใจสนับสนุนเรามาโดยตลอด

อย่างช่วง ม.ต้น ผมวิ่งแพ้เพื่อนๆ อยู่หลายครั้งหลายรายการบางรายการเราหวังมากแต่ก็ชนะไม่ได้ แต่แม่ก็บอกกับผมว่าให้ผมวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะการวิ่ง 100 เมตร เป็นสิ่งที่ผมชอบ ถ้าผมไม่วิ่งเวลาว่างๆ ผมก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน ผมก็วิ่งมาเรื่อยๆ จนฝีเท้าเริ่มติด 1 ใน 4 ของการแข่งขันระดับเยาวชนระดับประเทศก็เริ่มพอเห็นความหวังแล้วว่าเราต้องซ้อมให้มากขึ้น จนในที่สุดผมก็ถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้ทีมชาติ” มิ้ว เล่าเส้นทางแห่งความสำเร็จของเขาอย่างถ่อมตัว

โดยจุดเปลี่ยนแปลงชีวิตมิ้วที่ทำให้เขามีชื่อเสียงและทำความฝันสูงสุดของเขาให้เป็นจริงก็คือ ช่วงแข่งกีฬาเอเชียนเกมส์ที่กว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งมิ้วกำลังเรียนอยู่ในระดับ ม.5 เขาได้วิ่ง 100 เมตร และวิ่งผลัด 4x100 เมตร ไม้ 3 เวลานั้นทีมชาติไทยทำเวลาได้เป็นอันดับที่ 5 ของการแข่งขันมาตลอดจนถึงรอบก่อนรอบชิง ทีมไทยกลับทำเวลาได้เป็นอันดับ 3 ก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่จุดที่สำคัญที่สุดของเขาก็คือ การได้วิ่งกับนักวิ่งทีมชาติคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับมิ้วให้หันมาเล่นกรีฑา

มิ้วเล่าด้วยแววตาเปี่ยมสุขว่าเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มากจากเมื่อ 6 ปีก่อนเขายังนั่งดูพี่ๆ แข่งขันในจอโทรทัศน์ แต่วันนี้กลับได้มาวิ่งเป็นไม้ที่ 3 ในทีมชาติไทย เป็นความพยายามในการฝึกซ้อมตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เพราะความฝันของผมสูงสุดของเขาก็คือ การได้เป็นนักวิ่ง 100 เมตรทีมชาติ ก็ถือว่ามาถึงที่ใฝ่ฝัน ก้าวต่อไปก็คือการซ้อมเพื่อทำสถิติให้ดียิ่งขึ้น

การซ้อมสำคัญกว่าอุปกรณ์

สำหรับคนที่อยากเป็นนักวิ่ง 100 เมตร มิ้วบอกกับเราว่าเริ่มจากเสื้อผ้าต้องใส่แบบรัดรูปให้พอดีตัวจะได้ไม่เกะกะตอนเราวิ่งความเร็วสูงๆ รองเท้าวิ่ง 100 เมตร จริงๆ จะเป็นแบบตะปูช่วยจิกเกาะพื้นได้ดีกว่า ซึ่งเสื้อผ้ารองเท้าจะมีส่วนในการช่วยวิ่งทำเวลาให้เราได้มาก

บางครั้งเข้าเส้นชัยพร้อมกันเวลาต่างกันแค่ 0.01 วินาที ก็หมายถึงชัยชนะกับความพ่ายแพ้ได้เหมือนกัน รองเท้าคู่แรกของผมเป็นรองเท้าวิ่งมือ 2 ที่ขายตามข้างทางซื้อมาคู่ละ 200 บาท เพราะผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเอาจริงเอาจังกับการวิ่งได้แค่ไหน แต่วิ่งไปได้แค่ 2 ครั้ง กาวก็หลุดรองเท้าเปิดเป็นปากพูดได้ (หัวเราะถึงสภาพรองเท้าในเวลานั้น) นั่นเป็นรองเท้าในการวิ่งครั้งแรกระดับโรงเรียน พอวิ่งแข่งระดับจังหวัดผมก็ใช้รองเท้าคู่ละ 800 บาท แต่ยังเป็นมือ 2 อยู่ พอได้วิ่งแข่งระดับประเทศถึงได้ใช้รองเท้าวิ่งมือหนึ่งที่มีคุณภาพดีหน่อยเป็นรองเท้าสำหรับการซ้อมแข่ง

แต่สิ่งที่สำคัญสุดคือการฝึกทั้งการวิ่งและการฟิตร่างกายอย่างวิ่ง 100 เมตร ไปกลับ 2 ชุด พักชุดละ 810 นาที แล้วก็วิ่งออกตัว 30 เมตร 45 เที่ยว แล้วก็วิ่งบนหญ้าอีก 45 เที่ยว สลับกันแล้วก็มีโปรแกรมฝึกกล้ามเนื้อเข้ามาช่วยบ้าง และต้องซ้อมตามตารางฝึกอย่าให้ขาด สิ่งนี้สำคัญมากกว่าเสื้อผ้าและรองเท้า

เพราะเราจะก้าวไปข้างหน้าได้ต้องอยู่ที่หัวใจ แรงบันดาลใจความรัก ความชอบ และกล้าจะก้าวไปสู่เส้นทางที่ตัวเองใฝ่ฝันอย่างไม่ย่อท้อแล้ววันหนึ่งความสำเร็จจะมาถึงโดยที่เราไม่ทันคาดคิด ราวกับช่วงวินาทีที่วิ่งผ่านเส้นชัย แต่เสี้ยววินาทีนั้นต้องแลกด้วยหยาดเหงื่อและความพยายามนานนับปีนั่นเอง

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล