
อ่านธรรมะมีรางวัลภัยจากการก่อเวรสร้างกรรม (ตอน ๒)
ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร จะสามารถหาผู้รับผิดชอบชำระค่าเสียหายให้ได้หรือไม่
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร จะสามารถหาผู้รับผิดชอบชำระค่าเสียหายให้ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในหมู่สุจริตชนที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องราววุ่นวายที่ถูกจุดก่อขึ้น เพื่อเอาชนะคะคานกันระหว่างบุคคล จนขยายตัวสู่กลุ่มคณะและองค์กรทางการเมืองสังคม จนนำไปสู่การแย่งชิงมวลชนกัน เพื่อการก่อกำลังเสียงข้างมาก เพื่อความได้เปรียบในสังคมระบบคณาธิปไตย ที่ซ่อนตัวอยู่ในรูปประชาธิปไตย ซึ่งวัดผลตามเสียงของหมู่คณะเป็นใหญ่
จึงไม่แปลกที่หลากหลายรูปแบบได้ถูกผลิตออกมาเพื่อมอมเมาเอาใจคนรากหญ้า เพื่อการดึงความนิยมมาสู่บุคคล หมู่คณะ หรือองค์การทางการเมืองสังคมนั้น ใครมียุทธวิธีที่เข้าถึง เข้าใจมวลชนจำนวนมากๆ ได้มากกว่ากัน ก็ย่อมครอบครองความนิยมจากหมู่มหาชนเจ้าของประเทศได้มากเท่านั้น... สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ผิด หากยุทธวิธีที่นำมาใช้เหล่านั้น มีธรรมวิธีเป็นพื้นฐาน แต่หากเป็นยุทธวิธีที่ประกอบด้วยอธรรมวิธี ก็น่าเกรงกลัวว่า สังคมจะถูกปลูกฝังค่านิยมผิดๆ อันจะนำไปสู่ความฉิบหายของประเทศชาติในเบื้องหน้าได้ เพราะเคยมีปรากฏการณ์ค่านิยมของชาวบ้านในชนบทท้องถิ่น ที่ลำบากห่างไกลความเจริญในสมัยก่อนของสังคมไทย
ที่ชุกชุมไปด้วย ไอ้เสือ ไอ้โจร... ไอ้เหี้ย... ไอ้ห้อย ทั้งหลาย ที่ดาหน้ากันออกมาเรียกค่าไถ่ ค่าคุ้มครอง ปิดถนนปล้นสะดมชาวบ้าน ทำยังกับบ้านเมืองไม่มีกฎหมายคุ้มครองรักษา ใครใคร่ปล้นก็ปล้น ใครใคร่ฆ่าก็ฆ่า ค่านิยมเหล่านี้ได้แพร่ระบาดเข้าสู่หมู่เยาวชนในสังคมพื้นบ้านสมัยนั้นว่า ถ้าอยากเด่น อยากดัง อยากมี ก็ต้องเป็นไอ้เสือ ไอ้โจร... เพราะดูออกจะเลื่อนฐานะจากชาวบ้านธรรมดาเข้าสู่ความเป็นผู้มีอิทธิพล มีบริวารตามหลัง เป็นที่น่าเกรงขามของสังคมพื้นบ้านในยุคนั้น มิหนำซ้ำ ยังได้รับการยอมรับจากชาวบ้านในท้องถิ่น จะไปจะมา ทุกคนเกรงกลัว รับออกปากนับเป็นญาติเป็นมิตร เจ้าหน้าที่บ้านเมืองในยุคนั้นก็อ่อนแอ เพราะบางคนมีส่วนร่วมกับ ไอ้เสือ ไอ้โจร ไอ้เหี้ย! จึงปล่อยปละละเลยให้บริษัทไม่จำกัดดังกล่าว ทำงานกันอย่างเปิดเผย เพื่อหาทุนสร้างฐานะให้กับหุ้นส่วนสมาชิกมีความปรีดิ์เปรมกันถ้วนหน้า
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







