posttoday
เกาหลียามหิมะตก

เกาหลียามหิมะตก

03 เมษายน 2553

จำลอง บุญสอง

 

ขณะที่เขียนเรื่องนี้หิมะในเกาหลีคงไม่มีแล้วเพราะไม่ใช่ฤดูกาลของมัน แต่ถึงจะไม่ใช่ฤดูกาลของมัน อากาศของที่นั่นในเวลานี้ก็ยังคงหนาวเย็นอยู่ดี

ผมเคยไปเกาหลีในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แม้จะมีแดดจ้าแต่อากาศก็ยังเย็นสบาย แต่ถึงจะสบายอย่างไรบางคืนก็หนาวสั่นเอาได้เหมือนกัน เพราะดินฟ้าอากาศแปรปรวนได้ตลอดเวลา อากาศที่แปรปรวนคืออุปสรรคปัญหาใหญ่ของเกาหลีโดยเฉพาะทางด้านการเกษตรหรือแม้แต่การท่องเที่ยว

ผมไปคราวนี้ไปกับ Happy Korea ครับ เป็นบริษัททัวร์ของคุณตุ๊กตา สาวเกาหลีที่เข้าใจภาษาไทยได้ดีไม่แพ้คนไทยนั่นแหละครับ ที่เธอเข้าใจภาษาไทยได้ดี สามารถพูดไทยได้ดีก็เพราะเธอมาเรียนเมืองไทยตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่นนั่นเอง

แต่ถึงจะมาเรียนยังเมืองไทยนานหลายปีแล้ว เธอก็ยังถูกนายทหารไทยจอมตลกบางนายที่ไปดูงานที่เกาหลียกมือนิ้วโป้งให้หลังจากกินอาหารเกาหลีอร่อยๆ หมดชามว่า

อร่อย “พอแหลกล่าย”

วลี “พอแหลกล่าย” ที่เธอไม่เคยได้ฟังมาก่อน แต่คิดว่าเป็นคำพูดที่ดี เธอจึงเอาไปใช้กับคนไทยหลายต่อหลายคน ที่มีเรื่องมีราวเล่าขานในเวลาต่อมา ก็เมื่อเธอเอาวลีนี้ไปใช้กับภรรยาของอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จนอาจารย์ต้องเรียกไปบอกว่าเป็นคำไม่สุภาพ เธอจึงถึงบางอ้อ

ตามหมายกำหนดการในวันแรกของงาน เราจะได้ไปที่หมู่บ้านฝรั่งเศส ใกล้ภูเขาโฮมีซัน ริมทะเลสาบซอนเพียงโฮ แต่ด้วยอากาศที่แปรปรวนคือมีหิมะตกมาก เราจึงไม่ได้ไปที่นั่น แต่ถึงไม่ได้ไปที่นั่นเราก็ยังได้ไปที่เกาะนามิ เกาะซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน ที่มีความเงียบสงบ มีทิวทัศน์ที่สวยงามท่ามกลางแมกไม้และทิวสนที่สูงเสียดฟ้า ท่ามกลางหิมะที่ขาวโพลน

เกาะแห่งนี้คนเกาหลีเขาใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวและถ่ายหนัง หนังที่มาฉายในเมืองไทยก็เช่นเรื่อง “เพลงรักในสายลมหนาว”

พวกเราไปถึงที่นั่นในขณะที่ลมและละอองฝนกำลังแรง เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เตรียมเอาไว้สำหรับกันหนาวแทบจะไม่มีความหมายเพราะลมเย็นสามารถชอนไชไปตามช่องว่างของเสื้อผ้าเข้าไปสัมผัสผิวกายได้หรือถึงไม่ได้ก็วาบเข้าไปถึงหัวใจ

เดินไปชมไปแบบไม่มีความสุขนักเพราะหนาวจับจิต น้องฝึกงานชาวเกาหลีเห็นพวกเราหนาวก็ย่องไปเอาหินที่เขาอุ่นอยู่บนเตามาแจกให้คนละก้อนสองก้อน ได้หินอุ่นๆ มากำอยู่ในมือ เราจึงมีความรู้สึกที่ดีขึ้น

สถานที่นี้ว่าไปแล้วก็สวยดีสำหรับคนเกาหลี แต่ในสายตาผมถ้าเทียบกับเกาะในเมืองไทยแล้ว เกาะบ้านเราออกจะเป็นธรรมชาติมากกว่า นัยว่าหน้าร้อน มีชาวเกาหลีมาเที่ยวที่เกาะนี้มากมายจนแทบจะเดินชนกัน

หลังจากขึ้นจากเกาะแล้ว พวกเราก็เดินทางไปยังที่ทำการของจังหวัดคังวอน เพื่อให้ดาราของเราไปรับประกาศนียบัตรแห่งการสร้างความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศ

หลังจากนั้นก็ไปฝึกทำช็อกโกแลตกับเค้กกันที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองชุนชอน ผมดูการทำช็อกโกแลตแล้วก็ไม่ยาก ขอให้มีเงินเถอะทำได้ทั้งนั้น ส่วนเค้กอาจจะต้องใช้ฝีมือกันหน่อย

สถานีรถไฟ ดงแฮ (Donghae Station) เป็นสถานีรถไฟซึ่งเป็นต้นทางของรถไฟสาย “คู่รัก” เขาทำเพื่อขายให้คู่รักแสนหวานขึ้นไปใช้บริการ ประตูหน้าต่างแบบรถไฟบ้านเราไม่มีหรอกครับเพราะที่นั่นทั้งหนาวทั้งลม แต่มีกระจกพลาสติกใหญ่ๆ ใส่แทนเพื่อให้คู่ตุนาหงันดูทะเลให้เต็มที่ ผมพยายามหาความสงบงามของทะเลเกาหลีแต่ไม่ได้พบมันเลย มีแต่ลมกระโชกบวกกับคลื่นขนาดยักษ์ มิน่าเล่าคนเกาหลีถึงมาเที่ยวทะเลไทยกันมากมาย ตัวรถไฟทั้งขบวนมีแค่ 3 โบกีเท่านั้น คู่รักมักจะมาจู๋จี๋กันตอนกลางคืนแล้วนั่งรถไฟเลียบหาดทรายไปเรื่อยๆ มีการเสิร์ฟไวน์เพื่อวอร์มร่างกายของคู่รักด้วย มีอินเทอร์เน็ตไว้บริการอีกต่างหาก ผมว่าเหมาะสำหรับการจัดงานแต่งงานแบบฟาสต์ฟู้ดนะครับ

ในคำบรรยายบอกว่าเป็นรถไฟสายที่ใกล้ชิดกับทะเลมากที่สุดในโลกจนได้รับการบันทึกในกินเนสบุ๊ก อ้อ! บนโบกีเขามีห้องพิเศษเอาไว้ขอความรักกันและกันอีกด้วย

ผมนั่งรถไฟสายนี้แล้วนึกถึงเมืองไทย บ้านเรามีสถานที่สวยงามมากมาย มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรมและวิถีชีวิต สามารถเป็นแหล่งที่ให้นักท่องเที่ยวได้ไปเยี่ยมชมได้มากมายหลายแห่ง แต่เราขาดการจัดการที่ดี ขาดพาหนะเพื่อการท่องเที่ยวที่ดี รายได้จากนักท่องเที่ยวที่ควรได้จึงมีไม่มากเท่าที่ควร ผมเห็นเกาหลีไม่มีอะไรเลย เขายังสร้างจุดขายมาขายให้เราได้

หลังจากลงจากสถานีรถไฟซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ที่เราขึ้นไม่นาน (นั่งพอให้ลิ้มรสว่าได้นั่ง) แล้ว พวกเราพากันไปกินอาหารในร้านอาหารที่สร้างโดยอาร์ติสต์ 2 สามีภรรยาที่ตั้งอยู่ริมทะเลที่ชื่อว่า Hasilla Museum Hotel คือเป็นทั้งโรงแรมและห้องอาหารสำหรับคนเดินทางไปด้วยในขณะเดียวกัน ต้องชื่นชมว่านอกจากอาหารอร่อยสุดๆ แล้ว เรายังได้ชื่นชมกับห้องอาหารแสนสวย ห้องน้ำงามๆ ที่หาดูได้ยากอีกด้วย

ผมถ่ายภาพห้องอาหารและห้องน้ำของเขามาให้ดู เผื่อว่าใครจะอยากไปเที่ยวชมบ้าง พวกอาร์ติสต์มาทำร้านอาหารเมื่อไหร่ ต้องยอมรับว่าทำได้สวยดี ใครไปเกาหลีถ้าสนใจโรงแรมนี้ก็ลองติดต่อเขาได้ที่ www.hassilla.kr ดูนะครับ ผมชื่นชมเขาจริงๆ

เราไปพักกันที่สกีรีสอร์ต ซึ่งเป็นรีสอร์ตของสินค้าแบรนด์แอลจี ที่ชื่อว่า Konjiam Resort สกีรีสอร์ตแห่งนี้นับเป็นสกีรีสอร์ตใหญ่ที่สุดของจังหวัดเคียงกีโด ที่นี่เขาจำกัดคนเล่นให้ไม่เกิน 7,000 คนต่อวัน เขาวาดหวังไว้ว่าลูกค้าของเขาจะเป็นพวกกระเป๋าหนักๆ ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว แต่ก่อนที่พวกเราจะไปเล่นเราก็ต้องไปเช่าชุดสกีกันก่อน เช่าได้แล้วก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องพักก่อนออกไปยังลานสกีที่อยู่เหนือขึ้นไปบนเขา ระหว่างที่เราเช่าชุดสกีกันนั้น สามารถเห็นท้องฟ้าขาวโพลงอันเกิดจากแสงไฟที่สะท้อนลานสกีขึ้นไปอย่างสวยงาม

ผมไม่ได้เล่นกับเขาหรอกครับ เพราะเจียมตัวดีว่าขืนไปเล่นก็จะกลายเป็นภาระให้เพื่อนผู้ร่วมเดินทางเสียเปล่าๆ ใครขึ้นไปเล่นผมก็ต้องกลายเป็นตากล้องให้พวกเขาไปโดยปริยาย

ใครขึ้นไปเล่นเขาก็นอนดึกกันสักหน่อย เพราะมีรายการก๊งต่อ ผมหนาวก็เลยเข้าไปนอนแต่หัวค่ำ ขนาดนอนหัวค่ำแล้วก็ยังไม่อยากตื่นอยู่ดี ระหว่างไปกินอาหารเช้าที่โรงแรม พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย...หิมะโปรยลงมายังกะละอองฝนบ้านเรา โปรยมาได้สักพักทั่วทุกทิศทุกทางก็เต็มไปด้วยสีขาวโพลน ขนาดรถเก๋งที่จอดหน้าโรงแรมเดี๋ยวเดียว หมดสภาพของการเป็นรถไปเลย วิ่งไปไหนต่อไหนก็ไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องตะกุยหิมะติดล้อ

พวกนักข่าวมีรายการไปเยี่ยมโรงพยาบาลคาทอลิกที่ทันสมัยแห่งหนึ่ง ที่นั่นก็เหมือนโรงพยาบาล

เพื่อการท่องเที่ยวในไทยแถวสมุย กรุงเทพฯ หรือภูเก็ต ที่นี่มีเครื่องมือตรวจมะเร็งที่ทันสมัย ซึ่งมีเพียงไม่กี่เครื่องในโลก

ผมกับน้องดาราเข้าไปตรวจร่างกายกับเขาด้วยหลังจากฟังบรรยายไปได้สักพัก พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่นั่นบริการดี สุดยอด

ตอนค่ำเราไปล่องแม่น้ำฮันกันครับ แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำของชาติเกาหลีเลยทีเดียว แต่ก่อนมีสภาพที่ไม่ต่างอะไรกับแม่น้ำเจ้าพระยาของเราในปัจจุบันคือสกปรกและเต็มไปด้วยบ้านเรือนของผู้คน ประธานาธิบดี ปักจุงฮี จัดการเสียเรียบร้อยโรงเรียนเกาหลี คือเอาคนที่อยู่ริมแม่น้ำไปอยู่ตามตึกซึ่งห่างออกจากฝั่งไปสักกิโลหรือสองกิโล หลังจากนั้นท่านก็พัฒนาสองฝั่งแม่น้ำเสียสวยเพื่อเอาไว้ให้ประชาชนพักผ่อนและเล่นกีฬา หน้าร้อนเราจะเห็นคนเกาหลีเอารถจักรยานมาปั่นกันมากมาย ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมกีฬาจักรยานของเกาหลีจึงเป็นที่หนึ่งเช่นเดียวกับอีกหลายๆ กีฬา

เราไปกินอาหารบนเรือ กินไม่พอยังได้ดูสาวเกาหลีเต้นระบำหน้าท้องอีกด้วย ทั้งคู่แม้จะออกเขินๆ แต่ก็เต้นได้สุดฝีมือ ผมกดไปหลายช็อต เพราะเคยเห็นแต่หญิงรัสเซียแก่ๆ เต้นให้ดูที่ดูไบ นี่เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถเก็บเงินจากนักท่องเที่ยวได้มาก

อาหารบุฟเฟต์บนเรือนั้นเต็มไปด้วยอาหารทะเล ผมกินได้ไม่มากนักเพราะคอเลสเตอรอลสูง แต่ก็กินอาหารอื่นๆ แทน

คนเกาหลีนั้นกินอาหารสุขภาพมาก เป็นอาหารที่ไม่มีสารพิษเพราะไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลงอันเนื่องจากแมลงเจอหนาวแล้วแข็งตาย ต่างจากบ้านเราที่อุดมไปด้วยสารพิษ ที่นั่นไม่ใส่ผงชูรส แต่ปรุงแต่งรสอาหารด้วยธรรมชาติของอาหารเอง เวลากินอาหารเกาหลีจึงกินได้สนิทใจ ถ้าเทียบกับอาหารญี่ปุ่นแล้ว ญี่ปุ่นใช้ผงชูรสมากกว่า

พิพิธภัณฑ์เท็ดดี้แบร์คือที่ที่เราไปหลังจากนอนที่เบสต์เวสเทิร์นในกรุงโซลแล้ว ผมไปมาแล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่ได้ไปช่วงหิมะตกแบบนี้ ยามหิมะตกที่นั่นอะไรก็เป็นสีเทาไปหมด

หิมะทำให้พื้นที่ที่เขาจัดให้หนุ่มสาวมาล็อก Love Key เอาไว้ที่หอคอยกรุงโซลกลายเป็นละอองน้ำแข็งไปหมด เดินดูได้เดี๋ยวเดียวก็หมดกำลังเดิน

หลังจากจบงานเราก็มาซื้อของฝากที่ร้านขายสินค้าใกล้สนามบิน ราคาไม่แพงเพราะเขาขายเหมาเป็นแพ็กๆ มีแถมมาก คนไทยชอบแถมก็เลยซื้อกันหมดกระเป๋า เรียกได้ว่าเกาหลีคิดดีคือก่อนจะกลับขอเทกระเป๋านักท่องเที่ยวเสียเลย

ขอบคุณแฮปปี้โคเรีย ทัวร์นี้ถึงแม้จะแพงกว่าที่อื่นแต่ก็เชื่อถือได้ ใครสนใจก็ติดต่อเขาได้ที่ 025395770 หรือที่ www.happytokorea.com

 

ล้อมกรอบ

เกาหลีที่มองไม่เห็น

เดี๋ยวนี้ใครๆ ไปเกาหลีใต้ เขียนเรื่องความเจริญก้าวหน้าของเกาหลีใต้กันมากมาย แต่จะมีใครบ้างที่รู้ว่าเกาหลีซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกน้อยและมีฤดูกาล (6 ฤดู) ที่ไม่เอื้อต่อความเป็นอยู่ “แข็งแกร่ง” ขึ้นมาได้อย่างไร ทั้งๆ ก่อนนี้เกาหลีใต้ได้ถูกหลายๆ สงครามทำลายลงอย่างยับเยินไม่ต่างอะไรกับเวียดนามในช่วงครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา

ปัจจัยแรกและเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทำให้เกาหลีมีวันนี้ได้ก็คือ เกาหลีได้ปฏิวัติตัวเองแล้วเช่นเดียวกับเวียดนาม มาเลเซียและประเทศส่วนใหญ่ในโลก ต่างที่เป็นการปฏิวัติต่างชนิดลัทธิเท่านั้น เวียดนามปฏิวัติภายใต้ลัทธิคอมมิวนิสต์ ส่วนเกาหลีและมาเลเซียปฏิวัติภายใต้ลัทธิประชาธิปไตย

การปฏิวัติประชาธิปไตยของเกาหลี ทำให้คนเล็กคนน้อย ผู้ด้อยโอกาสของประเทศสามารถแสดงออกถึงความต้องการของพวกเขา

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน