
ขอเป็นพระเอกซะที
ย้อนกลับไป 2-3 ปีที่แล้ว หากเอ่ยชื่อ แบรนด์ต สนีดเกอร์ เชื่อว่าแฟนกอล์ฟคงไม่ค่อยมีใครรู้จักมักคุ้นชื่อนี้มากนัก ทั้งที่มีดีกรีเป็นถึงรุกกี้ศึกพีจีเอ ทัวร์ ปี 2007 ด้วยผลงานผงาดชูถ้วย “วินแดม แชมเปียนชิพ” ในปีดังกล่าว ซึ่งเป็นแชมป์พีจีเอฯ ครั้งแรกที่ทำได้ หลังเทิร์นโปรมาตั้งแต่ปี 2004
ย้อนกลับไป 2-3 ปีที่แล้ว หากเอ่ยชื่อ แบรนด์ต สนีดเกอร์ เชื่อว่าแฟนกอล์ฟคงไม่ค่อยมีใครรู้จักมักคุ้นชื่อนี้มากนัก ทั้งที่มีดีกรีเป็นถึงรุกกี้ศึกพีจีเอ ทัวร์ ปี 2007 ด้วยผลงานผงาดชูถ้วย “วินแดม แชมเปียนชิพ” ในปีดังกล่าว ซึ่งเป็นแชมป์พีจีเอฯ ครั้งแรกที่ทำได้ หลังเทิร์นโปรมาตั้งแต่ปี 2004
แต่ ณ นาทีนี้ บอกได้เลยว่าต้องจับตาดูเขาให้ดี เพราะเขามีดีมาอวดแน่นอน เนื่องจากฤดูกาล 2013 เพิ่งลงเล่นศึกพีจีเอฯ ไป 5 ทัวร์นาเมนต์ ทำผลงานดีเหลือหลาย คว้าอันดับ 3 ไป 1 รายการ ตามด้วยรองแชมป์อีก 2 รายการ และล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สนีดเกอร์ ก็ขยับขึ้นครองแชมป์แรกในปีนี้ และเป็นการชูโทรฟีพีจีเอฯ รายการที่ 5 ในการสวิงอาชีพ
ก่อนหน้าที่ สนีดเกอร์ จะซิวแชมป์ล่าสุด พร้อมคว้าเงินรางวัล 1.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 33 ล้านบาท) จาก “เพ็บเบิล บีช เนชันแนล โปรแอม” ที่แคลิฟอร์เนีย หลังจบด้วยสกอร์รวม 19 อันเดอร์พาร์ 267 ซึ่งเป็นสถิติของสนามนั้น เขาเพิ่งจำใจรับบทพระรองถึง 2 รายการติดต่อกันใน “ฟาร์เมอร์ อินชัวรันซ์ โอเพน” และ “เวสต์ แมเนจเมนต์ ฟีนิกซ์ โอเพน” โดยแชมป์เป็นของ “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ และ “สิงห์อีซ้าย” ฟิล มิคเคลสัน สองยอดโปรชาวสหรัฐด้วยกัน
นอกจากนี้ เขายังเป็นโปรคนแรกนับแต่ปี 1990 ที่คว้ารองแชมป์ 2 รายการติด ก่อนจะซิวแชมป์ในทัวร์นาเมนต์ถัดมา
สนีดเกอร์ ขยับขึ้นรั้งมือ 4 โลก จากการจัดอันดับนักกอล์ฟโลกล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอันดับโลกดีที่สุดนับแต่เริ่มจับก้านเหล็กมาเลยทีเดียว และเท่ากับว่าในสหรัฐตอนนี้ เขาเป็นรองแค่ ไทเกอร์ ที่เป็นมือ 2 โลกเท่านั้น ส่วนอันดับ 1 และ 3 เป็นของ รอรี แม็คอิลรอย (ไอร์แลนด์เหนือ) และ ลุค โดนัลด์ (อังกฤษ) ตามลำดับ
“มันยากที่จะหาคำมาบรรยายถึงฟอร์มการเล่นของผมในช่วง 2 เดือนมานี้ มันเป็นอะไรที่เหมือนฝันเลยทีเดียว บางครั้งเราคิดว่าน่าจะทำได้ แต่ก็ไม่มีทางรู้หรอก จนกว่าจะทำได้จริงๆ นั่นแหละ ช่วงนี้ผมสนุกกับการเล่นของตัวเองมากเลย และหวังว่าจะเล่นได้แบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ” โปรวัย 32 กล่าว หลังคว้าแชมป์ที่ 4 ในช่วง 22 เดือนที่ผ่านมา
สนีดเกอร์ ยังเสริมอีกว่า มันบ้าไปแล้วที่พุ่งขึ้นไปถึงมือ 4 โลกในตอนนี้ ทำให้เขามีความมั่นใจมากสุดๆ เลย ก่อนที่จะเข้าสู่ศึกเมเจอร์อย่าง เดอะ มาสเตอร์ส และยูเอส โอเพน ซึ่งเป็นเป้าหมายต่อไปของเขา
แต่จะว่าไปแล้ว ก็ถือว่า สนีดเกอร์ นั้น ฮอตอย่างต่อเนื่องมาจากปีที่แล้ว เพราะคว้ามาได้ 2 แชมป์ คือ “ฟาร์เมอร์ อินชัวรันซ์ โอเพน” และศึกปิดซีซัน พีจีเอฯ 2012 “ทัวร์ แชมเปียนชิพ” โดยเฉพาะรายการหลังนั้น ทำเอาครอบครัวเป็นสุขเลยทีเดียว เรียกว่าแฮปปี้ทั้ง ลิลลี่ (ภรรยา) พร้อมสองลูกน้อย (แมนดี้ กับ ออสติน) เนื่องจากส่งผลให้เขาคว้ารางวัลโบนัสก้อนโตถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 300 ล้านบาท) กลับบ้านไปด้วย เพราะมีคะแนนสูงสุดของศึกเฟดเอ็กซ์ คัพ (แข่งกัน 4 รายการก่อนจะปิดฤดูกาล)
สนีดเกอร์ ยังต้องรอพิสูจน์ในเกมระดับเมเจอร์อีกครั้ง หลังเคยทำผลงานได้ดีในทั้ง 4 เมเจอร์ แต่ยังไปไม่ถึงแชมป์ซะที โดยคว้าที่ 3 ร่วม “เดอะ มาสเตอร์ส 2008”, อันดับ 8 ร่วม “ยูเอส โอเพน 2010”, ที่ 3 ร่วม “ดิ โอเพน 2012” และอันดับ 18 ร่วม “พีจีเอ แชมเปียนชิพ 2007”
เชื่อเถอะว่า ถึงเวลาที่ สนีดเกอร์ จะปลดล็อกผงาดขึ้นครองแชมป์เมเจอร์ได้แล้ว เพื่อจะได้เลิกรับบท “พระรอง” แล้วขยับขึ้นเป็น “พระเอก” เต็มตัวซะที







