
คุยออนไลน์กันไม่รู้เรื่อง
โดย...ชายโย
โดย...ชายโย
ไม่ว่าเราจะสื่อสารกันด้วยช่องทางใดก็ตาม ปัญหาคลาสสิกที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำก็คือ ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน อธิบายอีกอย่าง แต่อีกคนเข้าใจไปอีกอย่าง สุดท้ายงานก็ไม่ได้ออกมาอย่างที่ใจเราต้องการ โดยเฉพาะการประชุมงานผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมใช้งานในออฟฟิศยุคใหม่ ช่วยลดรายจ่ายค่าเดินทาง และประหยัดเวลาในการทำงานลงไปได้มาก
สถานการณ์
หัวหน้ากลุ่มนัดประชุมแชตออนไลน์กลุ่มกับลูกน้องตอน 2 ทุ่ม เพื่อคุยงานให้เสร็จทันตามเวลาที่กำหนด ลูกน้องแต่ละคนก็เริ่มพรีเซนต์งานตัวเองที่รับผิดชอบ พร้อมแจกไฟล์เอกสารไปให้เพื่อนร่วมงานผ่านโปรแกรมแชต หัวหน้าให้คอมเมนต์แต่ละคนกลับไปแก้ไขงานของตัวเองว่า จุดไหนต้องแก้อะไรบ้าง 2 วันต่อมาทุกคนส่งงานที่แก้เสร็จแล้วกลับไปให้หัวหน้าตรวจทางอีเมล ผลปรากฏกว่า มีหลายจุดที่ลูกน้องไม่สามารถแก้ได้ดั่งใจสั่ง เขาจึงเรียกลูกน้องเข้ามาต่อว่า จนเกิดการโต้แย้งเพราะความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน
ทางออก
หลักในการทำงานกลุ่มที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดก็คือ การทำให้ทุกคนเห็นเป็นภาพเดียวกัน จึงสังเกตได้ว่าหลายๆ บริษัทยังคงนิยมใช้การนัดประชุมที่สำนักงาน มากกว่าการคุยผ่านระบบออนไลน์ แต่ทว่าในยุคปัจจุบันทุกอย่างต้องแข่งกับเวลา และเราคงไม่อยากเสียเวลาไปกับการเดินทางที่สามารถใช้ 23 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งเราสามารถเอาเวลามากมายขนาดนี้มาทำงานได้อีกเยอะ ดังนั้นการประชุมออนไลน์จึงเป็นทางเลือกใหม่ของหลายๆ บริษัท
หลายที่นิยมคุยผ่านแอพ “ไลน์” หรือ “วอตส์แอพ” ซึ่งสามารถเก็บข้อความสนทนาไว้เป็นหลักฐาน ว่าสั่งงานอะไรไปแล้วบ้าง แต่นี่ก็ไม่ใช้เครื่องมือที่ดีที่สุด เพราะเป็นเพียงโปรแกรมแชตสำหรับส่งข้อความไม่กี่ประโยค ซึ่งไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประชุมออนไลน์จริงๆ
ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการเปลี่ยนเครื่องมือใหม่ เช่น “กูเกิลแฮงเอาต์” ที่ช่วยประชุมออนไลน์แบบเห็นหน้าและเสียงเสมือนนั่งอยู่ในห้องประชุมเดียวกันไปพร้อมๆ กับการเปิด “กูเกิลเวฟ” ที่ช่วยให้ทีมเปิดเอกสารออนไลน์และช่วยกันแก้ไขแบบสดๆ เพราะการประชุมที่ดีต้องให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกัน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันอย่างไม่คลาดเคลื่อน
แต่ถ้าจะให้ดีที่สุด บริษัทที่ต้องการใช้ระบบการประชุมออนไลน์ที่สมบูรณ์แบบ ควรเปลี่ยนมาใช้ระบบที่ออกแบบติดตั้งโดยบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้ภาพและเสียง รวมทั้งการพรีเซนต์งานผ่านระบบออนไลน์ มีประสิทธิภาพที่สูงกว่าฟรีโปรแกรมทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาความเข้าใจคลาดเคลื่อนในการทำงานผ่านระบบออนไลน์น้อยลง โดยสิ่งที่ควรตระหนักไว้ให้มากก็คือ การรู้จักใช้คำพูดสื่อสารให้เหมาะสม เพราะจะทำ ความเข้าใจผิด เปลี่ยนเป็น ความผิดใจกัน ในที่สุด
Ask the Expert
Q : อยากทราบวิธีที่ช่วยให้ลูกดูโทรทัศน์อย่างปลอดภัยในสื่อสมัยใหม่
A. : พญ.ศิริรัตน์ อุฬารตินนท์ สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข แนะนำว่า สมองของเด็กๆ เหมือนฟองน้ำที่พร้อมจะดูดซึมเรียนรู้ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ดังนั้นสื่อต่างๆ จึงอิทธิพลอย่างมากต่อกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ปัจจุบันมีงานวิจัยที่บอกถึงอิทธิพลของสื่อที่มีต่อเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก โดยพบว่าผลกระทบของสื่อต่อเด็กขึ้นอยู่กับ ปริมาณ เวลาที่ดู อายุ บุคลิกภาพพื้นฐานของเด็ก รวมทั้งการนั่งดูอยู่คนเดียวหรือมีพ่อแม่ผู้ปกครองดูอยู่ด้วย และอีกปัจจัยที่สำคัญ คือ พ่อแม่คุยกับเด็กอย่างไร สอนเด็กอย่างไรเกี่ยวกับภาพที่เห็น
ดังนั้น ผู้ใหญ่ควรดูร่วมกับเด็กและสอดแทรกการสอนเรื่องสถานการณ์เสี่ยงต่างๆ ให้เด็กได้เรียนรู้จากพ่อแม่ ดีกว่าไปเรียนรู้จากเพื่อนหรือคนอื่นนอกบ้าน
สุดท้ายคือ เลือกดูรายการที่มีประโยชน์และจำกัดเวลาในการดูโทรทัศน์ เพราะเรามีชีวิตอยู่ในยุคที่สื่อต่างๆ ที่เข้ามามีอิทธิพลต่อชีวิตอย่างมาก และคงเป็นการยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ทั้งหมด จึงต้องเน้นการปลูกฝังทักษะในการคิดวิเคราะห์และทักษะชีวิตให้เด็กๆ มีภูมิต้านทานภายในด้วนตัวเอง
He Said She Said
ติน ช่างภาพ
“ผมว่าวันไหนๆ เราก็บอกรักได้เหมือนกัน ไม่จำเป็นแค่วันวาเลนไทน์เท่านั้น แต่ถ้าอยากพิเศษก็แค่พาเธอไปกินข้าวและมอบดอกไม้สวยๆ สักช่อ แค่นี้แหละเธอก็จะยิ้มปลื้มสุดๆ เชื่อผมสิ”
เก๋ พนักงานบริษัท
“อยากบอกหนุ่มๆ ว่าของขวัญที่ผู้หญิงอยากได้จริงๆ ในวันวาเลนไทน์ ไม่ใช่ของมีค่าใดๆ ขอแค่ดอกไม้สวยๆ สักช่อ และมีเวลาไปดินเนอร์ด้วยกัน ดิฉันว่าก็พิเศษสุดแล้วล่ะค่ะ”
Quote
“วีรบุรุษก็คือคนธรรมดาๆ นี่แหละ เพียงแต่พวกเขาทำให้ตัวเองพิเศษเหนือธรรมดาเท่านั้นเอง”
เจอราร์ด เวย์ นักร้อง/นักดนตรีร็อก และนักเขียนการ์ตูนชาวอเมริกัน







