
ส่งรักปันสุข จากใจคนกรุงสู่ตำรวจใต้
รู้สึกไหมเวลาดูข่าวตำรวจ ทหาร ครูใต้ ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บล้มตายอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ดูข่าวแล้วหดหู่สลดใจ
รู้สึกไหมเวลาดูข่าวตำรวจ ทหาร ครูใต้ ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บล้มตายอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ดูข่าวแล้วหดหู่สลดใจ
โดย...กันย์
รู้สึกไหมเวลาดูข่าวตำรวจ ทหาร ครูใต้ ถูกลอบทำร้ายบาดเจ็บล้มตายอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น ดูข่าวแล้วหดหู่สลดใจ เจ็บปวดที่คนไทยเข่นฆ่ากันเอง เสียใจที่ทำไมสถานการณ์มันไม่ดีขึ้นสักที อยากช่วยให้อะไรๆ ดีขึ้นบ้าง แต่ไม่รู้จะช่วยได้อย่างไร ทำได้เพียงอย่างน้อยส่งกำลังใจความห่วงใยไปให้พวกเขารับรู้ว่า เราสวดมนต์อธิษฐานให้พวกเขารอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง ขอให้บุญรักษาและพระคุ้มครอง
ที่ผ่านมาก็ได้แต่นึกในใจแล้วส่งใจไปแบบสัมผัสจับต้องไม่ได้ แต่วันนี้เรามีช่องทางส่งความห่วงใยที่แสดงออกได้จนถึงมือเหล่าตำรวจและทหาร 3 จังหวัดชายแดนใต้ได้แล้ว แม้จะเป็นช่องทางอันน้อยนิด ก็ยังดีกว่าไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ เลย พวกเขาเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ที่ช่วยกันทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่กับจิตใจ เขารวมตัวกันในนาม “โครงการส่งรักปันสุข”
โครงการนี้ริเริ่มโดยนายตำรวจหนุ่ม พ.ต.ท.เนติ วงษ์กุหลาบ ที่เห็นเพื่อนตำรวจและทหารได้รับบาดเจ็บกันมากมายตลอด 6-7 ปีที่ผ่านมา เขาจึงชักชวนเพื่อนฝูง คนรู้จักใกล้ๆ ตัวในกรุงเทพฯ ช่วยกันๆ ส่งจดหมาย หรือ ส.ค.ส เขียนไปให้กำลังใจพวกเขาเหล่านั้น แล้วส่งไปยังแต่ละสถานีตำรวจภูธร ที่อยู่ 3 จังหวัดแดนใต้ เมื่อปี 2553 จนวันนี้เข้าสู่ปีที่ 4 แล้ว จากนั้นจึงขยายไปยังนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป โดยเราจะนำ ส.ค.ส ไปจำหน่ายในสถานที่ต่างๆ แล้วแต่โอกาสจะอำนวย เช่น สำนักงาน โรงเรียน มหาวิทยาลัย ที่เรารู้จัก หรือแนะนำกันไป ตอนนั้นใช้ชื่อ “โครงการสานใจไทยเพื่อเป็นกำลังใจให้ทหาร ตำรวจ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อยาวและจำยากก็เปลี่ยนมาเป็น โครงการส่งรัก ปันสุข ในปีที่ 2
“ตอนนั้นเราส่งไปให้สถานีตำรวจและค่ายทหารที่ 3 จังหวัดภาคใต้ รวบรวมได้ครั้งละกว่า 5,000 ใบ แต่พอทำได้ปีที่ 2 ก็คิดว่า มันน่าจะต่อยอดได้มากกว่านั้น จากแค่ส่ง ส.ค.ส.ไปแล้วจบ มันได้แค่กำลังใจแต่ช่วยอะไรไม่ได้มาก พอมาปีที่ 3 ก็เลยทำการ์ดมาขายใบละ 10 บาท หรือแล้วแต่จะสมทบทุน โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อเอาเงินไปบริจาคให้กับครอบครัวตำรวจที่สูญเสีย ซึ่งแม้ว่าจะไปช่วยได้เพียงครอบครัวละหลักหมื่นบาท แต่ก็ช่วยได้หลายครอบครัว เพื่อเป็นกำลังใจและแสดงความขอบคุณในความเสียสละของพวกเขา เรารวบรวมเงินได้ปีละเป็นหลายแสนบาท ก็เป็นกำลังใจที่ดีต่อพวกเราที่ทำและนำเงินไปช่วยเหลือเขาได้บ้าง เราจะทำต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะสงบ” สารวัตรหนุ่มกล่าวอย่างมุ่งมั่น
สาวสวย สลิลาทิพย์ ทิพยไกรศร รองนางสาวไทย 2549 และผู้ประกาศข่าวเศรษฐกิจ ช่องทีเอ็นเอ็น 24 หนึ่งในสมาชิกโครงการที่ร่วมก่อตั้งโครงการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปีที่ผ่านมามีประชาชนร่วมส่งโปสการ์ดมากว่า 1 หมื่นใบ และได้รับเงินจากการจำหน่ายโปสการ์ดและการสบทบทุนเพิ่มเติมกว่า 5 แสนบาท ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้นำส่งไปมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวรวม 91 ครอบครัว แบ่งเป็นครอบครัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เสียชีวิตจำนวน 60 ครอบครัว และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุพลภาพอีก 31 ราย ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จาก พล.ต.อ.วุฒิ พัวเวส อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการให้คำปรึกษาการจัดทำโครงการและ พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฏฐ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการพาคณะจัดทำโครงการเดินทางไปมอบเงินเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ จ.ปัตตานี นราธิวาส ยะลา และสงขลา
“ปีนี้เราก็ทำโครงการต่อและคาดว่าจะลงไปมอบเงินได้ช่วงปลายเดือน เม.ย ปีนี้ค่ะ โดยปีนี้เน้นความช่วยเหลือให้กับตำรวจ ปีหน้าจะเพิ่มไปยังพี่ๆ ทหารหาญๆ ด้วยค่ะ ช่วยกันคนละไม้คนละมือค่ะ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้มตั้งใจ
ปัจจุบันสมาชิกโครงการส่งรักปันสุขมีมากกว่า 100 คน ส่วนใหญ่เป็นครอบครัวตำรวจในกรุงเทพฯ พวกเขาจะออกบูธขายไปรษณียบัตรในจุดสำคัญของกรุงเทพฯ ใครพบเห็นก็อย่าลืมอุดหนุนและร่วมเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องตำรวจในชายแดนภาคใต้กันนะคะ หรือติดต่อซื้อผ่าน www.facebook.com/ส่งรักปันสุข
&<2288;
&<2288;







