
หนุ่มสาว... เริ่มสะสม สูงวัย...เริ่มใช้จ่าย
ก็รู้นะว่า ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว เพื่อชีวิตสวยงามเมื่อยามเกษียณและก็รู้อีกนะว่า
ก็รู้นะว่า ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว เพื่อชีวิตสวยงามเมื่อยามเกษียณและก็รู้อีกนะว่า
โดย...สวลี ตันกุลรัตน์
ก็รู้นะว่า ต้องเริ่มออมเงินตั้งแต่ยังหนุ่มยังสาว เพื่อชีวิตสวยงามเมื่อยามเกษียณและก็รู้อีกนะว่า ยิ่งเริ่มต้นออมเงินเร็วเท่าไรก็ยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้น เพราะเงินออมจะมีเวลาทำงานนานขึ้น มีโอกาสเติบโตได้มากกว่ากว่าคนที่เริ่มต้นช้า
แต่ใครจะไปทนความเย้ายวนของนานาสารพัดสิ่งรอบตัวได้
ไหนจะต้องมีสมาร์ตโฟนสุดล้ำ แล้วไปแฮงเอาต์กับปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ด้วยรถคันงามที่เพิ่งถอยมา กลับมานอนคอนโดหรูกลางเมืองที่ยังผ่อนไม่หมด นี่ยังไม่รวมค่ากิน ดื่ม ช็อป และท่องเที่ยวต่างประเทศอีกนะ
ชีวิตวัยหนุ่มสาวช่างสวยงาม แต่ถ้าไม่คิดเรื่องการออมตั้งแต่วันนี้ ชีวิตบั้นปลายอาจจะไม่สวยงาม เพราะฉะนั้นเริ่มต้นออมด้วยเคล็ดลับง่ายๆ 11 ขั้นตอน
1.ล้างหนี้ที่มีให้หมด ต้องเริ่มมานั่งคิดแล้วว่า แต่ละเดือนเราจ่ายหนี้ไปกี่บาท เริ่มเข้าข่าย “หนี้เกินตัว” แล้วหรือยัง ต้องรีบจัดการให้เรียบร้อย โดยเฉพาะหนี้ที่ดอกเบี้ยแพงๆ เพราะถ้าเราไม่รีบจัดการหนี้ให้หมดก่อน การออมก็เกิดขึ้นได้ยาก และที่สำคัญผลตอบแทนจากการออมและการลงทุนก็ไม่มีทางโตได้ทันดอกเบี้ย
2.ตั้งเป้าหมายเงินออม โดยมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งอาจจะเริ่มจากเป้าหมายระยะสั้นๆ ก่อนก็ได้ ถ้ายังไม่คุ้นเคย แต่ต้องไม่ลืมว่า ในชีวิตเรามีเป้าหมายได้หลายอย่าง เพราะฉะนั้นอย่าลืมใส่เป้าหมายการออมเพื่อชีวิตสบายวัยเกษียณเอาไว้ด้วย เพราะเมื่อมีรายได้เข้ามา สิ่งแรกที่ต้องจ่ายคือ จ่ายเพื่อชีวิตในอนาคตของเรา
3.กำหนดจำนวนเงินที่ต้องออมในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปี จำนวนเท่าไร เพราะยิ่งเราทำให้จำนวนเงินที่ต้องออมน้อยลงเท่าไรก็ยิ่งทำให้การออมทำได้ง่ายๆ สบายๆ มากขึ้น
4.จดบันทึกรายจ่าย เพื่อให้รู้ว่าเราใช้จ่ายอะไรไปบ้าง และอะไร คือ รอยรั่วในชีวิต
5.ลดรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายไร้สาระ และถ้าจะให้ดีควรจะเลิกหยิบบัตรเครดิตขึ้นมารูด ถ้าไม่มั่นใจว่าจะมีปัญญาจ่าย
6.การออม ไม่ใช่แค่การฝากเงินไว้ในบัญชีเงินฝาก เพราะยังมีช่องทางการออม การลงทุน อีกมากที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนมากขึ้น อย่ากลัวที่จะเริ่มต้น อย่ากลัวที่จะเสี่ยง เพราะถ้าเราไม่ยอมเสี่ยงอะไรเลย สุดท้ายแล้วตัวเรานั่นล่ะจะต้องเจอกับความเสี่ยงที่สุด
7.อย่าล้มเลิก ถ้ายังไม่บรรลุเป้าหมาย
แล้วชีวิตจะสบายตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ไปจนถึงวัยเกษียณ
ชีวิตสบายๆ ที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นเมื่อ “วันเกษียณ” เพราะนับจากนี้ไม่ต้องมีภารกิจในที่ทำงานอีกแล้ว และถ้าเตรียมตัวมาดีตั้งแต่วัยหนุ่มสาว ก็ไม่มีอะไรให้ต้องหนักใจ ใช้จ่ายได้สบายมือ บางคนใช้ช่วงเวลานี้ทำความฝันในวัยหนุ่มสาวให้เป็นความจริง
แต่ก็ใช่ว่า การเตรียมตัวดีมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาวจะทำให้สามารถใช้จ่ายแบบไม่ยั้งคิดได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า นี่คือ “เงินก้อนสุดท้ายในชีวิต”
ถ้าตลอดชีวิตการทำงานรวบรวมเงินมาได้ 1 ล้านบาท และในแต่ละปีต้องใช้เงินประมาณ 1 แสนบาท หรือ 10% โดยไม่มีการลงทุนอื่นใดเพิ่มเติม แปลว่าเงินจำนวนนี้จะหมดภายในเวลาแค่ 10 ปีเท่านั้น ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นชีวิตคงไม่สวยงามอีกแล้ว
เพราะฉะนั้นต้องมีการบริหารจัดการเงินก้อนนี้อย่างดีที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่การทิ้งไว้ในบัญชีเงินฝากเฉยๆ แต่ต้องทำให้เงินก้อนนี้งอกเงยขึ้นมาจนมากพอที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต
ถ้าเรานำเงินก้อนนี้ไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทน 5% ต่อปี และเราเบิกออกมาใช้ปีละ 10% เหมือนเดิม เราจะยืดอายุเงินก้อนนี้ออกไปได้จาก 10 ปี เป็น 14 ปี
แต่ถ้ามันยังไม่นานพออาจจะลองใช้วิธีของ ฟิลลิป ลูบินสกี นักวางแผนทางการเงินในเดนเวอร์ สหรัฐอเมริกา ที่เรียกว่า “The Income for Life Model” ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนที่จะช่วยสร้างรายได้ให้ตลอดชีวิต
เขาจึงแนะนำให้จัดสรรเงินออมที่หามาได้ทั้งชีวิตออกเป็น 6 ก้อน โดยค่อยๆ เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ
ก้อนแรก เป็นการลงทุนสำหรับปีที่ 1-5 หลังเกษียณ แบ่งเงินออกมา 26% ของเงินลงทุนที่มีอยู่ โดยจะเน้นลงทุนสินทรัพย์ที่รับประกันผลตอบแทน แบบขั้นบันได เช่น ลงทุนพันธบัตรอายุ 1 2 3 4 ปี และ 5 ปี ซึ่งนอกจากจะนำเงินลงทุนที่ครบกำหนดในแต่ละช่วงมาใช้จ่ายแล้ว ยังได้ดอกเบี้ยจากการลงทุนอีกด้วย
ก้อนที่สอง สำหรับปีที่ 6-10 หลังเกษียณ แบ่งเงินออกมา 28% ของเงินลงทุนที่มีอยู่ จะเน้นลงทุนในพันธบัตรในรูปแบบขั้นบันไดเช่นเดียวกัน เพื่อสร้างรายได้ในปีที่ 610
ก้อนที่สาม สำหรับปีที่ 11-15 หลังเกษียณ แบ่งเงินออกมา 20% ของเงินลงทุนที่มีอยู่ โดยจะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอีกนิด เพื่อสร้างรายได้และการเติบโตให้กับเงินลงทุนที่มีอยู่
ก้อนที่สี่ สำหรับปีที่ 16-20 หลังเกษียณ แบ่งเงินออกมา 13% ของเงินลงทุนที่มีอยู่ โดยจะเป็นเงินลงทุนเพื่อคาดหวังให้เงินลงทุนเติบโต
ก้อนที่ห้า สำหรับปีที่ 21-25 แบ่งเงินออกมา 7% เพิ่มสินทรัพย์เสี่ยงให้มากขึ้นอีก และก้อนสุดท้ายสำหรับปีที่ 25 ขึ้นไป จะเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ซึ่งคิดเป็นเงินเพียง 6% ของเงินลงทุนทั้งหมด
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เงินก้อนที่ 4 5 และ 6 จะงอกเงยขึ้นมาจนมากพอที่จะใช้จ่ายไปจนวันสุดท้ายของชีวิต
เพราะชีวิตคงไม่สวยงามแน่ๆ ถ้าเงินจากไปหมดแล้ว แต่เรายังมีชีวิตอยู่







