posttoday
เรื่องที่ผู้หญิงไม่ค่อยรู้

เรื่องที่ผู้หญิงไม่ค่อยรู้

13 กุมภาพันธ์ 2556

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

โดย...หนูดีวนิษา เรซ

เขาว่ากันว่า ความเป็น “ผู้หญิงและผู้ชาย” ? เป็นสิ่งที่เราเรียนรู้จากการเลี้ยงดู จากการค่อยๆ เจริญเติบโตขึ้นมาในครอบครัว ในสังคม และในวงการจิตวิทยาเด็กนั้นสมัยหนึ่งเราก็เชื่อกันแบบนี้

สมัยหนูดียังเรียนปริญญาตรีอยู่ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่นำมาถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในวงการจิตวิทยาเด็กว่า สรุปแล้วการที่คนคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็น “ผู้หญิง” และเป็น “ผู้ชาย” ? นั้น มีสิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติสักกี่เปอร์เซ็นต์ และสิ่งที่สังคมสร้าง สังคมคาดหวังสักกี่เปอร์เซ็นต์กัน เช่น ทำไมเด็กผู้ชายไม่ค่อยยอมใส่สีชมพู ทำไมเด็กผู้หญิงชอบเล่นตุ๊กตาบาร์บี้ ฯลฯ ซึ่งครั้งหนึ่งนักวิจัยเคยลอบสังเกตการณ์การเล่นของเล่นของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิง ซึ่งเพิ่งเคยได้รับอนุญาตให้เล่นของได้เป็นครั้งแรก คือ ของเล่นที่เป็นอาวุธ และของเล่นที่เป็นตุ๊กตาน่ารักๆ พบว่าถึงแม้ไม่มีใครมาบอกว่าเด็กผู้ชายควรเล่นของเล่นออกแนวเข้มแข็ง แต่เด็กชายวัยเล็กเหล่านั้นก็จะเลือกหยิบปืนเด็กเล่น หรือตุ๊กตาทหารขึ้นมาต่อสู้กัน ส่วนเด็กผู้หญิงก็มักจะเดินเลยผ่านของเล่นแนวโหด ไปหยิบตุ๊กตาขึ้นมาเล่นกันใสๆ จนตอนหลังก็เกิดคำถามขึ้นมาพอสมควรว่า ที่พ่อแม่ชอบซื้อตุ๊กตาให้เด็กผู้หญิง เป็นเพราะพ่อแม่อยากให้เล่นแบบนั้น หรือเพราะเป็นความชอบของลูกตามธรรมชาติเลยตามใจ และกรณีเด็กผู้ชายและการเล่นอาวุธของเล่นก็มีการสันนิษฐานในลักษณะเดียวกัน

แม้เราจะมีพฤติกรรมแบบผู้ชายและผู้หญิงตามธรรมชาติ หรือตามการสร้างสรรค์ของสังคมก็ตาม แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ ร่างกายของผู้หญิงและร่างกายของผู้ชายแตกต่างกันมาก ทั้งในรูปลักษณ์ที่เราเห็นภายนอก และในระบบอันซับซ้อนที่อยู่ภายในร่างการของเรา

ย้อนกลับไปสมัยเรียนอีกครั้ง ที่ในวิชา “ครอบครัวศึกษา” ? หนูดีก็ต้องเรียนเรื่องระบบการคุมกำเนิด ซึ่งครั้งหนึ่งเราพูดคุยถกเถียงกันเรื่อง “ยาคุมกำเนิด” ซึ่งโปรเฟสเซอร์ได้จุดประเด็นขึ้นมาว่า “จริงๆ แล้วคนที่ควรกินยาคุมกำเนิดควรเป็นฝ่ายชายมากกว่า เพราะระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิงซับซ้อนกว่ามาก มีทั้งมดลูก ระบบรังไข่ ประจำเดือน และอีกอื่นๆ แต่ระบบของผู้ชายนั้นบริหารง่ายกว่า แล้วทำไมเราจึงไม่ผลิตยาคุมกำเนิดให้ผู้ชายรับประทานแทน

แน่นอนว่า ห้องเรียนที่เต็มไปด้วยนักเรียนอเมริกัน พอครูจุดประกายขึ้นมาปั๊บ คราวนี้ก็เอาไอเดียมาถกเถียงกันเสียงช้งเช้งๆ ดังลั่นห้อง ฟังแล้วเพลินค่ะ แล้วก็มีคนหนึ่งที่หัวใสปิ๊งขึ้นมาว่า เหตุผลที่ยาคุมกำเนิดถูกสร้างขึ้นมาให้ผู้หญิงรับประทานเท่านั้น ทั้งๆ ที่เมื่อรับประทานแล้วจะมีผลเสียซับซ้อนเกิดขึ้นต่อเนื่องกับร่างกายผู้หญิงอย่างเห็นได้ชัดนั้น เป็นเพราะว่าเมื่อสมัยนานมาแล้วที่ยาคุมกำเนิดถูกคิดค้นขึ้นมานั้น ยังไม่มีคุณหมอเป็นผู้หญิงกันเลย และสมัยนั้นผู้หญิงแทบจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ ดังนั้นหมอผู้ชายยุคนั้นก็คงตกลงกันไปเลยว่า “ให้ผู้หญิงเป็นคนรับประทานก็แล้วกัน” พอมีการชูประเด็นนี้ขึ้นมาปุ๊บ คราวนี้ห้องเรียนแทบแตกเลยค่ะ เพราะเราก็รู้กันอยู่สาวอเมริกันทนได้ยินใครกดขี่เพศหญิงไม่ได้ เป็นต้องลุกขึ้นสู้ขาดใจ หนูดีว่าตอนนั้นข้อมูลเรื่องการให้เพศหญิงเป็นฝ่ายต้องรับประทานยาคุมกำเนิด และจุดกำเนิดยาคุมกำเนิดนั้นจะจริงหรือไม่ ก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่การถกเถียงก็ดำเนินไปอย่างถึงพริกถึงขิงค่ะ เรียกว่าห้องเรียนนี่แยกออกเป็นสองฝ่ายอย่างเห็นได้ชัดเจน

การพูดคุยวันนั้นไม่มีข้อสรุปใดๆ ไม่มีฝ่ายไหนถูกหรือผิด ซึ่งก็เป็นไปตามความต้องการของคุณครูที่อยากให้เราแชร์กันและไปคิดต่อยอดเพิ่มเติม ซึ่งต้องยอมรับว่าการสอนแบบนี้ได้ผลมากนะคะ หนูดีเองหลังจากวันนั้นก็เริ่มสังเกตความแตกต่างของสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ และเริ่มมาคิดว่า จริงแฮะ ร่างกายชายหญิงไม่ได้แตกต่างกันแค่ที่เห็นแต่ภายนอก แต่ระบบภายในที่ไม่เห็นนี่ล่ะ ที่เราต้องระวังและปกป้อง

ล่าสุดพอได้เห็นหนังสือเกี่ยวข้องกับร่างกายผู้หญิง หนูดีก็เลยอดไม่ได้ที่จะหยิบมาดูและซื้อมาอ่านที่บ้าน เล่มล่าสุดที่หนูดีอ่านและพบว่าน่าสนใจมากๆ มีชื่อว่า “สุขภาพดีสวยใส ต้องใส่ใจที่มดลูก” เป็นหนังสือแปล เขียนโดย พญ.จางเจียเป้ย ซึ่งเป็นแพทย์หญิงชาวไต้หวัน และเป็นหัวหน้าแผนกแพทย์แผนจีนคลินิก ของโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยไทเป หนังสือเล่มนี้อ่านแล้วได้ความรู้ต่างๆ ที่หนูดีเองสงสัยมานาน โดยเฉพาะความรู้ที่ฟังเก็บเล็กผสมน้อยเวลาไปฝังเข็มกับคุณหมอแผนจีน แต่พอได้อ่านก็เริ่มมองเห็นภาพกระจ่างขึ้นมา บวกรวมกับความรู้ที่เราคุ้นชินในแนวคิดของแพทย์ตะวันตก จึงทำให้หนูดีเข้าใจ “ร่างกายผู้หญิง” มากขึ้นว่า เราควรดูแลร่างกายของเราอย่างไร เพราะแม้จะอยู่ในร่างกายนี้มาตลอดชีวิต แต่บางครั้งบางเรื่องก็ไม่ใช่ความเชี่ยวชาญเฉพาะของเรา จึงทำให้เราดูแลร่างกายแบบผิดๆ ซึ่งส่งผลถึงโรค ความปวดเมื่อย และปัญหาผิวพรรณต่างๆ ที่ตามมาแบบเลี่ยงไม่ได้

ทำไมผู้หญิงจึงจำเป็นต้องดูแลมดลูกของตัวเองเป็นพิเศษ ก็เพราะว่าในสายตาของคุณหมอจางนั้น มดลูกเป็นสมบัติล้ำค่าจากธรรมชาติ ที่นอกจากจะมีภารกิจสำคัญในการให้กำเนิดชีวิตใหม่แล้ว มดลูกยังเป็นปราการด่านแรกที่จะปกป้องสุขภาพองค์รวมของผู้หญิง ส่งผลให้ผู้หญิงคนนั้นมีอารมณ์ดี ผิวพรรณดี ร่างกายแข็งแรง สดชื่นหรือไม่ โดยมดลูกจะเป็นตัวพยากรณ์สุขภาพของเธอได้ทีเดียว โดยเฉพาะการมีประจำเดือนในแต่ละเดือนนั้น มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอวัยวะภายในต่างๆ ซึ่งอวัยวะภายในที่ผู้หญิงทุกคนควรเข้าใจและดูแลปกป้อง มีดังนี้คือ อวัยวะตันทั้งห้าและอวัยวะกลวงทั้งหก อวัยวะตันประกอบด้วย ไต ตับ ม้าม หัวใจ และปอด ซึ่งจะทำหน้าที่ผลิตและเก็บลมปราณ เลือด และของเหลว ส่วนอวัยวะกลวงทั้งหก มีหน้าที่ย่อยอาหารและดูดซึม ประกอบด้วย ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ กระเพาะปัสสาวะ และซานเจียว (มีหน้าที่กระจายปราณ) ? บางครั้งผู้หญิงมักมองข้ามจนละเลยการทำความเข้าใจเพื่อการดูแลร่างกายของเราให้ทำงานได้เต็มที่ไปอย่างน่าเสียดาย สัปดาห์หน้ามาคุยกันต่อค่ะ ส่วนคุณผู้ชายหากเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ จะทำให้คุณดูแลผู้หญิงที่คุณรักในชีวิตได้ดีขึ้น เช่น ภรรยา ลูกสาว หรือว่าคุณแม่ค่ะ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท